“กรมลดโลกร้อน” เปิดเวที “Youth After COP30 Forum” ชูบทบาทเยาวชนไทย ร่วมกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่ประชาคมโลก

วันนี้ (22 มกราคม 2569) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดงานสรุปผลการดำเนินงานของผู้แทนเยาวชนไทยในการเข้าร่วมงาน COP30 หรือ Youth After COP30 Forum สะท้อนมุมมองเยาวชนไทยในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมรับมอบรายงาน Thai Youths Report At COP30 ซึ่งมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกรม ผู้แทนเยาวชนไทยที่เข้าร่วมงานประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) และผู้แทนจากเครือข่ายเด็กและเยาวชนต่างๆ ที่ขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาคีความร่วมมือต่างๆ เข้าร่วมงานกว่า 120 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นหน่วยประสานงานกลางของประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change) หรือ UNFCCC) ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้สามารถเชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมให้การสนับสนุนในการเข้ามามีส่วนร่วมของเยาวชนไทยในเวทีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่างๆ เพื่อเปิดพื้นที่และโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น มุมมองและวิสัยทัศน์ รวมถึงรายงาน Youth Statement ข้อเสนอเชิงนโยบาย หรือข้อเสนอมิติอื่นๆ ของเยาวชน โดย กรมฯ จะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต่อไป
ดร.พิรุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอชื่นชมเยาวชนไทยที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกันอย่างเข้มแข็ง นับเป็นพลังเสียงสำคัญในนามผู้แทนเยาวชนไทย ที่ได้แสดงศักยภาพร่วมกันกำหนดการเข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) ใน Thailand Pavilion และเวทีอื่นๆ ในงาน COP30 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแสดงพลังบทบาทร่วมกับเยาวชนจากนานาประเทศทั่วโลกในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกำหนดทิศทางในภาคเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่ประชาคมโลก อีกทั้งขอขอบคุณภาคีเครือข่ายองค์กรต่างๆ UNICEF Thailand, มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมสนับสนุนเยาวชนได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน COP30 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล รวมถึงโครงการ TTA LAB ที่สนับสนุนชุดแฟชั่นโชว์ให้เยาวชนไทยและเยาวชนนานาประเทศ ให้ได้สวมใส่เสื้อผ้าที่แสดงความเป็นไทย ที่ผลิตด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้ “Concept Sustainable Fashion Show” และหลังจากนี้จะได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เห็นภาพชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสุดท้ายคาดหวังว่า การจัดงานในครั้งนี้ เยาวชนจะได้นำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดประสบการณ์ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำไปพัฒนาขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในภาคเครือข่ายเด็กและเยาวชนในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการวางแผนประเด็นงานที่จะขับเคลื่อนร่วมกันในงาน COP31 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
ด้าน คุณกลย์ธัช คาโต้ซาโนะ ผู้แทนเยาวชนไทยที่เข้าร่วมการประชุม COP30 ณ เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล ได้กล่าวว่า การประชุม COP30 เยาวชนไม่ได้เข้าร่วมในเชิงสัญลักษณ์ แต่มีบทบาทจริงในฐานะผู้ผลักดันประเด็น นักสื่อสาร นักนวัตกรรม และหุ้นส่วนในการกำหนดทิศทางนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับนานาชาติ เยาวชนได้นำประสบการณ์ตรงจากพื้นที่จริง เสียงของคนรุ่นใหม่ และมุมมองระยะยาว เข้าสู่การสนทนาเชิงนโยบายอย่างชัดเจน พร้อมย้ำข้อความสำคัญว่า การตัดสินใจด้านสภาพภูมิอากาศในวันนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของคนรุ่นต่อ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นหน่วยประสานงานกลางของประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change) หรือ UNFCCC) ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้สามารถเชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมให้การสนับสนุนในการเข้ามามีส่วนร่วมของเยาวชนไทยในเวทีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่างๆ เพื่อเปิดพื้นที่และโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น มุมมองและวิสัยทัศน์ รวมถึงรายงาน Youth Statement ข้อเสนอเชิงนโยบาย หรือข้อเสนอมิติอื่นๆ ของเยาวชน โดย กรมฯ จะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต่อไป
ดร.พิรุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอชื่นชมเยาวชนไทยที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกันอย่างเข้มแข็ง นับเป็นพลังเสียงสำคัญในนามผู้แทนเยาวชนไทย ที่ได้แสดงศักยภาพร่วมกันกำหนดการเข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) ใน Thailand Pavilion และเวทีอื่นๆ ในงาน COP30 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแสดงพลังบทบาทร่วมกับเยาวชนจากนานาประเทศทั่วโลกในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกำหนดทิศทางในภาคเยาวชน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่ประชาคมโลก อีกทั้งขอขอบคุณภาคีเครือข่ายองค์กรต่างๆ UNICEF Thailand, มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในการส่งเสริมสนับสนุนเยาวชนได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน COP30 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล รวมถึงโครงการ TTA LAB ที่สนับสนุนชุดแฟชั่นโชว์ให้เยาวชนไทยและเยาวชนนานาประเทศ ให้ได้สวมใส่เสื้อผ้าที่แสดงความเป็นไทย ที่ผลิตด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้ “Concept Sustainable Fashion Show” และหลังจากนี้จะได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เห็นภาพชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสุดท้ายคาดหวังว่า การจัดงานในครั้งนี้ เยาวชนจะได้นำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอดประสบการณ์ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำไปพัฒนาขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในภาคเครือข่ายเด็กและเยาวชนในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการวางแผนประเด็นงานที่จะขับเคลื่อนร่วมกันในงาน COP31 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
ด้าน คุณกลย์ธัช คาโต้ซาโนะ ผู้แทนเยาวชนไทยที่เข้าร่วมการประชุม COP30 ณ เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล ได้กล่าวว่า การประชุม COP30 เยาวชนไม่ได้เข้าร่วมในเชิงสัญลักษณ์ แต่มีบทบาทจริงในฐานะผู้ผลักดันประเด็น นักสื่อสาร นักนวัตกรรม และหุ้นส่วนในการกำหนดทิศทางนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับนานาชาติ เยาวชนได้นำประสบการณ์ตรงจากพื้นที่จริง เสียงของคนรุ่นใหม่ และมุมมองระยะยาว เข้าสู่การสนทนาเชิงนโยบายอย่างชัดเจน พร้อมย้ำข้อความสำคัญว่า การตัดสินใจด้านสภาพภูมิอากาศในวันนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของคนรุ่นต่อ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



