1. Q: กลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีสแตกต่างจากตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market: VCM) อย่างไร
    A: กลไกข้อ 6 เป็นกลไกภายใต้ความตกลงปารีสที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมาย NDC โดยกำหนดให้ต้องได้รับการอนุญาต (Authorization) จากประเทศเจ้าบ้าน และต้องมีการดำเนินการปรับบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำ (Corresponding Adjustment) ดังนั้น การถ่ายโอนภายใต้กลไกข้อ 6 จึงส่งผลโดยตรงต่อบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศและการบรรลุเป้า NDC ของประเทศ
    สำหรับตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจนั้น การดำเนินการจะอยู่นอกระบบการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยคาร์บอนเครดิตในตลาดภาคสมัครใจมักถูกซื้อโดยบริษัทเอกชนเพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero) หรือการประกาศความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ขององค์กร ไม่ได้ใช้เพื่อการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ จึงไม่ต้องดำเนินการขออนุญาตจากประเทศเจ้าบ้านหรือต้องดำเนินการปรับบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำ เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในนโยบายของประเทศนั้น ๆ
    ————————————————————————————————————————————————————–
  2. Q: จะทราบได้อย่างไรว่าโครงการสามารถดำเนินการภายใต้กลไกข้อ 6.2 ของความตกลงปารีส ในประเทศไทยได้
    A: ผู้พัฒนาโครงการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับนโยบายของไทยในการดำเนินงานตามข้อ 6 ของความตกลงปารีส ที่ https://www.dcce.go.th/article6/policies ซึ่งประกอบด้วย 1) แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 – 2573 (NDC Action Plan on Mitigation 2021 – 2030) และ 2) แนวทางปฏิบัติสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ (International Carbon Credit Guidance) ซึ่งกำหนดประเภทและคุณลักษณะโครงการที่สามารถอนุญาตให้ดำเนินการภายใต้กลไกดังกล่าวได้ รวมทั้งแนวทางในการขออนุญาตโครงการและถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
    ————————————————————————————————————————————————————–
  3. Q: ข้อแตกต่างระหว่างกลไกข้อ 6.2 และกลไกข้อ 6.4 ของความตกลงปารีสคืออะไร
    A: กลไกข้อ 6.2 กำหนดให้มีโครงสร้างในการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes: ITMOs) โดยประเทศผู้ถ่ายโอน ITMOs หรือประเทศเจ้าบ้าน (Host Country) จะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก และประเทศผู้รับการถ่ายโอนหรือประเทศผู้ซื้อ (Buyer Country) จะสามารถใช้ ITMOs ดังกล่าวเพื่อบรรลุเป้า NDC ของประเทศตน กลไกข้อ 6.4 หรือกลไกการให้เครดิตภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement Crediting Mechanism: PACM) เป็นกลไกตลาดแบบรวมศูนย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) และมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในลักษณะที่คล้ายคลึงกับกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism: CDM) ภายใต้พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ทั้งสองกลไก แตกต่างกันที่โครงสร้างการกำกับดูแล โดยกลไกข้อ 6.2 ดำเนินการผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันเองระหว่างรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ภายใต้กรอบแนวทางที่กำหนดภายใต้ UNFCCC ในขณะที่กลไกข้อ 6.4 (PACM) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับดูแลภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC Supervisory Body) ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง การทวนสอบ และการขึ้นทะเบียนโครงการ
    ————————————————————————————————————————————————————–
  4. Q: ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีการถ่ายโอนระหว่างประเทศ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes: ITMOs) คืออะไร
    A: ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีการถ่ายโอนระหว่างประเทศ (ITMOs) คือ ผลการลดหรือการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจริงและได้รับการทวนสอบ โดยเกิดขึ้นจากกิจกรรมที่เป็นการดำเนินงานเพิ่มจากการดำเนินงานที่ประเทศจะดำเนินการเอง (Additionality) ซึ่งได้รับการอนุญาต (Authorized) ให้นำไปใช้เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้า NDC หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศอื่น  โดยเป็นผลการลดหรือการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่ง และถูกถ่ายโอนไปยังอีกประเทศหนึ่ง เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมาย NDC ของประเทศผู้ซื้อ
    ————————————————————————————————————————————————————–
  5. Q: ประเทศภาคีผู้ถ่ายโอนและรับโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (ITMOs) ได้รับประโยชน์อย่างไร
    A: สำหรับประเทศภาคีผู้ถ่ายโอน กลไกดังกล่าวเอื้อให้เกิดการไหลเวียนของเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่โครงการคาร์บอนต่ำและส่งเสริมนวัตกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศสำหรับประเทศภาคีผู้รับโอน การซื้อ ITMOs นับเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของตน รวมถึงอาจทำให้ประเทศสามารถยกระดับความมุ่งมั่นในการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอีกด้วย
    ————————————————————————————————————————————————————–
  6. Q: การอนุญาต (Authorization) คืออะไร
    A: การอนุญาตเป็นกระบวนการอนุมัติอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ซึ่งเป็นกระบวนการที่ประเทศเจ้าบ้าน (Host Country) กำหนดให้ผลการลดก๊าซเรือนกระจกจำนวนหนึ่ง สามารถถ่ายโอนเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ (ITMOs) ภายใต้ข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสได้หากไม่ได้รับการอนุญาต ผลการลดก๊าซเรือนกระจกจะไม่สามารถถูกถ่ายโอนระหว่างประเทศ หรือถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุ NDC ของประเทศอื่นได้
    ————————————————————————————————————————————————————–
  7. Q: การนับซ้ำ (Double Counting) และการปรับบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำ (Corresponding Adjustment) คืออะไร
    A: การนับซ้ำ (Double Counting) หมายถึง กรณีที่ผลการลดหรือการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกหนึ่งหน่วย ถูกนำไปอ้างสิทธิ์โดยมากกว่าหนึ่งประเทศหรือหน่วยงาน เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของตน เช่น ทั้งประเทศผู้ขายและประเทศผู้ซื้อ ต่างใช้ผลการลดก๊าซฯ หน่วยเดียวกันเพื่อบรรลุเป้า NDCs การกระทำดังกล่าวส่งผลต่อความโปร่งใสในการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก (Environmental Integrity) เนื่องจากไม่สะท้อนผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจริงในชั้นบรรยากาศโลก
    ดังนั้น จึงมีการกำหนดให้มีกลไกในการปรับบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำ (Corresponding Adjustment) โดยเมื่อประเทศเจ้าบ้าน เช่น ประเทศไทย อนุญาตและโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (ITMOs) ไปยังประเทศอื่น เช่น สมาพันธรัฐสวิส ประเทศไทยจะต้องบวกกลับ ITMOs ไปในบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Balance) ที่ประเทศจะต้องรายงาน เพื่อให้ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นถูกใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายของประเทศผู้ซื้อเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ประเทศผู้ขายจะไม่สามารถนำเอาผลการลดก๊าซฯ ดังกล่าวมาใช้บรรลุเป้า NDCs ของตนเองได้
    ————————————————————————————————————————————————————–
  8. Q: ผู้พัฒนาโครงการจะสามารถริเริ่มโครงการภายใต้กลไกข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสในประเทศไทยได้อย่างไร
    A: หากต้องการริเริ่มโครงการภายใต้กลไกข้อ 6.2 ในประเทศไทย ผู้พัฒนาโครงการควรต้องยื่นเอกสารข้อเสนอแนวคิดกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation Activity Idea Note: MAIN) ต่อกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เอกสารดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาเพื่อประเมินว่ากิจกรรมที่เสนอมีความสอดคล้องกับนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ แนวทางการดำเนินงานตาม NDC และแนวทางปฏิบัติสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศหรือไม่หากผ่านเกณฑ์การคัดกรองในขั้นต้น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจะออกหนังสือแสดงข้อคิดเห็นต่อเอกสารแนวคิดโครงการ (Feedback on MAIN) ซึ่งระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวมีความสอดคล้องกับนโยบายของประเทศหรือไม่
    *หมายเหตุ* หนังสือแสดงข้อคิดเห็นต่อเอกสารแนวคิดโครงการ (Feedback on MAIN) ดังกล่าวไม่นับเป็นการให้อนุญาตให้มีการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ เพียงแต่เป็นการยืนยันความสอดคล้องเชิงนโยบายในขั้นต้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุญาตภายใต้ข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสต่อไป
    ————————————————————————————————————————————————————–
  9. Q: ขั้นตอนการพัฒนาโครงการภายใต้กลไกข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสมีอะไรบ้าง
    A: กระบวนการอนุญาตโครงการและการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ ของไทย ประกอบด้วย 7 ขั้นตอนสำคัญได้แก่ขั้นตอนที่ 1. การพัฒนาเอกสารกรอบแนวคิด (Mitigation Activity Idea Note Development)
    ผู้พัฒนาโครงการต้องจัดทำเอกสารกรอบแนวคิดโครงการเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาว่ากิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกสามารถพัฒนาเป็น ITMOs สำหรับการถ่ายโอนระหว่างประเทศได้หรือไม่ โดยต้องจัดส่งเอกสารตามแบบฟอร์มที่ สส. หรือ ประเทศคู่ความร่วมมือกำหนด โดย สส.จะดำเนินการประเมินคุณสมบัติของกิจกรรมหรือโครงการตามนโยบายหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อตกลงระหว่างประเทศที่กำหนดหากผลการพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข สส. จะให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนาข้อเสนอโครงการก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป

    ขั้นตอนที่ 2. การขึ้นทะเบียนกับมาตรฐานคาร์บอนเครดิต (Project Registration)
    หลังจากได้รับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก สส. ผู้พัฒนาโครงการสามารถจัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการ (Mitigation Activity Design Document: MADD หรือ Project Design Document: PDD) หรือ เอกสารอื่น ๆ ตามแบบฟอร์มที่ประเทศคู่ความร่วมมือ หรือ สส. กำหนด โดยผู้พัฒนาโครงการสามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนโครงการกับ อบก. หรือ มาตรฐานคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ (กรณีที่โครงการขึ้นทะเบียนกับมาตรฐานแล้ว ผู้พัฒนาโครงการยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ 1 เพื่อให้ สส. พิจารณาและให้ข้อคิดเห็นต่อกิจกรรมหรือโครงการ)*หมายเหตุ* สำหรับโครงการภายใต้กลไกเครดิตร่วม (Joint Crediting Mechanism: JCM) ผู้พัฒนาโครงการต้องได้รับหนังสืออนุญาต (Letter of Authorization) จาก สส. ก่อนยื่นคำขอขึ้นทะเบียนโครงการกับมาตรฐาน Premium T-VER ของ อบก.

    ขั้นตอนที่ 3. การขออนุญาตโครงการสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ (Request for Authorization)
    ผู้พัฒนาโครงการยื่นคำขอหนังสืออนุญาต (Letter of Authorization: LoA) ต่อ สส. เพื่อขออนุญาตนำผลการลดก๊าซเรือนกระจกไปใช้เป็น ITMOs สำหรับการถ่ายโอนระหว่างประเทศ โดยต้องแนบเอกสาร MADD/PDD, Validation Report, SDSAR หลักฐานการขึ้นทะเบียนโครงการ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การขออนุญาตดังกล่าวครอบคลุมการนำ ITMOs ไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมาย NDC ของประเทศผู้ซื้อ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศอื่น เช่น CORSIA
    ทั้งนี้ ผู้พัฒนาโครงการสามารถยื่นคำขอ LoA ได้แม้ยังไม่มีหลักฐานการขึ้นทะเบียน อย่างไรก็ตาม ต้องจัดส่งหลักฐานดังกล่าวให้แก่ สส. ภายในระยะเวลา 2 ปี

    ขั้นตอนที่ 4. การดำเนินโครงการและการทวนสอบและรับรองผลการลดก๊าซเรือนกระจก (Implementation, Verification and Issuance of Emission Reductions)
    ผู้พัฒนาโครงการต้องดำเนินกิจกรรมตามที่ระบุไว้ในเอกสารโครงการ พร้อมจัดทำรายงานการติดตามประเมินผล (Monitoring Report) และรายงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการป้องกันผลกระทบด้านลบ โดยรายงานดังกล่าวต้องได้รับการทวนสอบและรับรองโดยผู้ตรวจประเมินภายนอก (VVB) เพื่อยืนยันปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจริง ก่อนส่งให้ อบก. หรือหน่วยงานเจ้าของมาตรฐานคาร์บอนเครดิตที่เกี่ยวข้องพิจารณา

    ขั้นตอนที่ 5. การพิจารณาคำขอถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (Request for ITMOs transfer)
    ผู้พัฒนาโครงการต้องยื่นคำขอถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกต่อ สส. โดยแนบรายงานการติดตามประเมินผล และหลักฐานการรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากหน่วยงานเจ้าของมาตรฐาน สส. จะดำเนินการพิจารณาตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือ LoA สอดคล้องกับเอกสารโครงการ (MADD/PDD) ไม่มีการนับซ้ำ (double counting) เป็นไปตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชน และไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย หากผลการพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สส. จะออกหนังสือแจ้งผลการพิจารณา (Positive Examination) ให้ผู้พัฒนาโครงการและ อบก. ทราบ หนังสือดังกล่าวจะแสดงปริมาณ ITMOs ที่ได้รับการอนุมัติให้ถ่ายโอน รวมถึงปริมาณ  ITMOs สะสม และเป็นการยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลการลดก๊าซเรือนกระจก

    ขั้นตอนที่ 6. การถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (Transfer of ITMOs)
    สำหรับโครงการที่ขึ้นทะเบียนกับ อบก. ผู้พัฒนาโครงการต้องยื่นคำขอถ่ายโอนต่อ อบก. เพื่อดำเนินการยกเลิกคาร์บอนเครดิตและบันทึกข้อมูลการถ่ายโอนในระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิต โดย อบก. จะออกหนังสือแจ้งผลการถ่ายโอนให้แก่ผู้พัฒนาโครงการ สำหรับโครงการที่ขึ้นทะเบียนกับมาตรฐานอื่น ผู้พัฒนาโครงการต้องดำเนินการยกเลิกหรือถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตในระบบทะเบียนของมาตรฐานนั้น และนำหลักฐานการยกเลิกคาร์บอนเครดิตมายื่นต่อ อบก. เพื่อให้ อบก. ดำเนินการบันทึกการถ่ายโอนในระบบทะเบียนของประเทศไทย

    ขั้นตอนที่ 7. การปรับบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำและการรายงาน (Corresponding Adjustment and Reporting)
    ภายหลังการถ่ายโอน ITMOs สส. จะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการปรับบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำ และจัดทำรายงานต่อ UNFCCC ร่วมกับ อบก. โดย สส. จะจัดทำรายงานข้อมูลประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินงาน เช่น การขึ้นทะเบียนและการถ่ายโอน ITMOs และจัดส่งรายงานดังกล่าวต่อ UNFCCC โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ผ่านฐานข้อมูลกลไกข้อ 6 ของ UNFCCC ทั้งนี้ ผู้พัฒนาโครงการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
    ————————————————————————————————————————————————————–

  10. Q: ระยะเวลาในการพิจารณา การออกหนังสือให้ข้อคิดเห็นต่อเอกสารแนวคิด (Feedback on MAIN) และการออกหนังสืออนุญาตโครงการ (Letter of Authorization: LoA) โดยปกติใช้เวลานานเท่าใด
    A: ระยะเวลาในการพิจารณาและการออกหนังสือ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนและความพร้อมของเอกสารที่ผู้พัฒนาโครงการยื่นเสนอกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเปิดรับคำขออย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และดำเนินการพิจารณาอย่างเป็นทางการตามความครบถ้วนของเอกสารและปริมาณคำขอที่ยื่นเข้ามาทั้งนี้ กำหนดการในการจัดประชุมคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณา ต้องดำเนินการตามความเหมาะสม รวมถึงระยะเวลาการพิจารณาของแต่ละโครงการอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของกิจกรรมที่เสนอและกรณีที่จำเป็นต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำชี้แจงจากผู้พัฒนาโครงการ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

เบอร์โทรศัพท์: 02 298 5645
Email: climate.measure@dcce.mail.go.th หรือ sunaree.c@dcce.mail.go.th