กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

          เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) ได้รับเชิญปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025 A Call for Adaptation The Sustainability in Trade & Industry ณ เพลนารีฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในหัวข้อ Climate Change Act “A call to Action” โดยมีคุณฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานอำนวยการ Sustainability Expo ผู้บริหารระดับสูงของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เข้าร่วมรับฟังจากช่องทาง onsite และ online ทั้งสิ้นกว่า 250 คน ที่ร่วมกันมีบทบาทในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านเศรษฐกิจ มุ่งมั่นไปสู่การการพัฒนาประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและอย่างยั่งยืน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในการหารือร่วมกับ H.E. Mr. Mark Gooding OBE เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยและคณะ ในประเด็นความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงแลกเปลี่ยนต่อประเด็นสำคัญที่จะเกิดขึ้นในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ สส. เข้าร่วมการหารือดังกล่าว ณ ห้องประชุมชั้น 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          ทั้งสองฝ่ายได้หารือแลกเปลี่ยนในประเด็นดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งฝ่ายสหราชอาณาจักรได้ตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามแผน NDC 3.0 ร้อยละ 81 เทียบกับระดับปี ค.ศ. 1990 ภายในปี ค.ศ. 2035 เพื่อมุ่งสู่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยในส่วนของประเทศไทยพร้อมจะยกระดับการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเปรียบเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของปีฐาน(Absolute Emissions Reduction) ณ ปี ค.ศ. 2019 ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ณ ปี ค.ศ. 2035 สอดคล้องตามเส้นวิถี 1.5 องศาเซลเซียส โดยจะจัดส่งอย่างเป็นทางการก่อนการประชุม COP 30 นอกจากนี้ฝ่ายสหราชอาณาจักรได้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยในการสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพของไทยในด้าน ETS และ CBAM รวมทั้งดำเนินโครงการเพื่อบูรณาการแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่นเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่มีภูมิคุ้มกันทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความก้าวหน้าการดำเนินงานดังกล่าวและฝ่ายสหราชอาณาจักรพร้อมที่จะให้การสนับสนุนประเทศไทยในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาศักยภาพ เทคโนโลยี ตลาดคาร์บอน การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านความร่วมมือทวิภาคี พหุภาคี และการดำเนินงานภายใต้กรอบอาเซียนต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. มอบเกียรติบัตรโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)และร่วมแสดงผลงานในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025

ทส. มอบเกียรติบัตรโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)และร่วมแสดงผลงานในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025

          วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติการดำเนินงานของโรงเรียน Astra Academy International School ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกที่ผ่านการพิจารณารับรองเป็น โรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) พร้อมทั้งได้เข้าร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการโรงเรียนอย่างยั่งยืนในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025 ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 โดยมี นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนายเอกราช ขำมะโน ผู้อำนวยการกลุ่มงานสิ่งแวดล้อมศึกษา เข้าร่วมพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติฯ ดังกล่าว ณ SX KIDS ZONE ชั้น LG Hall 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
         โดยในครั้งนี้ ทางโรงเรียนได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานนักเรียน ซึ่งได้นำเสนอและแบ่งปันการดำเนินงาน กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างการเรียนรู้และการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังร่วมเวทีเสวนาของนักเรียนระดับ Year 8 และ 9 ภายใต้หัวข้อ Sustainable Schools (โรงเรียนที่ยั่งยืน) การนิยามใหม่ว่าอะไรคือความหมายของการเป็นโรงเรียนที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง รวมถึงนักเรียนระดับ Year 7 – 12 ภายใต้หัวข้อ Leading Sustainability in Action (ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนสู่การปฏิบัติ) การเปลี่ยนนวัตกรรมให้เกิดผลกระทบที่ยาวนาน นอกจากนี้ ยังมีการแสดงดนตรีสดร่วมกับ Maldives, Junior และ Jada ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเรื่องความยั่งยืนให้มีชีวิตชีวาผ่านเสียงเพลง ทั้งนี้ โรงเรียนยังนำผลงานนักเรียนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนออกจำหน่าย โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิพัฒนาเด็กแห่งประเทศไทยอีกด้วย
การเชิดชูเกียรติให้กับโรงเรียนในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจที่ดีของการมีส่วนร่วมจากภาคการศึกษาเอกชนในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาในการเสริมสร้างความตระหนักรู้ สู่การลงมือปฏิบัติเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส. มอบเกียรติบัตรโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)และร่วมแสดงผลงานในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025

ทส. มอบเกียรติบัตรโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)และร่วมแสดงผลงานในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025

ทส. มอบเกียรติบัตรโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)และร่วมแสดงผลงานในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025

ทส. มอบเกียรติบัตรโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)และร่วมแสดงผลงานในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025

ทส. มอบเกียรติบัตรโรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)และร่วมแสดงผลงานในงาน SX SUSTAINABILITY EXPO 2025

“กรมลดโลกร้อน” ร่วมพิธีครบรอบ 23 ปี ทส. รับนโยบาย “รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนงานเชิงรุก ภายใน 4 เดือน

“กรมลดโลกร้อน” ร่วมพิธีครบรอบ 23 ปี ทส. รับนโยบาย “รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนงานเชิงรุก ภายใน 4 เดือน

          วันนี้ 3 ตุลาคม 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ร่วมสักการะพระพุทธสยัมภู พระพุทธรูปประจำกระทรวงฯ และศาลพระภูมิเจ้าที่ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ครบรอบ 23 ปี พร้อมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ และเสริมพลังใจให้แก่บุคลากรในสังกัดกระทรวงฯ ในการปกป้อง ดูแล และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
ภายหลังพิธี นายสุชาติ ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานของกระทรวงฯ โดยเน้นย้ำการทำงานใน 5 ด้านสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงฯ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 4 เดือน ได้แก่
          1) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อประชาชน โดยให้ความสำคัญกับงานตามพระราชดำริ รวมถึงการแก้ไขปัญการกัดเซาะชายฝั่งอย่างมีส่วนร่วม เร่งรัดกฎหมายสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ และการผลักดันการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งผิวดินและใต้ดินเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน
          2) การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงฯ ให้เป็นแหล่งรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าสร้างพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้น การส่งเสริมให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนที่ได้รับสิทธิให้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า
          3) การป้องกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัยทางธรรมชาติ ด้วยการยกระดับศูนย์เตือนภัยของกระทรวงฯ ทั้งการเฝ้าระวังด้านน้ำและด้านธรณีพิบัติภัย รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน
          4) การจัดการสิ่งแวดล้อมโดยการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการเร่งเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และบูรณาการความร่วมมือการป้องกันแก้ไขปัญหาร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอย่างเป็นเอกภาพ การเร่งแก้ไขปัญหา และผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ แก้ไขปัญหา PM2.5 หมอกควัน ไฟป่า และมลพิษข้ามแดนมลพิษข้ามแดน เช่น ปัญหาหมอกควัน และปัญหาสิ่งปนเปื้อนในลำน้ำ รวมถึงการส่งเสริมให้กลไก EIA และ EHIA เป็นเครื่องมือหลักในการป้องกันและควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
          5) การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและ AI เพื่อการให้บริการประชาชนที่ครอบคลุม ให้บริการได้ทุกพื้นที่ ทุกรูปแบบ เกิดความโปร่งใส รวดเร็ว และตรวจสอบได้
นอกจากนี้ นายสุชาติ ยังได้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการดูแลขวัญกำลังใจและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการคัดเลือกบุคลากรให้เหมาะสมกับงาน และขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับจัดทำแผนงานที่ชัดเจน ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงน้อมนำงานตามพระราชดำริมาดำเนินการให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานทั้งหมดของกระทรวงฯ สามารถวัดผลได้ภายในระยะเวลา 4 เดือนของรัฐบาล และประชาชนสัมผัสได้ถึงผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม ให้กระทรวงฯ สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง และก้าวไปข้างหน้าด้วยความโปร่งใสและมั่นคง

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“กรมลดโลกร้อน” ร่วมพิธีครบรอบ 23 ปี ทส. รับนโยบาย “รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนงานเชิงรุก ภายใน 4 เดือน

“กรมลดโลกร้อน” ร่วมพิธีครบรอบ 23 ปี ทส. รับนโยบาย “รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนงานเชิงรุก ภายใน 4 เดือน

“กรมลดโลกร้อน” ร่วมพิธีครบรอบ 23 ปี ทส. รับนโยบาย “รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนงานเชิงรุก ภายใน 4 เดือน

“กรมลดโลกร้อน” ร่วมพิธีครบรอบ 23 ปี ทส. รับนโยบาย “รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนงานเชิงรุก ภายใน 4 เดือน

“กรมลดโลกร้อน” ร่วมพิธีครบรอบ 23 ปี ทส. รับนโยบาย “รมว.สุชาติ” ขับเคลื่อนงานเชิงรุก ภายใน 4 เดือน

ทส.จัดนิทรรศการ TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All” ในงาน SX Day 7

 

ทส.จัดนิทรรศการ TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All" ในงาน SX Day 7

 

          สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อทอดพระเนตรงานนิทรรศการนานาชาติ Sustainability Expo 2025 (SX 2025) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณ Hall 1 – 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนต่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมเข้าเฝ้ารับเสด็จ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการ TCAC 2025 ในงาน SX Sustainability Expo 2025 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All” เพื่อส่งสัญญาณว่า ถึงเวลาต้องลงมือทำแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero และภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          กิจกรรมภายในบูธนิทรรศการ ทส.ประกอบด้วยบอร์ดนิทรรศการเชื่อมโยงความรู้หัวข้อหลัก “7C” 1.Climate Policy 2.Climate Action 3.Climate Technology 4.Climate Resilience Solution 5. Climate finance 6.Climate Service 7.Climate Literacy พร้อมทั้งเปิด Climate Clinic เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยในวันนี้เป็นหัวข้อ “การปลูกป่าชุมชนเพื่อคาร์บอนเครดิต (กรมป่าไม้)” และมีกิจกรรมเกมให้ความรู้เรื่องโลกร้อน การเขียนความรู้สึกที่ฉันมีต่อโลกใบนี้ กิจกรรมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมแจกของรางวัลมากมาย โดยในวันนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมภายในบูธ ทส. กว่า450 คน ยอดผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมภายในบูธ ทส.ตลอด 7 วันที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น กว่า 5,945 คน

         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

ทส.จัดนิทรรศการ TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All" ในงาน SX Day 7

ทส.จัดนิทรรศการ TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All" ในงาน SX Day 7

ทส.จัดนิทรรศการ TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All" ในงาน SX Day 7

ทส.จัดนิทรรศการ TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All" ในงาน SX Day 7

ทส.จัดนิทรรศการ TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด : Inspiring Climate Solutions for All" ในงาน SX Day 7
 

กรมลดโลกร้อน ผนึกศาสนา–นโยบาย–เยาวชน เปิดเวทีสู้โลกรวน ชูบทบาทไทยสู่ COP30

 

กรมลดโลกร้อน ผนึกศาสนา–นโยบาย–เยาวชน เปิดเวทีสู้โลกรวน ชูบทบาทไทยสู่ COP30

 

          วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิงแวดล้อม พร้อมด้วยคุณพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืน กรุงเทพมหานคร
          คุณธนารัช วัชระพิสุทธิ์ อิหม่ามประจำมัสยิดฮารูณและกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ภญ.ผลิน เทพทัตต์ ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือเยาวชนส่งเสริม มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ (มูลนิธิ สกพ.) คุณจามีกร อำนาจผูก Policy Influencer สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และดำเนินรายการโดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง “ทำไมเราจึงยังไม่ลงมือแก้ปัญหาโลกรวนได้มากกว่านี้” โดยความร่วมมือของสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ และเครือข่ายพันธมิตร ได้กำหนดจัดโครงการ “ความร่วมมือระหว่างกลุ่มศาสนา ผู้กำหนดนโยบายและเยาวชนเพื่อสร้างนวัตกรรมทางสังคมร่วมกันสู่ความยั่งยืนของระบบนิเวศในสภาวะโลกรวน ภายใต้กิจกรรม “เปิดพื้นที่ใหม่ สู้โลกรวน เพื่อโลกรอด: ศาสนา นโยบาย และคนรุ่นใหม่ From BKKCAW 25 to COP30 ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
          โดยนายปวิช เกศววงศ์ ได้กล่าวถึงการประชุมประเทศภาคีสมาชิกความตกลงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 ณ เมืองเบเลง ประเทศบราซิล ความสำคัญของ Global Ethical Stocktake : an ethical and urgent call เพื่อเป็นการทบทวนด้านจริยธรรมในระดับโลก ทั้งนี้ บราซิลเน้นย้ำถึงการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมควบคู่ไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างบูรณาการโดยมุ่งยกระดับเวที COP จาก “การเจรจา” สู่ “การลงมือทำ” โดยเน้นว่าการเปลี่ยนผ่าน ด้านภูมิอากาศได้เริ่มขึ้นแล้วและไม่อาจหวนกลับได้ จึงต้องเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วน รวมถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนขึ้น รุนแรงมากขึ้น และความสำคัญของการลงมือแก้ไขปัญหาโลกร้อน รวมถึงบทบาทของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินการและขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวทางการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน ผนึกศาสนา–นโยบาย–เยาวชน เปิดเวทีสู้โลกรวน ชูบทบาทไทยสู่ COP30

กรมลดโลกร้อน ผนึกศาสนา–นโยบาย–เยาวชน เปิดเวทีสู้โลกรวน ชูบทบาทไทยสู่ COP30

กรมลดโลกร้อน ผนึกศาสนา–นโยบาย–เยาวชน เปิดเวทีสู้โลกรวน ชูบทบาทไทยสู่ COP30

ประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่งนักวิชาการสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 อัตรา รับสมัครระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568

ประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 อัตรา
ประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 อัตรา

กรมลดโลกร้อน–GISTDA ร่วมมือใช้ข้อมูลดาวเทียม เพิ่มความสามารถรับมือโลกเดือด สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

          วันที่ 8 กันยายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ลงนาม “บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศร่วมลงนาม ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น “นิมิตหมายสำคัญ” ของการบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันเป็นโจทย์ท้าทายร่วมกันของประชาคมโลก โดยวันนี้ เป็นการแสดงเจตจำนงร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศในการลดการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง GISTDA เป็นองค์กรที่มีศักยภาพสูงด้านข้อมูลดาวเทียม เทคโนโลยีอวกาศ โดยกรอบความร่วมมือจะเป็นการร่วมกันนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการกำหนดนโยบาย แผน การติดตามและประเมินผลอย่างแม่นยำและต่อเนื่อง รวมทั้งและการวิจัยและพัฒนา เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผนบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การแปลภาพดาวเทียมติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียวของประเทศ การติตดาม Hotspot พื้นที่เผาทั้งป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรม การส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) เป็นต้น และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรมและอย่างมั่นคง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยกรอบเวลาของบันทึกความร่วมมือมีผลบังคับใช้ 5 ปี ซึ่งจะมีการจัดตั้งคณะทำงาน ที่มีหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อขับเคลื่อนงานในส่วนต่างๆ ต่อไป
          ดร.พิรุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
          ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า GISTDA ได้ร่วมมือกับกรมลดโลกร้อน ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและระบบภูมิสารสนเทศเป็นกลไกสนับสนุนเชิงนโยบาย สำหรับการจัดทำมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก การติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดย GISTDA มีแหล่งข้อมูลที่สำคัญจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่จะมาร่วมสนับสนุน เช่น ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่น้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซาก อุณหภูมิพื้นที่ผิว จุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ พื้นที่เกษตร การกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่สีเขียว การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การวิเคราะห์และจัดทำแผนที่ความเสี่ยง การประเมินผลและการติดตามแหล่งกักเก็บคาร์บอน เป็นต้น
          ซึ่งหลังจากลงนามแล้ว ทั้งสองหน่วยงานจะดำเนินงานตามกรอบใน 2 โครงการสำคัญคือ 1) โครงการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่จะเน้นการจัดทำฐานข้อมูลด้านพื้นที่สีเขียวและไฟป่าทั้งประเทศ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต รวมถึงการพัฒนาแบบจำลองการปล่อยและการดูดกลับก๊าซคาร์บอนในระดับ Tier 3 ตาม IPCC อันจะเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญสำหรับการวางนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ NDC 3.0 และ 2) โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยข้อมูลภูมิสารสนเทศของประเทศไทย (ปีงบประมาณ 2568) โดย GISTDA จะเร่งทำฐานข้อมูลคาร์บอนพื้นที่สีเขียว และไฟป่าทั้งประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มกลาง Green Digital ของกรมลดโลกร้อน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นระบบฐานข้อมูลกลางด้านภูมิสารสนเทศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
           ดร.ปกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำหนดนโยบายและการวางแผนเชิงรุก ตลอดจนมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว”

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน ตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 2/2568

          วันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะกรรมการตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นคณะกรรมการ และนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อพิจารณาตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2568 จำนวน 28 ผลงาน จากทั้งหมด 135 ผลงาน ทั้งประเภทบุคคล และประเภทเครือข่าย ใน 2 สาขา 7 ด้านผลงาน ประกอบด้วย สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 ด้านผลงาน ได้แก่ ด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่สีเขียว ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ และด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ และสาขาการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4 ด้านผลงาน ได้แก่ ด้านการจัดการขยะมูลฝอยเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้านการจัดการไฟป่า หมอกควัน และการเผาในที่โล่ง ด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และด้านการจัดการระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งที่ประชุมได้มีมติตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2568 ดังนี้
          1. ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ จำนวน 7 ราย
          2. ทสม. ดาวรุ่ง ระดับประเทศ จำนวน 7 ราย
          3. เครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ จำนวน 7 เครือข่าย
          4. เครือข่าย ทสม. ดาวรุ่ง ระดับประเทศ จำนวน 6 เครือข่าย
          ทั้งนี้ จะประกาศรายชื่อ ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ประจำปี 2568 และจัดพิธีมอบรางวัลตามลำดับต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นบุคลากรช่วยปฏิบัติงาน ตำแหน่งที่รับสมัคร นักวิชาการสิ่งแวดล้อม (วุฒิปริญญาตรี) จำนวน 1 อัตรา

1. การรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นบุคลากรช่วยปฏิบัติงาน