กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ UNIDO จัดงานสัมมนา National Milestone: Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เข้าร่วมงานสัมมนา “National Milestone: Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และมีผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและระหว่างประเทศ อาทิ นางสาวปิง กิดนิกร เอกอัครราชฑูตแคนาดาประจำประเทศไทย นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม Ms. Nabila Suria ผู้แทนเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (ASEAN Federation of Cement Manufacturers: AFCM) นายสุรชัย นิ่มละออ นายก TCMA และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ สส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานกว่า 100 คน ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตถือเป็นภาคอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศขณะเดียวกันก็เป็นภาคส่วนที่อยู่ในเป้าหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา (ECCC) จำนวน 8 ล้านเหรียญดอลลาร์แคนาดา ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ในการช่วยขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีต เพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งภายในงานมีการนำเสนอผลลัพธ์สำคัญของโครงการทั้ง 5 องค์ประกอบ ครอบคลุมทั้งด้านนโยบาย นวัตกรรม เทคโนโลยี มาตรฐาน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยมีการผลักดันให้เกิดกรอบนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทยที่มีความเข้มแข็ง สามารถรองรับการลงทุนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการส่งเสริมนวัตกรรม โครงการได้สนับสนุนการพัฒนาและบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยให้สามารถคิดค้นและนำเสนอนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งส่งเสริมการแข่งขันนวัตกรรมในระดับประเทศ และพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมกับแหล่งเงินทุน ช่วยให้สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับด้านเทคโนโลยี มีการส่งเสริมการลงทุนและการนำร่องเทคโนโลยีลดคาร์บอนทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน รวมถึงแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโครงการที่สามารถดึงดูดการลงทุนและขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้ ในด้านมาตรฐานและกลไกสนับสนุน มีการพัฒนาแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้มาตรฐานด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้อง รวมถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเอกสารแสดงข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ (Environmental Product Declarations: EPDs) เพื่อยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน โครงการยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในกระบวนการพัฒนา
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลลัพธ์เชิงรูปธรรมจากการดำเนินโครงการ ทั้งในด้านการสาธิตและนำร่องเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย อาทิ การจัดทำกรอบนโยบายการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการนำเสนอระบบติดตามตรวจสอบข้อมูลความแข็งแรงของคอนกรีตในระยะไกล การเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ตลอดจนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางสนับสนุนการขยายผลเทคโนโลยีผ่านกลไก Accelerate-to-Demonstrate (A2D) Facility ของ UNIDO เพื่อผลักดันนวัตกรรมไปสู่การใช้งานในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จของโครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน ในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้และขยายผลการดำเนินงานเพื่อให้เกิดประโยชน์เชิงรูปธรรมต่อการพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต ซึ่งประเทศไทยกำลังก้าวสู่ระยะต่อไปของความร่วมมือกับ UNIDO ผ่านโครงการ Mitigation Action Facility หรือ MAF ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคปูนซีเมนต์และคอนกรีต ทั้งในด้านการพัฒนามาตรการที่เป็นรูปธรรม การเสริมสร้างศักยภาพ และการสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




