กรมลดโลกร้อน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวหลักสูตรอบรม TOP Green+Executive Program

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ ร่วมงานแถลงข่าวเพื่อเปิดตัวหลักสูตรอบรม ผู้บริหารระดับสูงสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มองไกลกว่าความยั่งยืน (TOP Green Executive Program) ณ หอประชุมมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ความรู้และเสริมทักษะสำหรับผู้นำองค์กรภาครัฐและเอกชน หนุนการขับเคลื่อนองค์กรและเตรียมพร้อมสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าความยั่งยืน เน้นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และสร้างเครือข่ายกับผู้บริหาร
โอกาสนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยในความท้าทายด้านความยั่งยืนระดับโลก ร่วมกับ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งใจความสำคัญกล่าวถึง สถานการณ์ความขัดแย้งที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจระดับโลก ผลกระทบมาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน หรือ CBAM ที่ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทย และ บทบาทของกรมลดโลกร้อน ในการวางแผนงานขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก การเร่งขยับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 (2050) การผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลไกด้านราคาคาร์บอน เช่น Emission Trading System (ETS) Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) Carbon Tax และ Carbon Credit กองทุนภูมิอากาศ การให้ความรู้ และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการรับมือภัยพิบัติสำหรับรัฐบาลในอนาคต ซึ่งภาพรวมดังกล่าวนั้นเป็นกลไกสำคัญที่ภาครัฐจะใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนและสร้างสิทธิประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชนและภาคประชาชนในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยในช่วงท้าย ดร.พิรุณ ได้เน้นย้ำการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วนและสำคัญที่สุดประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และเตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อนำพาองค์กรก้าวผ่านความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้”ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย
เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

