เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะการพัฒนาแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Roadmap) ของประเทศไทย และพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการ
          กองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายธวัชชัย แสงคำสุข องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่กรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางกระบวนการในการจัดทำแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Roadmap) ของประเทศไทย ผลและแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติงานด้านแหล่งกักเก็บคาร์บอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศป่าบก ป่าชายเลนและหญ้าทะเล และพื้นที่สีเขียวในเมือง ทั้งนี้ แผนที่นำทางจากสถานการณ์จำลอง (Scenario) โดยการเพิ่มพื้นที่ป่าบกประกอบด้วยป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจ ภายในปี พ.ศ. 2580 การเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน และการฟื้นฟูหญ้าทะเล รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง พร้อมกับการเพิ่มพื้นที่สาธารณะขั้นต่ำ 10 ตารางเมตร/คน จะสนับสนุนการกักเก็บคาร์บอนที่ 118 MtCO2eq เพื่อบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ภายในปี พ.ศ. 2578 ที่ประชุมยังได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะต่อแนวทาง แผนปฏิบัติการ และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการกักเก็บคาร์บอน รวมทั้ง ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ในการกักเก็บคาร์บอนของแต่ละระบบนิเวศ เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงการด้านการกักเก็บคาร์บอนต่อไป ในการนี้ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงให้เห็นถึงการตระหนักในความพยายามร่วมกันในการแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศในระดับประเทศและระดับโลก รวมทั้งการบริหารจัดการและการพัฒนาศักยภาพในการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตลอดจนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”