การถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบทั้ง 6 สาขา เป็นกลไกสำคัญในการสังเคราะห์องค์ความรู้เชิงพื้นที่ไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงนโยบายระดับประเทศอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ด้วย “พิมพ์เขียว” เชิงยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ครอบคลุมมิติสำคัญของการพัฒนา ยกระดับขีดความสามารถในการปรับตัว เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนในระดับนโยบายและการปฏิบัติ

เหตุผลของการจัดทำ “พิมพ์เขียว 4 ด้าน”
               การจัดทำพิมพ์เขียวเชิงยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ให้ความสอดคล้องกับกรอบแนวคิดและทิศทางการดำเนินงานทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ โดยบูรณาการมิติด้านระบบนิเวศ สังคม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ดังนี้
               – รายงาน Intergovernmental Panel on Climate Change Sixth Assessment Report (AR6) ด้วยแนวคิด Climate Resilient Development Pathways การพัฒนาที่มีภูมิคุ้มกันต่อสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยการบูรณาการทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และเทคโนโลยีร่วมกัน
               – กรอบ United Nations Framework Convention on Climate Change Global Goal on Adaptation (GGA) กำหนดเป้าหมายการปรับตัวในมิติเชิงระบบ ครอบคลุมการจัดการน้ำ เกษตร สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับกลไกสนับสนุนด้านนโยบายและการเงิน
               – แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย สอดคล้องกับพิมพ์เขียวทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การสร้างภูมิคุ้มกัน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างความตระหนักรู้ และการเสริมกลไกการบริหารจัดการ
               – ผลการวิเคราะห์ SWOT จากพื้นที่ต้นแบบทั้ง 6 สาขา สะท้อนประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกันทั้งด้านงบประมาณ/การเงิน กฎหมาย/นโยบาย ข้อมูล/เทคโนโลยี รวมถึงระบบนิเวศ/ทรัพยากรธรรมชาติ ไปสู่การกำหนดพิมพ์เขียว 4 ด้าน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดและต่อยอดศักยภาพเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

จากพื้นที่ต้นแบบสู่การขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ
        1. พิมพ์เขียวด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี : มุ่งยกระดับระบบข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี เพื่อเสริมศักยภาพการรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแม่นยำและทันท่วงที
               1.1 พัฒนาระบบข้อมูลเชิงพื้นที่และศูนย์บัญชาการอัจฉริยะ ผ่านการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ระบบติดตามแบบเรียลไทม์ และ AI เพื่อสนับสนุนการคาดการณ์และการตัดสินใจเชิงนโยบาย
               1.2 ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศสุดขั้ว โดยบูรณาการ “โครงสร้างสีเทา” และ “โครงสร้างสีเขียว” รวมถึงการออกแบบเมืองและอาคารรองรับภัยพิบัติ
               1.3 สนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ เช่น ระบบสาธารณสุขทางไกล ระบบเตือนภัยที่เข้าถึงง่าย และนวัตกรรมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับชุมชน

        2. พิมพ์เขียวด้านเศรษฐกิจและการเงินสีเขียว : มุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นต่อภูมิอากาศ ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนและคาร์บอนต่ำ
               2.1 ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ทนทานต่อภัยพิบัติ ผ่านเกษตรและประมงมูลค่าสูง การท่องเที่ยวยืดหยุ่น และอุตสาหกรรมสีเขียว
               2.2 พัฒนากลไกทางการเงินเพื่อการปรับตัว เช่น สินเชื่อสีเขียว ประกันภัยเชิงดัชนีสภาพอากาศ และมาตรการภาษีหรือคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างแรงจูงใจ
               2.3 สนับสนุนการลงทุนในทุนทางสังคมและอาชีพใหม่ อาทิ เศรษฐกิจหมุนเวียน การจ้างงานฟื้นฟูระบบนิเวศ และการพัฒนาทักษะแรงงานด้านอุตสาหกรรมสีเขียว

        3. พิมพ์เขียวด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : มุ่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศเป็นฐานในการลดความเสี่ยงและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของชุมชน
               3.1 ฟื้นฟูระบบนิเวศให้ทำหน้าที่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว” เช่น ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่สีเขียวในเมือง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
               3.2 ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรแบบมีส่วนร่วม โดยผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เขตอนุรักษ์โดยชุมชน และการจัดการขยะระดับฐานราก
               3.3 พัฒนากลไกเชื่อมโยงธรรมชาติกับเศรษฐกิจคาร์บอน เช่น ตลาดคาร์บอนเครดิตจากธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน

        4. พิมพ์เขียวด้านการบริหารจัดการและกฎหมาย : มุ่งปรับระบบบริหารจัดการและกฎหมายให้เอื้อต่อการปรับตัวเชิงระบบและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
               4.1 บูรณาการนโยบายและงบประมาณด้านการปรับตัว จากระดับชาติสู่ท้องถิ่น พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลกลางที่ใช้มาตรฐานเดียวกัน
               4.2 ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับผังเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน มาตรฐานอาคาร และการเข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
               4.3 เสริมสร้างธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วม ผ่านการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นระบบ

แหล่งอ้างอิง
1. โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
2. https://www.ipcc.ch/report/ar6/wg2/chapter/chapter-18/
3. https://www.iisd.org/articles/deep-dive/uae-framework-global-climate-resilience