วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมถึงเป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12 ก และ อส.12 ข) ณ ห้องประชุมพิทักษ์ไพร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
              ก่อนพิธีมอบหนังสือรับรองฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ ผลิตภัณฑ์ชุมชนของราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งรับชมวีดิทัศน์สรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้ การมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12) ในครั้งนี้ เป็นผลจากการดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาผลการสำรวจการครอบครองที่ดิน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจ รังวัด สอบทานข้อมูล และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ครอบครองที่ดินอย่างรอบคอบ ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 8 แห่ง ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา–แม่แสะ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่เลา–แม่แสะ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติศรีลานนา และอุทยานแห่งชาติผาแดง โดยสามารถช่วยเหลือประชาชนได้จำนวน 49 หมู่บ้าน รวม 1,594 ราย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 2,121 แปลง เนื้อที่รวม 7,704.56 ไร่ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ที่ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้อง ควบคู่กับการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
               นายสุชาติ กล่าวว่า บริบทของการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่เราเคยใช้กลไกทางกฎหมายเป็นหลักในการปกป้องผืนป่า วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนวิถีคิดใหม่ นั่นคือ “ทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน” เพราะหัวใจสำคัญในการรักษาป่า สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ไม่ใช่การผลักไสพี่น้องประชาชนออกไป แต่คือการทำให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน ไม่ต้องหลบซ่อน และพร้อมที่จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นพลังสำคัญในการช่วยภาครัฐดูแลรักษาป่าและเฝ้าระวังไฟป่าร่วมกัน
               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จะเป็นภารกิจที่มีความซับซ้อนและดำเนินมาอย่างยาวนาน แต่การบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ “เชียงใหม่โมเดล” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการบูรณาการงบประมาณและทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหามลพิษ และภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
               พร้อมกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีเป้าหมายที่จะต่อยอดความสำเร็จนี้ ให้เป็นต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”