การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS) ที่จัดทำขึ้นตามแนวทางของข้อ 4 วรรค 19 แห่งความตกลงปารีส จะเป็นเครื่องมือทางนโยบายที่สำคัญสำหรับประเทศภาคีสมาชิกในการร่วมกันแสดงความรับผิดชอบ และศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกที่แต่ละประเทศดำเนินการได้ เพื่อนำไปใช้กับแนวทางขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกระดับโลกร่วมกันสู่ Net Zero สำหรับประเทศไทยได้จัดส่ง LT-LEDS ฉบับแรกไปยังสำนักเลขาธิการ UNFCCC ในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) และจัดส่งฉบับปรับปรุงในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) โดยตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) จนกระทั่งได้มีการปรับปรุงเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นจากเดิมเป็นปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) (เร็วขึ้น 15 ปี) ตามนโยบายของรัฐบาล ส่งผลให้ต้องปรับปรุง LT-LEDS อีกครั้ง โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ที่กำหนดให้ประเทศไทยมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในปี ค.ศ. 2035 (พ.ศ. 2578) ไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) (ลดลงร้อยละ 47) จากระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในปีฐาน ค.ศ. 2019 ทำให้สอดคล้องกับเส้นวิถีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1.5 องศาเซลเซียส (1.5 °C Pathway)

               การจัดทำ LT-LEDS ไม่ได้เป็นเพียงการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในอนาคตเท่านั้น แต่เป็นการวิเคราะห์ว่า “ประเทศไทยจะเดินทางจากสถานการณ์ปัจจุบันไปสู่ Net Zero 2050 ได้อย่างไร” โดยกระบวนการจัดทำเริ่มต้นจากการทบทวนสถานการณ์และบริบทสำคัญของประเทศ ตลอดจนแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ก่อนนำมาวิเคราะห์แนวทางและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมในแต่ละสาขา โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ AIM/EndUse เพื่อวิเคราะห์ทางเลือกเทคโนโลยีและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก และใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ AIM/CGE ในการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคจากการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ควบคู่กับการพิจารณานโยบาย แผน และมาตรการของหน่วยงานหลักในแต่ละสาขา เพื่อให้เส้นทางที่กำหนดขึ้นสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศมีความเป็นไปได้และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดกระบวนการจัดทำ ก่อนนำเสนอผ่านกลไกเชิงสถาบันที่เกี่ยวข้อง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ และจัดส่งต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC ภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2569
               ทุกภาคส่วนล้วนมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายที่ปรับปรุงครั้งนี้ ตั้งแต่การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ การใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) การใช้วัสดุทดแทนปูนเม็ด และการเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนต่ำ การจัดการขยะตามหลัก 3R การส่งเสริมการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำและเกษตรฉัจฉริยะ ตลอดจนการเพิ่มและรักษาพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ดี ทุกการเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นด้วย ดังนั้น การขับเคลื่อน LT-LEDS จึงต้องดำเนินการบนหลักการของการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน แรงงาน และภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะ การสร้างงานและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอย่างเหมาะสม

               หาก LT-LEDS เปรียบเสมือนเส้นทางระยะยาวสู่ Net Zero 2050 การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC ก็เปรียบเสมือนหมุดหมายระหว่างทางที่กำหนดว่าประเทศไทยต้องลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่าใดในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้น NDC และ LT-LEDS จึงไม่ใช่เรื่องที่แยกจากกันแต่มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกัน การปรับปรุง LT-LEDS ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงเป้าหมายระยะกลางกับทิศทางการพัฒนาระยะยาวของประเทศไทยให้เป็นเส้นทางเดียวกัน พร้อมส่งสัญญาณให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเงิน ภาควิชาการ ท้องถิ่น และประชาชน สามารถเตรียมพร้อมและวางแผนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างเหมาะสม ท้ายที่สุดการบรรลุ Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 ไม่ใช่ภารกิจของภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสจากเศรษฐกิจสีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน “

แหล่งอ้างอิง :
– กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, 2565. สรุปสาระสำคัญยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ฉบับปรับปรุง.
– กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, 2569. ข่าวประชาสัมพันธ์ กรมลดโลกร้อน จัดประชุม Kick-off การปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand’s Long-Term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy) 
– ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ฉบับปรับปรุง, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม