ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน หรือพายุ การรับมือกับภัยพิบัติเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัยและชาญฉลาด ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำงานร่วมกับ ข้อมูลภูมิอากาศขั้นสูง (เช่น CMIP6 และการ Downscaling) คือคำตอบสำคัญที่จะเปลี่ยนการรับมือจาก “ตั้งรับ” เป็น “เชิงรุก” และสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศในทุกมิติ
AI เปลี่ยนข้อมูลให้เป็น “ความเข้าใจ” และนำไปสู่ “การลงมือทำ”
               AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่คือเครื่องมือที่พร้อมใช้งานในปัจจุบัน เพื่อช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ได้ลึกซึ้งขึ้น พยากรณ์ได้แม่นยำขึ้น และตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผนวกกับข้อมูลภูมิอากาศที่ละเอียดระดับพื้นที่ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เปลี่ยนข้อมูลให้เป็น “ความเข้าใจ” และนำไปสู่ “การลงมือทำ”
การใช้ AI กับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา
               • สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ : ใช้ในการพยากรณ์ระดับน้ำและปริมาณฝนล่วงหน้าอย่างแม่นยำ จำลองพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ระบบเตือนภัยน้ำท่วมอัจฉริยะ และใช้เพื่อการบริหารเขื่อน ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสม
               • สาขาเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร : ใช้ AI ในการแนะนำช่วงเวลาเพาะปลูกที่เหมาะสม การพยากรณ์ผลผลิต การตรวจจับโรคพืช และสามารถใช้เพื่อการประกันภัยพืชผล
               • สาขาสาธารณสุข : ใช้เพื่อคาดการณ์การเกิดคลื่นความร้อน พยากรณ์การระบาดของโรคและระบบเตือนภัย
               • สาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ : ใช้จำลองผลกระทบภัยพิบัติต่อเมือง ประเมินความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐาน จำลองเส้นทางน้ำท่วม (Digital Twin) แจ้งเตือนความเสี่ยงโครงสร้างริมน้ำและการกัดเซาะชายฝั่ง
               • สาขาการท่องเที่ยว : ใช้ AI ผ่านแอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และใช้วางแผนการตลาดที่ยืดหยุ่น โปรโมท/ปรับแคมเปญตามพยากรณ์อากาศ
               • สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ : ตรวจจับไฟป่าจากดาวเทียม ติดตามป่าชายเลน และประเมินการเปลี่ยนแปลงพื้นที่และสุขภาพป่า
AI เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและการดำเนินงาน
               AI ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาในแต่ละสาขา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการประเทศ ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายมองเห็นภาพรวมความเสี่ยง ระบุพื้นที่เปราะบาง และจัดลำดับความสำคัญของมาตรการปรับตัวได้อย่างแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทำให้การตอบสนองต่อภัยพิบัติรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงและแนวทางการปรับตัวได้ง่ายขึ้น กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
               การลงทุนใน AI และข้อมูลภูมิอากาศขั้นสูง คือการลงทุนในอนาคตของประเทศไทย เพื่อสร้างประเทศที่ “รู้เท่าทัน” “พร้อมรับมือ” และ “ฟื้นตัวได้เร็ว” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

บทความโดย
นางสาวนุชนารถ ไกรสุวรรณสาร
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ
กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แหล่งที่มา :
1. IPCC (2023): Climate Change 2023: Synthesis Report. แหล่งข้อมูลหลักด้านสถานการณ์และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
2. WCRP (World Climate Research Programme): CMIP6 – Coupled Model Intercomparison Project Phase 6. รายละเอียดเกี่ยวกับแบบจำลองภูมิอากาศยุคใหม่
3. Microsoft for Earth: AI for Earth & Climate Adaptation. แนวทางการใช้ AI ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรแม่นยำ
4. สสน. (สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ): คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติและการประยุกต์ใช้ AI ในการพยากรณ์. ข้อมูลด้านการจัดการน้ำและแบบจำลองพยากรณ์

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”