กรมลดโลกร้อน ร่วมชี้แจงคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ครั้งที่ 5/2568 ภายใต้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รศ.ดร. บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และเจ้าหน้าที่ สส. เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ครั้งที่ 5/2568 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี กระทรวงพลังงาน โดยมีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธานการประชุมฯ
อสส. ได้ชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุมฯ เพื่อรับทราบเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) และการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2050 ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในระดับสากล แนวทางการเปลี่ยนผ่านจาก NDC 2.0 สู่ NDC 3.0 ผลการดำเนินการตามเป้าหมาย (NDC Tracking) แนวทางการขับเคลื่อนและกลไก/มาตรการสนับสนุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อการบรรลุเป้าหมายของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของภาคพลังงานในฐานะภาคส่วนหลักที่มีความเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายระยะยาวอย่างยั่งยืน รวมทั้งได้ตอบประเด็นข้อซักถามของคณะอนุกรรมการฯ อาทิ ความครอบคลุมและความสอดคล้องของเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับแผนของกระทรวงพลังงาน การประมาณการต้นทุนด้านพลังงาน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ความพร้อมและความจำเป็นของโครงสร้างพื้นฐาน กลไกราคาและตลาดคาร์บอน การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี CCS/CCUS รวมถึงแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ เป็นต้น โดยข้อมูลดังกล่าวจะใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ให้มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศ พร้อมคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม และการมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




