ผู้เขียน: กลุ่มฐานข้อมูลกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
กรมลดโลกร้อน ให้สัมภาษณ์ รายการ “เคลียร์คัด ชัดเจน” NBT2HD “ไทยหลุดประเทศเสี่ยงสูง อากาศสุดขั้ว”

วันที่ 4 มีนาคม 2568 เวลา 15.00 น. นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม บันทึกเทป รายการ “เคลียร์คัด ชัดเจน” เรื่อง “ไทยหลุดประเทศเสี่ยงสูง อากาศสุดขั้ว” ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยมีคุณนันทิญา จิตตโสภาวดี เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดอันดับ Climate Risk Index 2025 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การเลื่อนอันดับความเสี่ยงของประเทศไทยและปัจจัยสำคัญในการลดอันดับความเสี่ยง แนวทางดำเนินงานและแผนการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย รวมถึงได้ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับผลกระทบในช่วงฤดูร้อนและภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งขอความร่วมมือของทุกภาคส่วน ร่วมกันปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อให้ฝ่าวิกฤตและลดผลกระทบจากโลกเดือดที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ทั้งนี้ สามารถติดตามรับชมรายการ “เคลียร์คัด ชัดเจน” เรื่อง “ไทยหลุดประเทศเสี่ยงสูง อากาศสุดขั้ว” ได้ในวันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม 2568 เวลา 14.30-15.00 น. ทางช่อง NBT 2HD และ Facebook live : NBT-เอ็นบีที
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
4 มีนาคม วันปะการัง (Coral Day)

วันปะการัง กำหนดขึ้นเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของปะการังที่ช่วยระบบนิเวศทางทะเลให้มีความสมดุลต่อสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล โดยวันปะการังถูกกำหนดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ที่เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น และได้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยป้องกันแนวปะการังขึ้นในปี 2543 ที่เกาะชิระโฮะ เมืองอิชิกากิ จังหวัดโอกินาวา
โดยปะการัง มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก เพราะสามารถเป็นได้ทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร ที่หลบภัย เป็นแหล่งอนุบาลสำหรับสัตว์น้ำอีกหลายชนิด และยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยค้นคว้าทางทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้สามารถส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ระดับที่เพิ่มขึ้นของน้ำทะเลนี้ ทำให้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้รับผลกระทบทั้งทางด้านกายภาพและชีวภาพ โดยการเกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาวก็เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน เนื่องจากปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำ โดยอุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นเพียง 2-3 องศาเซลเซียส สามารถส่งผลให้ปะการังตายได้
ถ้าเราไม่เริ่มปรับพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้ ผลกระทบที่ตามมาสุดท้ายจะย้อนกลับมาสู่เรา เมื่อปะการังได้รับผลกระทบ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่พึ่งพาแนวปะการังก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทำให้เราสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่จะสูญหายไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
แหล่งที่มา :
– กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
– โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
3 มีนาคม วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก

ประเทศไทย ได้เสนอต่อที่ประชุมให้วันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก (World Wildlife Day)” โดยที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบตามที่ประเทศไทยเสนอ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2516 ณ กรุงวอชิงตัน ดี ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาในวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 68 ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีมติให้การรับรองและประกาศให้วันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันสัตว์ป่าและพืชป่าโลก” อย่างเป็นทางการ เพื่อเฉลิมฉลองและสร้างความตระหนักถึงความหลากหลายของสัตว์ป่าและพืชป่า อีกทั้งยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตเหล่านี้
ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ก็เผชิญกับปัญหาการคุกคามสัตว์ป่าและพืชป่า เช่น การล่าสัตว์ การค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย และในปัจจุบันยังต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมากอีกด้วย
มาร่วมกันอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชป่าโลก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ช่วยลดโลกร้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยคุกคามสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก รวมทั้ง หยุดล่า และค้าสัตว์ป่าพืชป่าผิดกฎหมาย เพื่อรักษาระบบนิเวศให้คงไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
แหล่งที่มา :
– กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่งนักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาตรี) ตำแหน่งนักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาโท) ตำแหน่งนักวิชาการเผยแพร่ปฏิบัติการ ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ ตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการ และตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
สาระสำคัญในสัญญา จ้างส่งเสริมการบริการร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Restaurant)
จ้างผลิตและเผยแพร่คลิปรายงานความโปร่งใสรายสองปี ด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
DCCE ร่วมงาน TikTok สานต่อความมุ่งมั่นในประเทศไทย

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2568) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าร่วมงานแถลงข่าว “TikTok สานต่อความมุ่งมั่นในประเทศไทย ประกาศลงทุน 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ” โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ในปัจจุบันมีชาวไทยมากกว่า 50 ล้านคนใช้ TikTok เป็นประจำทุกเดือนเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ สร้างและต่อยอดธุรกิจ ตลอดจนสร้างการรับรู้ผ่านคอนเทนต์ที่หลากหลาย ดังนั้น TikTok จึงได้ประกาศการลงทุนล่าสุด 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (3.05 แสนล้านบาท) สำหรับ Data Center Hosting ในประเทศไทยในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า (เริ่มปี พ.ศ. 2569-2573) การลงทุนนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพของแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการผู้ใช้ในประเทศไทย รวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ TikTok ได้เผยถึงโครงการด้านการศึกษาที่วางเป้าหมายเสริมทักษะเชิงดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ พร้อมเริ่มดำเนินงานทั่วประเทศ อาทิ
– โครงการสำหรับเยาวชน TikTok ร่วมมือกับมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ (Saturday School Foundation) และกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดตัวโครงการ BMA Digital Learning Hub ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านดิจิทัลให้กับนักเรียนในชั้นระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในกรุงเทพฯ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีนี้
– พัฒนาหลักสูตรพลเมืองดิจิทัลและความรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ 6 แห่ง เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเหล่านี้มีทักษะด้านดิจิทัลที่สำคัญสำหรับความต้องการของตลาดในอนาคต
ทั้งนี้ TikTok จะดำเนินงานร่วมกับรัฐบาลไทยและพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาเทคโยโลยีและสนับสนุนผู้คน โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการสร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของกรมฯ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริม เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ พัฒนาศักยภาพ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”










รู้จัก Climate Risk Index ดัชนีชี้วัดประเทศเสี่ยงภาวะโลกร้อน

ดัชนี CRI เป็นหนึ่งในดัชนีวัดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศที่มีการดำเนินการยาวนานที่สุด และจัดอันดับประเทศตามผลกระทบทางเศรษฐกิจและมนุษย์ โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจะอยู่ในอันดับสูงสุด CRI ใช้วิธีการประเมินผลย้อนหลัง โดยแสดงให้เห็นระดับผลกระทบของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในช่วงสองปีก่อนการเผยแพร่ดัชนี และในช่วง 30 ปีที่ผ่านมารายงานนี้ช่วยกำหนดบริบทของการอภิปรายและกระบวนการกำหนดนโยบายด้านสภาพอากาศในระดับนานาชาติ และสะท้อนให้เห็นว่าประเทศใดกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมากที่สุด (1)
Climate Risk Index ไม่ได้เป็นเพียงการจัดอันดับประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศทั่วโลก โดยเฉพาะในเวทีการประชุมโลกร้อน เช่น COP29 ซึ่งล่าสุดที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วได้ CRI จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนภัยสำหรับประเทศต่าง ๆ ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกัน รวมถึงปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (1)
รายงานดัชนีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศโลกฉบับแรกที่ออกในปี 2006 ระบุว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วน้อยที่สุดได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศอย่างหนัก โดยเฉพาะประเทศที่มีดัชนีการพัฒนามนุษย์ต่ำและรายได้ต่อหัวต่ำ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุและภัยพิบัติทางธรรมชาติส่งผลให้ประเทศเหล่านี้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในอัตราที่สูงมาก การวิเคราะห์พบว่า ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคม (4)
ฟิลิปปินส์ เป็นตัวอย่างของประเทศที่เสี่ยงสูงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ การวิเคราะห์จากดัชนีความเสี่ยงแสดงให้เห็นว่าความเสียหายจากสภาพอากาศสุดขั้วนั้นมีผลกระทบต่อประเทศเหล่านี้ในเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม ทำให้การปรับตัวและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต (4)
ในช่วงปี 1993-2022 มีการบันทึกเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากกว่า 9,400 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 765,000 ราย และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เหตุการณ์หลักที่สร้างผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ พายุ (35%) คลื่นความร้อน (30%) และอุทกภัย (27%) ซึ่งพายุเป็นสาเหตุที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุด โดยคิดเป็นมูลค่าถึง 2.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 56% ของความเสียหายทั้งหมด รองลงมาคืออุทกภัยที่คิดเป็น 1.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 32% ของความเสียหายทั้งหมด (5)
ในรายงาน Climate Risk Index 2025 ได้เผยรายชื่อ 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงในปี 2022 ได้แก่ ปากีสถาน เบลีซ อิตาลี กรีซ สเปน เปอร์โตริโก สหรัฐอเมริกา ไนจีเรีย โปรตุเกส และบัลแกเรีย ตามลำดับ โดยปากีสถานได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,700 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ส่วนอิตาลีและกรีซเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40C และเกิดไฟป่าขนาดใหญ่ (6)
หากมองในระยะยาว ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในช่วงปี 1993-2022 สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ผิดปกติรุนแรง เช่น โดมินิกา ฮอนดูรัส เมียนมา และวานูอาตู และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เช่น จีน อินเดีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งรายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เหตุการณ์สุดขั้วที่เคยเกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้นกลายเป็น “ความปกติใหม่” (1)
ในส่วนของประเทศไทย รายงานฉบับล่าสุดระบุว่า ในปี 2022 ประเทศไทยมีค่าดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอยู่ที่ อันดับ 72 ลดลงจาก อันดับ 34 ในปี 2019 และในดัชนีระยะยาว (1993-2022) ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 30 ลดลงจากอันดับ 9 ในช่วงปี 2000-2019 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วของไทยลดลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่เผชิญความสูญเสียรุนแรงขึ้น (6) (7)
ย้อนกลับไปในอดีต ประเทศไทยเคยติด 10 อันดับแรกของประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในหลายช่วงเวลา เช่น
– อันดับ 9 ในช่วงปี 1995-2014
– อันดับ 10 ในช่วงปี 1998-2017
– อันดับ 8 ในช่วงปี 1999-2018
– อันดับ 9 ในช่วงปี 2000-2019
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีหลัง ๆ อันดับของไทยลดลง เนื่องจากมีการปรับปรุงระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณค่าดัชนีให้ครอบคลุมช่วงเวลา 30 ปี แทนที่จะเป็น 20 ปีเหมือนเดิม (7)
แม้ว่าไทยจะไม่ได้ติดอันดับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดอีกต่อไป แต่ก็ยังคงต้องเผชิญกับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น คลื่นความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ภัยแล้งที่กระทบต่อการเกษตร น้ำท่วมหนักในบางภูมิภาค และฝนที่ตกหนักผิดปกติ การปรับตัวและเตรียมพร้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น การพัฒนาระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดผลกระทบในระยะยาว (5)
รายงาน Climate Risk Index 2025 ย้ำให้เห็นว่า ไม่มีประเทศใดรอดพ้นจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้แต่ประเทศที่มีรายได้สูงก็ได้รับผลกระทบหนักขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม ประเทศที่มีรายได้น้อยและขาดโครงสร้างพื้นฐานในการรับมือกลับได้รับผลกระทบที่รุนแรงที่สุด CRI ยังชี้ให้เห็นว่าการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มเงินทุนสนับสนุนให้กับประเทศกำลังพัฒนาเป็นสิ่งจำเป็นในการรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศ (1)
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
แหล่งที่มา :
(1) Clilmate Risk Index 2025, GERMANWATCH.
(2) Christoph Bals, Tagesspiegel Background
(3) About GermanWatch, GERMANWATCH.
(4) Global Climate Risk Index 2006 : Weather-Related Loss Events and Their Impacts on Countries in 2004 and in a Long-Term Comparison., Briefing Paper, GermanWatch.
(5) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, “กรมลดโลกร้อน เผยการจัดอันดับ Climate Risk Index 2025 ไทยหลุดอันดับประเทศเสี่ยงสูงจาก 9 ไปอันดับ 30”
(6) Climate Risk Index 2025 : Who suffers most from extreme weather events?, Climate Risk Index, GermanWatch.
(7) Global Climate Risk Index 2021 : Who suffer Most Extreme Weather Events? Weather-related Loss Events in 2019 and 2000 to 2019., GermanWatch.