ตามมติที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly: UNGA) ได้กำหนดให้วันที่ 21 มีนาคมของทุกปีเป็นวันป่าไม้สากล (International Day of Forests: IDF) เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของป่าทุกประเภทและต้นไม้ที่อยู่นอกพื้นที่ป่า
               ในปี 2026 นี้ วันป่าไม้สากล ทั่วโลกได้ร่วมรณรงค์ภายใต้แนวคิด “ป่าไม้และเศรษฐกิจ (Forests and economies)” ซึ่งเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของป่าไม้ในการขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ บทบาทเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้และการจ้างงานจากการผลิตและการค้าผลิตภัณฑ์จากป่าไม้เท่านั้น แต่ป่าไม้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร และปกป้องแหล่งต้นน้ำให้มีความสมบูรณ์ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ยังสามารถใช้ทดแทนวัสดุที่ปล่อยคาร์บอนสูง พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ได้อีกด้วย
               ทั้งนี้ ทรัพยากรป่าไม้ถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ครอบคลุม 55% ของพื้นที่ทั้งหมดภายในปี พ.ศ.2580 (ค.ศ.2037) ซึ่งรวมป่าธรรมชาติ พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ และพื้นที่สีเขียวในเมืองและชนบท
               กรมลดโลกร้อน จึงขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพและร่วมลดผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปด้วยกัน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– International Day of Forests | 21 March : Forests and economies., Food and Agriculture Organization of the United Nations.
– COACHING คู่มือเกณฑ์การวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่สีเขียวในเมือง “เพื่อสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน”. โครงการเสริมสร้างพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อรองรับความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย. กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม