วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับโครงการนำร่องเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในแหล่งอาทิตย์ ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับ นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และนายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และเจ้าหน้าที่จาก สส. กรมสรรพากร ชธ. และปตท.สผ. ณ ห้องประชุมพระอุเทน 5 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร
               ในการประชุม สส. ได้รายงานความสำคัญและความก้าวหน้าการดำเนินโครงการนำร่องเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในแหล่งอาทิตย์ (โครงการนำร่องอาทิตย์ CCS) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่บรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พ.ศ. 2564–2573 โดยมีเป้าหมายการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุด 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2573 ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการจัดทำแบบก่อสร้างทางวิศวกรรม และมีแผนเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 ในการผลักดันสิทธิประโยชน์ทางภาษี สส. ได้ร่วมกับ กรมสรรพากร ชธ. และ ปตท.สผ. ศึกษาและพิจารณารูปแบบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS และให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกฯ ภายใต้คณะทำงานศึกษามาตรการทางภาษีเพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก

ผลการประชุมหารือ
               ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการนำค่าใช้จ่ายของโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้ 2 เท่า พร้อมมอบหมายให้ ปตท.สผ. ทบทวนรายจ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ และจัดทำข้อมูลต้นทุนโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ให้มีความครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ก่อนนำเสนอต่อคณะทำงานศึกษามาตรการทางภาษีเพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”