กรมลดโลกร้อน ร่วมเวทีครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ชูร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “เปลี่ยนความท้าทายสู่โอกาสทางธุรกิจสีเขียว”

เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมเสวนาในงานครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “The Sustainability Imperative: ESG as a Core Business Strategy เจาะลึกกฎระเบียบโลกใหม่และโอกาสทางธุรกิจ” ซึ่งเป็นเวทีที่ผู้เสวนาจะร่วมฉายภาพทิศทางประเทศไทยภายใต้กฎระเบียบโลกใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังจากกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (CEO) ของบริษัทชั้นนำระดับประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการเมือง ผู้ประกอบการภาคเอกชน และกลุ่มธุรกิจ SME ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่มาตรฐาน ESG โดยมีคุณกิตติ สิงหาปัด เป็นผู้ดำเนินรายการ
ดร.พิรุณฯ ได้เผยถึงทิศทางของประเทศไทยหลังการประชุม COP 30 และความคืบหน้าของการออกกฎหมายใหม่ที่จะพลิกโฉมธุรกิจไทย โดยการนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ ทั้งภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในตลาดโลกที่มีมาตรการเข้มงวดอย่าง CBAM อีกทั้งกรมลดโลกร้อนยังมุ่งเน้นหลักการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) โดยมีแผนสนับสนุนภาคเอกชนผ่านกลไก “กองทุนภูมิอากาศ” (Climate Fund) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ดร.พิรุณฯ เน้นย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างภาระ แต่เป็นเครื่องมือสร้างมาตรฐานสากลให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



ดร.พิรุณฯ ได้เผยถึงทิศทางของประเทศไทยหลังการประชุม COP 30 และความคืบหน้าของการออกกฎหมายใหม่ที่จะพลิกโฉมธุรกิจไทย โดยการนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ ทั้งภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในตลาดโลกที่มีมาตรการเข้มงวดอย่าง CBAM อีกทั้งกรมลดโลกร้อนยังมุ่งเน้นหลักการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) โดยมีแผนสนับสนุนภาคเอกชนผ่านกลไก “กองทุนภูมิอากาศ” (Climate Fund) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ดร.พิรุณฯ เน้นย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างภาระ แต่เป็นเครื่องมือสร้างมาตรฐานสากลให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


