นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมพัฒนาความร่วมมือองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจัดร่วมกับสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับประเทศและระดับโลก พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนสถานการณ์และผลการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจากทุกภูมิภาค และหารือความร่วมมือการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรชุมชนด้านสิ่งแวดล้อม อาสาสมัครสิ่งแวดล้อมและภาคีความร่วมมือ ระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video conference) รวมทั้งสิ้นกว่า 150 คน
               นายโกเมศ พุทธสอน ได้เน้นย้ำเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวและเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันอย่างจริงจัง ประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง เพราะปัญหาหลายเรื่องมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศและสถานการณ์โลก ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญและถูกกำหนดเป็นนโยบายที่ต้องนำสู่การปฏิบัติ และกรมลดโลกร้อนมีบทบาทในการเป็นสื่อกลางระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และข้อมูลจากพื้นที่จริง ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าต่อการกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐ เพราะการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและเครือข่ายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า รวมถึงข้อมูลทางวิชาการและงานวิจัยยังมีบทบาทสำคัญที่จะตอบสนองการจัดการ การปรับตัว และการวางแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นการประชุมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบนี้ จะช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจร่วมกัน เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย และนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือที่จะนำไปสู่ทางออกที่เหมาะสมร่วมกัน ซึ่งเป็นกระบวนการที่กรมยังให้ความสำคัญและสนับสนุนเครือข่าย
               ในการประชุมนี้มี นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำเสนอความเป็นมาและเป้าหมายการประชุมฯ ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ นำเสนอการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
ข้อมูลและความคิดเห็นที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ คือ
               1. รับรู้ข้อมูลการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกและความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องขับเคลื่อนอย่างมีเป้าหมายและมีกฎหมายรองรับ
               2. ได้ข้อมูลสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนา และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมข้อเสนอด้านการจัดการ และต้นทุนการดำเนินงานของเครือข่ายภาคประชาชนจากทุกภูมิภาค
               3. ได้แนวทางความร่วมมือกับการขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับภาคีทั้ง พอช. WWF สสส. สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม กองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพประเทศไทย ซึ่งจะมีการคุยในรายละเอียดต่อไป
               4. ปรับบทบาทและแนวทางการทำงานของสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ที่จะเป็นกลไกกลางในการสนับสนุนเครือข่าย พัฒนางานวิชาการ และเชื่อมประสานการทำงานกับภาคประชาสังคมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีใหม่ ๆ รวมถึงการเชื่อมประสานแหล่งทุน
               ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ไม่ใช่แค่เรื่อง “สิ่งแวดล้อม” เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงในหลากหลายมิติทั้งเรื่อง การพัฒนาประเทศ การลงทุน เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องก้าวข้ามกรอบความคิดเดิม ยกระดับการจัดการที่คำนึงเรื่องต่าง ๆ อย่างรอบด้าน พร้อมร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ภายใต้องค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกลุ่ม องค์กร และเครือข่ายเพื่อผลักดันการดำเนินงานในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”