กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) ในฐานะอนุกรรมการ ร่วมกับ นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) และ นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พร้อมด้วยนายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ในฐานะผู้แทนอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ ครั้งที่ 1/2569/4 โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี
ในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ สส. ได้เสนอวาระการประชุม ดังนี้
1.วาระเพื่อทราบ ได้แก่ การรายงานผลการดําเนินงานการสนับสนุนมาตรการทางภาษีสำหรับโครงการนําร่องดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ (โครงการนำร่องอาทิตย์ CCS) ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 – 2573 โดยนายศิวัช ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าการดำเนินงานที่ผ่านมา สส. ร่วมกับกรมสรรพากร อบก. และ BOI โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องจาก ชธ. สนพ. และ ปตท.สผ. ได้ศึกษามาตรการที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ภายใต้คณะทำงานศึกษามาตรการทางภาษีเพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และในเบื้องต้นได้เห็นชอบในหลักการกำหนดมาตรการสนับสนุนโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ด้วยมาตรการลดอัตราค่าภาคหลวงร่วมกับมาตรการทางภาษีโดยให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในส่วนรายจ่ายที่เป็นทุน (Capital Expenditure: CAPEX) ของโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้ 2 เท่า ในอัตราการสนับสนุนที่เท่ากัน ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไป สส. กรมสรรพากร และ ชธ. ร่วมกันพิจารณาเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับการปรับปรุงพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
2.วาระเพื่อพิจารณา ได้แก่ การทบทวนองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดักจับการใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอนของประเทศทางด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ ซึ่งนายศิวัช เสนอต่อที่ประชุมว่าเพื่อให้คณะทำงานฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์สอดคล้องกับการแบ่งส่วนราชการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและมติคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติในการประชุม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่คณะทำงานขับเคลื่อนฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์เพื่อให้เป็นหน่วยบริหารงานกลางด้าน CCS หรือ CCS Project Management Office (CCS PMO) โดยมีการปรับปรุงองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจให้ครอบคลุมในด้านศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอกรอบกฎหมาย มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ CCUS และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดร.พิรุณ ได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า ในภาพรวมบทบาท หน้าที่ของคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ อาจจะเห็นว่าทับซ้อนกับคณะทำงานขับเคลื่อนฯด้านเทคนิคและการลงทุน ซึ่งอธิบดี ชธ. เป็นประธาน แต่คณะทำงานขับเคลื่อนฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์จะพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยี CCUS ทั้งหมดตลอดจนพิจารณาแนวทางทางเศรษฐศาสตร์ให้โครงการ CCUS สามารถยกระดับเป็นธุรกิจได้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





