การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ไม่ได้เป็นเพียงแผนงานบนกระดาษ แต่คือภารกิจที่ต้องลงมือทำจริง รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net-zero ในปี 2050 ตามทิศทางเดียวกับนานาประเทศ การเปลี่ยนจากรถสันดาปสู่รถ EV จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของภาคขนส่งไทย โดยเฉพาะการขานรับ มติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 เพื่อเป็นต้นแบบแก่ภาคเอกชนและประชาชน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จึงเดินหน้ากลยุทธ์ “ประหยัดพลังงานคู่ขนานนวัตกรรมสะอาด” อย่างเต็มตัว
               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็น “กรมแรกของไทย” ที่ขานรับนโยบาย EV 3.5 โดยนำร่องใช้ รถตู้ไฟฟ้า 12 ที่นั่ง กรมแรกของประเทศไทย ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก รวมถึงรถกระบะไฟฟ้าเพื่อปฏิบัติงานภาคสนาม ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามนโยบายความมั่นคงทางพลังงานของรัฐบาลแล้ว ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ดังนี้
               – Zero Tailpipe Emission: รถ EV ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกขณะขับขี่โดยตรง ไม่ปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) และลด PM 2.5 จากการเผาไหม้ ทำให้คุณภาพอากาศในเมืองดีขึ้น
               – ลด Carbon Footprint : โดยประสิทธิภาพในการลดก๊าซจะขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์และแหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ หากใช้ไฟที่มาจากการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้โดยเฉลี่ย 40-50% เมื่อเทียบกับรถยนต์น้ำมัน โดยรถตู้ดีเซล ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยประมาณ 230-260 gCO₂/km และรถกระบะดีเซล ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยประมาณ 211 – 225 gCO₂/km
               – Energy Efficiency: รถ EV แปลงพลังงานจากแบตเตอรี่มาเป็นพลังงานขับเคลื่อนได้ถึง 87 – 91% ในขณะที่รถยนต์น้ำมันแปลงได้เพียง 16 – 25%
               – การบำรุงรักษาต่ำ: ไม่มีเครื่องยนต์, น้ำมันเครื่อง, หรือหัวเทียน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงลง หากภาครัฐเปลี่ยนมาใช้รถ EV จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของกรมฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด
               การใช้งานรถตู้ไฟฟ้ากรมแรกของกรมลดโลกร้อนในวันนี้ คือการพิสูจน์ว่า “มาตรการภาครัฐ” และ “การรักษาสิ่งแวดล้อม” สามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้ เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ทุกหน่วยงานก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
– มติคณะรัฐมนตรีด้านการประหยัดพลังงานในภาคราชการ
– องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
– สถาบันยานยนต์ (TAI)