กรมลดโลกร้อน ร่วมเวทีสหประชาชาติ 7th Global Conference on Strengthening Synergies between the Paris Agreement and the 2030 Agenda for Sustainable Development

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวต้อนรับในพิธีเปิดการประชุม Global Conference on Strengthening Synergies between the Paris Agreement and the 2030 Agenda for Sustainable Development ครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้ความตกลงปารีส กับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 จัดโดยสำนักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UNDESA) และสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC Secretariat) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐระดับนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมกว่า 300 คน ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบูรณาการกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤติพลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การดำเนินการจึงต้องอาศัยความร่วมมือและเสริมพลังกันในทุกมิติ ทั้งในระดับนโยบาย ที่นำไปสู่การลงมือปฏิบัติของทุกภาคส่วนในสังคม และกล่าวถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการดำเนินการตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) เป็นการยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจกเทียบปีฐาน ค.ศ. 2019 ซึ่งจะมีระดับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2eq) ภายในปี ค.ศ. 2035 สอดคล้องตามเส้นวิถีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1.5 องศาเซลเซียส และเป็นการวางรากฐานสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ในปี ค.ศ. 2050 ควบคู่กับการผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นเครื่องมือและกลไกในการส่งเสริมให้ประเทศไทยมุ่งไปสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยกระดับขีดความสามารถในการรองรับกติกาเศรษฐกิจโลกในอนาคตต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”








