เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติร่วมสัมภาษณ์ในรายการ “Money Chat Thailand” ได้กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ที่มีการขับเคลื่อนการปรับตัวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยแม้ว่าสหรัฐจะประกาศถอนตัวออกจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แต่นานาชาติยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และมาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ซึ่งประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และสหภาพยุโรปยังคงขับเคลื่อนต่อเนื่องในบริบทของภาคธุรกิจจึงต้องทำความเข้าใจและปรับตัวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าในเชิงราคาและคุณภาพให้สามารถประเมินและแข่งขันในเชิงสิ่งแวดล้อมและความโปร่งด้านข้อมูลการประกอบธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการจัดการก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจจะเสริมสร้างโอกาสแข่งขันของประเทศไทย โดยไม่เปิดโอกาสให้ต้นทุนของความไม่พร้อมด้านธุรกิจคาร์บอนต่ำเป็นต้นทุนและเงื่อนไขที่จะสร้างอุปสรรคทางการค้าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนเหล่านี้ประสบผลสำเร็จ “ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ….” (คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568) จะต้องมีเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาษีคาร์บอน และกลไกปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดนของไทย เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันให้เกิดการนำราคาคาร์บอนที่ได้ชำระกับกลไกภายในประเทศเหล่านี้ไปใช้ในการหักกลบกับการซื้อใบรับรองราคาของมาตรการ CBAM ของประเทศอื่น และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ากองทุนภูมิอากาศภายใต้กฎหมาย สำหรับใช้ช่วยเหลืออุตสาหกรรมและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการลดก๊าซและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืนต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”