กรมลดโลกร้อน ร่วมโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568”

กรมลดโลกร้อน ร่วมโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568”

          เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 กรมลดโลกร้อน เข้าร่วม โครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ลอยกระทง ไท ไทย คารวาลัย พระแม่ของแผ่นดิน” จัดขึ้นโดยกรมประชาสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างการกระจายรายได้ในชุมชนและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยรอบกรมประชาสัมพันธ์ พิธีเปิดงานครั้งนี้มี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่าย ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน ในการนี้ นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ เลขานุการกรม นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าว และร่วมเดินรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุทำกระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการเกิดขยะในแหล่งน้ำ อันนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568”

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568”

กรมลดโลกร้อน ร่วมโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568”

กรมลดโลกร้อน ร่วมโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568”

กรมลดโลกร้อน ร่วมโครงการ “สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจลอยกระทง ประจำปี 2568”

 

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

          วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดอัมพวันเจติยาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงฯ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
          ในการนี้ กระทรวงฯ ได้ถวายจตุปัจจัยและเครื่องไทยธรรม ทำนุบำรุงวัดอัมพวันเจติยาราม เพื่อบูรณะพระอาราม และสมทบเป็นทุนการศึกษาให้แก่ โรงเรียนอัมพวันวิทยาลัย และ โรงเรียนเทศบาล 3 วัดอัมพวันเจติยาราม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,265,496 บาท (สองล้านสองแสนหกหมื่นห้าพันสี่ร้อยเก้าสิบหกบาทถ้วน)
         โอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้สักการะ พระบรมราชาอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) และปลูกต้นมะม่วงอกร่องเป็นที่ระลึก เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ณ วัดอัมพวันเจติยาราม อีกด้วย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ยังได้นำน้ำดื่มบรรจุขวดจากแหล่งน้ำบาดาลธรรมชาติ มาบริการแจกจ่ายแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้มาร่วมพิธี รวมถึงกรมควบคุมมลพิษ ยังได้จัดตั้งจุดรณรงค์การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีภายในบริเวณงาน เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะให้กับประชาชน ซึ่งการจัดงานในปีนี้ได้มีการคำนวณคาร์บอนเครดิตเพื่อนำมาชดเชยให้เป็นการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

ทส. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดอัมพวันเจติยาราม จ.สมุทรสงคราม

 

ทส. ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ทส.ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

          เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 19.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
          ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย โดยมีท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมกันนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมงานพระราชพิธีฯ พร้อมผู้บริหารหน่วยงานราชการ ข้าราชการและประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จโดยพร้อมเพรียงกัน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส.ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ทส.ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ทส.ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ทส.ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

          กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

          เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นางรสริน อมรพิทักษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาแนวทางและศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้แทนจากกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมหารือแผนงานความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ International Organization for Migration (IOM) Thailand ณ ห้องประชุมบัวหลวง (401) ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี Ms. Michiko ITO, Chief of Mission ad interim และผู้แทนจาก IOM เข้าร่วมการหารือ
          การหารือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาแผนงานความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ IOM รวมถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป โดยแผนงานความร่วมมือดังกล่าว ประกอบด้วย 1) การสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการโยกย้ายถิ่นฐานที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการวิจัยและระบบข้อมูล 2) การระดมทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวและป้องกันการโยกย้ายถิ่นฐานที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) การเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงาน และ 4) การบูรณาการประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานเข้าสู่นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งดัชนีความเสี่ยง Risk Index for Climate Displacement (RICD) และกองทุน Climate Catalytic Fund (CCF) เพื่อพัฒนาแนวคิดโครงการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะประเด็นการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์และนำไปสู่การเสริมสร้างการปรับตัวภายใต้บริบทของการโยกย้ายถิ่นฐานที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือแผนงานความร่วมมือกับ International Organization for Migration (IOM) Thailand

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ 12 ภาคี 12 พื้นที่ ขับเคลื่อน Climate Action

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ 12 ภาคี 12 พื้นที่ ขับเคลื่อน Climate Action

          เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมชี้แจงการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในระดับพื้นที่ ณ โรงแรม เดอะบาซาร์ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร เพื่อชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงานโครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในระดับพื้นที่ รวมทั้งทำความเข้าใจในกรอบแนวทางการสนับสนุน แผนการดำเนินงาน การติดตามและรายงานผลการดำเนินโครงการ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และกล่าวรายงาน โดยนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีผู้แทนจากองค์กรภาคีผู้สนับสนุน 12 องค์กร ชุมชน/เครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุน 12 แห่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมจำนวน 83 คน
          โครงการนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนในการขับเคลื่อนกิจกรรมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ (Climate Action) โดยกรมฯ เป็นตัวกลางส่งผ่านเงินทุนจากภาคเอกชนสู่ 12 โครงการของภาคประชาชน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025) ระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ที่ส่งเสริมความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และสร้างศักยภาพในการปรับตัวต่อผลกระทบด้านภูมิอากาศ โดยมีการดำเนินงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปอีก 8 เดือน สู่การจัดประชุม TCAC 2026 ต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ 12 ภาคี 12 พื้นที่ ขับเคลื่อน Climate Action

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ 12 ภาคี 12 พื้นที่ ขับเคลื่อน Climate Action

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ 12 ภาคี 12 พื้นที่ ขับเคลื่อน Climate Action

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ 12 ภาคี 12 พื้นที่ ขับเคลื่อน Climate Action

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือ 12 ภาคี 12 พื้นที่ ขับเคลื่อน Climate Action

 

กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง คพ. จัดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568 ร่วมสร้างพื้นที่สีเขียว มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง คพ. จัดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568

           วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมปลูกต้นไผ่ ต้นทองอุไร ต้นแก้ว ต้นโกศล ว่านกาบหอย ต้นกระตูมทอง ในกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2568 ร่วมกับ นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ณ บริเวณโดยรอบอาคารและเส้นทางเดินเท้าจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ถึง กรมควบคุมมลพิษ

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง คพ. จัดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568

กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง คพ. จัดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568

กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง คพ. จัดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568

กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง คพ. จัดกิจกรรมเนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568

 

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

          วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะผู้แทนไทยเตรียมการเข้าร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายปวิศ เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้แทนจากหน่วยงานองค์ประกอบคณะผู้แทนไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          ที่ประชุมรับทราบกำหนดการประชุม COP 30 เเละการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างวันที่ 6 – 21 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล องค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทย ประเด็นเจรจาที่สำคัญ กรอบท่าทีการเจรจาของประเทศไทย การมอบหมายหน่วยงานติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อริเริ่ม (Initiatives) ปฏิญญา (Declarations) ในห้วงการประชุม COP 30 โดยอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ขอให้ผู้เเทนไทยติดตามการประชุมเเละรายงานความความก้าวหน้าการประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เป็นวาระสำคัญของประเทศและประเด็นที่จะต้องหาข้อสรุปใน COP 30 อาทิ การจัดส่งเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดฉบับใหม่ (NDC 3.0) การจัดทำตัวชี้วัดด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามเป้าหมายระดับโลก แผนที่นำทางการขับเคลื่อนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กองทุนเพื่อชดเชยความสูญเสียและความเสียหาย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณารายละเอียดข้อริเริ่มและปฏิญญาในห้วงการประชุมอย่างรอบคอบ และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ โดยจะต้องดำเนินการตามกระบวนการภายในประเทศให้เเล้วเสร็จก่อนเข้าร่วมหรือให้การรับรองต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ COP 30

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          วันที่ 27 ตุลาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดการประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวด้วยการกำหนดแผนการปรับตัวระดับชาติแบบครอบคลุม สำหรับประเทศมาเลเซีย (MyNAP) ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจาก นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธาน การประชุมครั้งนี้ มีนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้เเทนจากเจ้าหน้าที่ สส. ผู้แทนจากรัฐบาลมาเลเซีย และเจ้าหน้าที่ GIZ เข้าร่วมกว่า 50 คน
          การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดี ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ ของแต่ละประเทศ โดยที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวฯ ระดับประเทศ (NAP Process) ตลอดจนความท้าทายในการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนานโยบายและแผนงานด้านการปรับตัวฯ ระดับประเทศต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย – มาเลเซีย ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ทส.นำ 4 สุดยอดเมือง เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ เทศบาล-อบต. น่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567

ทส. นำ 4 สุดยอดเมือง เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ เทศบาล-อบต. น่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567

          กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำผู้แทนเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ และถ้วยรางวัลชนะเลิศองค์การบริหารส่วนตำบลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2567 สร้างขวัญและกำลังใจในพัฒนาท้องถิ่นสู่ความน่าอยู่ขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมยั่งยืน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 14.30 น. ณ วังสระปทุม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำผู้แทนเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ได้รับรางวัลจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) เทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง โดยนายวิชิต ศรีชลา นายกเทศมนตรีนครระยอง 2) เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยนายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ 3) เทศบาลตำบลคลองตำหรุ จังหวัดชลบุรี โดยนายอิฏฐาทรัพย์ อายุเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลคลองตำหรุ และรางวัลชนะเลิศองค์การบริหารส่วนตำบลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567 จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ จังหวัดศรีสะเกษ
โดยนายประกาศิต สุพรหมธีรกูร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ ในการนี้ ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือ “วิถีเมืองยั่งยืน 7”
          นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ และถ้วยรางวัลชนะเลิศองค์การบริหารส่วนตำบลน่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจต่อการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาท้องถิ่นสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อนำไปสู่การสร้างสมดุลระหว่างการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนในทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
          ด้าน ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 นับว่ามีการดำเนินการที่โดดเด่น โดย เทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง มีวิสัยทัศน์ว่า “นครระยองน่าอยู่ สู่สังคมแห่งความสุขและปลอดภัย” โดดเด่นในการจัดการสิ่งแวดล้อมในเมืองทั้งการจัดการขยะ การจัดการน้ำเสีย พื้นที่สีเขียว ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงเท่าเทียมด้านบริการสาธารณสุข จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีวิสัยทัศน์ “เป็นเมืองอุดมสุข” เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำ การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม สร้างพื้นที่ผู้สูงอายุ คัดกรองสุขภาพแรงงานในพื้นที่ มีแผนพลังงานทดแทน Solar Rooftop ในปี 2569 โครงการศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบผสมผสานเทคโนโลยี เพื่อป้องกันปัญหาขยะระยะยาว โมเดลชุมชนกรุณา พัฒนาคุณภาพชีวิตประชากร 4 มิติ ภายใต้แนวคิด เมืองเรียนรู้รองรับสังคมผู้สูงวัย เทศบาลตำบลคลองตำหรุ จังหวัดชลบุรี มีวิสัยทัศน์ “พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เท่าเทียมสิทธิเข้าถึงการรักษา พัฒนาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล” มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในเมือง จัดสรรสาธารณูปโภคที่ครบครัน ดูแลสุขภาพครอบคลุม ทุกกลุ่มวัย มีการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจร จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ผ่านระบบท้องถิ่นดิจิทัล องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ มีวิสัยทัศน์ “องค์กรมีประสิทธิภาพ ทันสมัย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตทีดี มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ” ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การใช้พลังงานทดแทน เตรียมแผนพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พัฒนาระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน ด้วยการมีส่วนร่วม
          อนึ่ง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้นำแนวคิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน” มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระดับท้องถิ่นภายใต้การดำเนินงาน “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” เพื่อพัฒนาและยกระดับเมืองในประเทศไทยให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมเทียบเท่ามาตรฐานสากล รวมทั้งส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมการพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
***********************************
          ขอบคุณภาพจาก ข่าวพระราชสำนัก NBT
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส. นำ 4 สุดยอดเมือง เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ เทศบาล-อบต. น่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567

ทส. นำ 4 สุดยอดเมือง เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ เทศบาล-อบต. น่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567

ทส. นำ 4 สุดยอดเมือง เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ เทศบาล-อบต. น่าอยู่อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อน “MNRE Zero Food Waste” มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อน “MNRE Zero Food Waste” มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs

          วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานสัมมนาโครงการ “MNRE Zero Food Waste” จัดขึ้นโดยกรมควบคุมมลพิษ ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมมอบนโยบายด้านการจัดการขยะอาหาร ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ มีผู้แทนหน่วยงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้ง 15 หน่วยงาน หน่วยงานบริเวณรอบซอยอารีย์สัมพันธ์ ได้แก่ หน่วยงานในกระทรวงการคลัง และกรมประชาสัมพันธ์ สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า และมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) มาร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางที่เหมาะสมในการจัดการขยะอาหาร โดยมีผู้บริหารและผู้แทนสถานประกอบการเข้าร่วมกว่า 450 คน
          จากข้อมูลรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2567 ปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้น 27 ล้านตันเป็นขยะอาหาร 10 ล้านตัน ซึ่งจะปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 2.53 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ถ้าหากเราสามารถลดการเกิดขยะอาหารได้ครึ่งหนึ่งตามเป้าหมาย SDGs จะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 1.27 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 106 ล้านต้น หรือหากเราสามารถป้องกันไม่ให้อาหารเหล่านั้นครึ่งหนึ่งกลายเป็นขยะ จะสามารถนำไปช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบางในประเทศไทยได้ถึง 10 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านบาท อีกทั้งขยะอาหารเหล่านี้หากไม่มีการคัดแยกและจัดการอย่างถูกต้อง จะทำให้ขยะที่มีศักยภาพรีไซเคิลไม่สามารถจำหน่ายและนำกลับไปรีไซเคิลได้ เนื่องจากขยะเกิดการปนเปื้อนหรือหากมีการทำความสะอาดก็จะก่อให้เกิดปัญหาในการจัดการน้ำเสียเพิ่มเติม อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหามากมาย อาทิ น้ำชะขยะ เกิดกลิ่นเหม็นรบกวน เกิดสัตว์พาหะนำโรค รวมถึงการจัดการที่ไม่ถูกต้องยังก่อให้เกิดปัญหาก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้เกิดปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาข้างต้นเหล่านี้จึงเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการให้ถูกต้องและดีขึ้น
          งานสัมมนาครั้งนี้มีการจัดเสวนา “แนวทางขับเคลื่อน ทส. ให้เป็น MNRE Zero Food Waste โดยความร่วมมือจากหน่วยงานเอกชน” ซึ่งนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นวิทยากรเสวนา กับหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า และมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน อีกทั้ง มีการจัดแสดงนิทรรศการ MNRE Zero Food Waste จำนวน 7 บูธ ประกอบด้วย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอการจัดการขยะอาหารเกี่ยวข้องอย่างไรกับ SDGs กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เสนอภาวะโลกเดือดจากการกำจัดขยะอาหาร กรมควบคุมมลพิษ เสนอภาพรวมโครงการ MNRE Zero Food Waste องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เสนอโครงการ LESS และ T-VER กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เสนอรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยภายในอุทยาน สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เสนอการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับขยะอาหารและแนวทางการรับซื้อวัสดุ Low Value และมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เสนอ EPR และกรณีศึกษาในพื้นที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี
          นายสุชาติกล่าวว่า ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) เป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก ประเทศไทยมีปริมาณขยะอาหารมากถึง 10 ล้านตันต่อปี และขยะอาหารเหล่านี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดก๊าซมีเทนที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า รัฐบาลโดยการนำของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว และได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการผลักดันให้เกิดผลในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นต้นแบบของหน่วยงานที่มีการจัดการขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste) และได้เน้นย้ำว่าหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นต้นแบบของ Zero Food Waste ในระยะเวลา 4 เดือน ก่อนจะขยายผลไปยังหน่วยงานอื่น ๆ หน่วยงานราชการอื่น ๆ และให้ทุกหน่วยงานสามารถดำเนินการเพื่อให้ขยะเป็นศูนย์ (Zero Waste) ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการจัดการขยะมูลฝอยต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อน “MNRE Zero Food Waste” มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อน “MNRE Zero Food Waste” มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อน “MNRE Zero Food Waste” มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อน “MNRE Zero Food Waste” มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อน “MNRE Zero Food Waste” มุ่งสู่เป้าหมาย SDGs