🌍 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนิน “โครงการติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา ตามแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินงานในสาขาที่มีแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน พัฒนาเครื่องมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลในการติดตามประเมินผลในระดับพื้นที่ ตอบโจทย์เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA)

🎯 เราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร ?
               ศึกษา : ถอดบทเรียนการดำเนินงานในสาขาที่มีแผนการปรับตัวฯ รองรับชัดเจน
               ใช้ประโยชน์ : กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้และเครื่องมือใช้ติดตามประเมินผลในพื้นที่ได้จริง
               ยกระดับ : นำผลลัพธ์ที่ได้ไปปรับปรุงกระบวนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ภายใต้แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Thailand’s National Adaptation Plan : NAP)

💡 4 เครื่องมือสำคัญ ช่วยเปลี่ยน “แนวคิด” ให้กลายเป็น “ข้อมูลเชิงประจักษ์” ได้แก่
               1. ข้อมูลพื้นฐาน & บริบทความเสี่ยง : วิเคราะห์ตั้งแต่ความเสี่ยง เทคโนโลยีที่ใช้ ไปจนถึงผลสัมฤทธิ์การดำเนินงาน
               2. ความเชื่อมโยงนโยบาย : ตรวจสอบความสอดคล้องตั้งแต่แผนระดับชาติ (NAP) แผนรายสาขา จนถึงแผนระดับจังหวัด
               3. ตัวชี้วัดการปรับตัว : ประเมินผลลัพธ์จริงที่ต้องตอบโจทย์ทั้งระดับประเทศและระดับโลก (GGA)
               4. การถอดบทเรียน : มองหาข้อจำกัด ความท้าทายเชิงระบบ ปัจจัยความสำเร็จ และ Good Practices เพื่อนำไปขยายผลต่อ

🌾 ถอดรหัส “นาน้อยโมเดล” เกษตรเท่าทันภูมิอากาศ บนพื้นที่สูง
     จากการนำเครื่องมือติดตามประเมินผลไปใช้ใน สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ณ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน นำมาสู่การปรับตัวผ่าน 6 แนวปฏิบัติเกษตรเท่าทันภูมิอากาศ (CSA)
               ☀️ 1. ระบบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
               🚜 2. ลดการชะล้างหน้าดินด้วยการไถแบบ Keyline
               🍂 3. ปรับปรุงดินด้วย Biochar (ถ่านชีวภาพ)
               🌱 4. ปลูกพืชทดแทนพืชเชิงเดี่ยว
               🌽 5. จัดการเศษข้าวโพดด้วย BCG Model (แปรรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ)
                📱 6. ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Digital Traceability)
✨ ผลลัพธ์ความสำเร็จเชิงประจักษ์
               ด้านเศรษฐกิจ : ลดการสูญเสียผลผลิตได้ถึง 20% มีรายได้ใหม่จากการแปรรูปเศษข้าวโพด และรายได้จากพืชทางเลือก
               ด้านสังคม : มีความมั่นคงทางอาหารจากการทำเกษตรอินทรีย์ที่หลากหลาย ชุมชนพึ่งพาตนเองได้
               ด้านสิ่งแวดล้อม : ฝนลดแต่ดินยังชุ่มชื้น ลดการใช้สารเคมี และลดฝุ่น PM 2.5 จากการหยุดเผาเศษวัสดุการเกษตร

😷 เพราะเด็กเล็ก คือ กลุ่มที่เปราะบางที่สุด ส่องโมเดล “ห้องเรียนปลอดฝุ่น”
               กรุงเทพมหานคร เผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นตัวเร่งฝุ่น PM2.5 ทั้งจากความเร็วลมที่ลดลง 31% สภาวะโดมความร้อนเมือง (Urban Heat Island) และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้ กทม. มีความเสี่ยงภัยด้านสาธารณสุขสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ (ภายใต้แบบจำลอง SSP2-4.5)
               โครงการฯ ได้ติดตามประเมินผล สาขาสาธารณสุข ณ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนฟื้นนครร่วมเกล้า ระยะ 4 โซน 10 เขตลาดกระบัง ผ่าน “4 กลยุทธ์สู่ห้องเรียนปลอดฝุ่น” 🔒 Closed Windows/Sealing : ป้องกันฝุ่นเข้าจากภายนอก 🔄 Active Ventilation (ERV) : ระบบระบายอากาศแลกเปลี่ยนความร้อน ดึงอากาศดีเข้า-ไล่อากาศเสียออก 🍃 Air Purification : เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงภายในห้อง 📊 Monitoring: ตรวจวัดและแสดงผลคุณภาพอากาศ (AQI) ตลอดเวลา
✨ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์เพื่ออนาคตของชาติ
               Healthy Kids : อัตราการเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินหายใจลดลง เด็กๆ มีคุณภาพการนอนหลับที่ดี มีสมาธิและสมรรถภาพในการทำกิจกรรมดีขึ้น
               คุณภาพอากาศดีขึ้น : ระดับ PM 2.5 ลดลง 97% เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการติดตั้ง ระบบ ERV อากาศภายในห้องสะอาดบริสุทธิ์