กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมประสานความร่วมมือกับเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN) โดยลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นการยกระดับการดำเนินงานของเครือข่ายในการสนับสนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) ได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC 3.0 ที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ณ ปี ค.ศ. 2035 (พ.ศ. 2578) ให้ได้ร้อยละ 47 เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) ควบคู่ไปกับการเร่งปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ยกระดับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกรอบ NDC 3.0 เพื่อเป็นฐานในการพัฒนารูปแบบทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้ก้าวสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ร่วมกับประชาคมโลกได้ ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) ซึ่งเป็นการยกระดับดำเนินการให้เร็วขึ้นจากเดิมถึง 15 ปี เพื่อเร่งลดสาเหตุการเกิดปัญหาโลกร้อนที่สร้างความสูญเสียและเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรงอย่างเป็นรูปธรรม
          เป้าหมาย NDC 3.0 มีความท้าทายทั้งในเชิงนโยบาย การปฏิบัติ เทคโนโลยี และการเงิน โดยกำหนดสัดส่วนระหว่างการลงทุนภายในประเทศด้วยตนเอง และการขอรับการสนับสนุนจากต่างประเทศสำหรับส่วนที่จะลดก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มเติมที่อัตราร้อยละ 70 : 30 ซึ่งคิดเป็นเงินลงทุนหลายแสนล้านบาทที่ต้องมีการกระจายตัวไปในสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสังคม ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง จนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่จะสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ทำให้ประเทศไทยต้องมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง มีองค์ความรู้ที่เหมาะสม มีผู้ดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และมีงบประมาณที่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
          ดังนั้น การสร้างกลไกความร่วมมือให้เกิดเครือข่ายขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับเป้าหมายระดับชาติ และมีศักยภาพเพียงพอต่อการขับเคลื่อนนโยบายในระยะยาวได้ เช่นเดียวกับเครือข่าย ThaiCBN จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และความร่วมมือนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาสในการพัฒนา และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันให้กับประเทศไทยในระยะยาว
           ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN) เปิดเผยว่า เครือข่ายฯ ThaiCBN เป็นกลไกความร่วมมือระหว่าง 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคการเงินและการธนาคาร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมโยงและร่วมยกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ โดยปัจจุบันเครือข่ายฯ ThaiCBN มีสมาชิกจำนวน 37 องค์กร นำโดย ธนาคารกสิกรไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา โดยการดำเนินร่วมกันนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแนวปฏิบัติที่พัฒนาถูกขยายผลในระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ รวมกว่า 37 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ครอบคลุมการดำเนินงานในหลายโครงการหลัก
          โดยเครือข่ายฯ ThaiCBN ขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาแนวปฏิบัติด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศ การเสริมพลังความร่วมมือระหว่างองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านโครงสร้างการดำเนินงานในรูปแบบกลุ่มโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ เศรษฐกิจหมุนเวียน ภาคเกษตร การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โลจิสติกส์สีเขียว เทคโนโลยี และ ความตระหนักรู้และปฎิบัติจริงของผู้ประกอบการ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
          ความร่วมมือกับเครือข่ายฯ ThaiCBN จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาสในการพัฒนา และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย โดยความร่วมมือนี้จะช่วยส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามกรอบ NDC 3.0 เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) ดังนี้
1. ประสานงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และให้คำปรึกษาเชิงนโยบายแก่โครงการที่อยู่ในเครือข่ายฯ ThaiCBN เพื่อให้โครงการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญและสามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงได้สำเร็จ
2. สนับสนุนการพัฒนาแนวทางปฏิบัติและกิจกรรมร่วมกันในระดับเครือข่าย เนื่องจากปัจจุบันเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมมีอยู่อย่างกระจัดกระจาย และอาจมีบทบาทซ้ำซ้อนกัน ดังนั้นเครือข่ายฯ ThaiCBN จึงร่วมกับกรมลดโลกร้อน รวบรวมและเข้าไปหารือกับแต่ละเครือข่ายถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อผลักดันให้บรรลุตามเป้าหมายของประเทศ
3. เสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่ภาคธุรกิจ ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้และเครื่องมือในทุกมิติ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
          การขับเคลื่อนประเทศสู่การบรรลุเป้าหมาย NDC 3.0 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ความร่วมมือนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการพัฒนา และเสริมสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประเทศไทย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”