กรมลดโลกร้อนร่วมประกาศเจตนารมณ์ “No Gift Policy ทส. โปร่งใสและเป็นธรรม”

          วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดกิจกรรมแสดงเจตจำนงต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ประกาศเจตนารมณ์ “No Gift Policy ทส. โปร่งใสและเป็นธรรม” ส่งเสริมการเป็นองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อรณรงค์กระตุ้นจิตสำนึกให้บุคลากร ทส. ไม่ยอมรับและไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชัน ประกอบกับเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่จะไม่รับ ของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ โดย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี และประกาศเจตนารมณ์ No Gift Policy ในการเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ทุกคนมีเจตนารมณ์ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่
          ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำโดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธีและร่วมประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





กรมลดโลกร้อนจัดประชุมคณะอนุกรรมการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ครั้งที่ 1/2569

          เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) โดยมีนายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดี สส. และนายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่ 1 และ 2 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดี สส. เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ เข้าร่วมประชุมพร้อมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 50 คน
          คณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการขอรับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) โดยเห็นชอบต่อการออกหนังสือรับรองว่าไม่มีข้อคัดค้าน (No-Objection Letter: NOL) ต่อกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF) สำหรับข้อเสนอโครงการ Navis Decarbonization Fund I และโครงการ Growth Markets Fund II (GMF II) รวมถึงเห็นชอบต่อการมอบหมาย สส. ให้เป็น National Focal Point ของกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (Fund for responding to Loss and Damage: FRLD)
          นอกจากนี้ ได้เห็นชอบการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ตลอดจนเห็นสมควรเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะทำงานบูรณาการการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ TU-RAC จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เรื่อง ข้อมูลประกอบการจัดทำรายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมกับรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (NC5/BTR2) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พร้อมนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก (ผอ.กลก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ประชาสังคม และเยาวชน และเจ้าหน้าที่ สส. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมแคทลียา ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ จำนวนรวมทั้งสิ้น 150 คน
          การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านข้อมูลและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อจำกัด ช่องว่าง ความต้องการการสนับสนุนด้านงบประมาณ เทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพ และความสนับสนุนที่ได้รับ โดยมีนายศิวัช แก้วเจริญ ผอ.กลก. นำเสนอ “ความสำคัญของการจัดทำรายงานแห่งชาติ (National Communication : NC) และรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 2 (Biennial Transparency Report: BTR) เสนอต่อกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” รศ.ดร. บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย ที่ปรึกษาโครงการ นำเสนอ “แนวทางการจัดทำข้อมูล เรื่อง ด้านข้อมูลอื่น ๆ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง (Other Information and Relevant Activities) และข้อจำกัด ช่องว่าง ความต้องการการสนับสนุนด้านการเงิน เทคโนโลยี และการเสริมสร้างศักยภาพและความสนับสนุนที่ได้รับ (Constraints and Gaps, Needs, and Support Received)” คุณวไลทัศน์ วรกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศสภาวะ (Gender) นำเสนอ “การบูรณาการเพศสภาวะกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Gender in Climate Action)” รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงาน NC5/BTR2 เพื่อประกอบการจัดทำรายงาน NC5/BTR2 ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อจัดส่งต่อกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 ต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
 

กรมลดโลกร้อน ร่วมเวทีครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ชูร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “เปลี่ยนความท้าทายสู่โอกาสทางธุรกิจสีเขียว”

          เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมเสวนาในงานครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “The Sustainability Imperative: ESG as a Core Business Strategy เจาะลึกกฎระเบียบโลกใหม่และโอกาสทางธุรกิจ” ซึ่งเป็นเวทีที่ผู้เสวนาจะร่วมฉายภาพทิศทางประเทศไทยภายใต้กฎระเบียบโลกใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังจากกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (CEO) ของบริษัทชั้นนำระดับประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการเมือง ผู้ประกอบการภาคเอกชน และกลุ่มธุรกิจ SME ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่มาตรฐาน ESG โดยมีคุณกิตติ สิงหาปัด เป็นผู้ดำเนินรายการ
          ดร.พิรุณฯ ได้เผยถึงทิศทางของประเทศไทยหลังการประชุม COP 30 และความคืบหน้าของการออกกฎหมายใหม่ที่จะพลิกโฉมธุรกิจไทย โดยการนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ ทั้งภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในตลาดโลกที่มีมาตรการเข้มงวดอย่าง CBAM อีกทั้งกรมลดโลกร้อนยังมุ่งเน้นหลักการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) โดยมีแผนสนับสนุนภาคเอกชนผ่านกลไก “กองทุนภูมิอากาศ” (Climate Fund) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ดร.พิรุณฯ เน้นย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างภาระ แต่เป็นเครื่องมือสร้างมาตรฐานสากลให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



ทส. เติมสีสันวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 “สนุกเปลี่ยนโลก” ณ ทำเนียบรัฐบาล ร่วมสนุกคู่เรียนรู้ ใส่ใจโลกและเป็นมิตรกับภูมิอากาศ

          วันนี้ 10 มกราคม 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สนุกเปลี่ยนโลก” ณ บริเวณโซนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำเนียบรัฐบาล ร่วมเรียนรู้ สนุกแบบใส่ใจโลกและเป็นมิตรกับภูมิอากาศ
ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ทส.ได้ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน ในฐานะอนาคตของชาติและกำลังสำคัญที่ช่วยพัฒนาประเทศและช่วยดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและอนาคต จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ มาอย่างต่อเนื่องทุกปี และในปี 2569 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สนุกเปลี่ยนโลก” ณ บริเวณโซนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัย ในการอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน โดยในปีนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
สำหรับวันนี้ พี่ๆ จากหน่วยงานในสังกัด ทส. ได้ร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่น่าสนใจ 3 โซน ได้แก่ โซนด้านสิ่งแวดล้อม เรียนรู้การดูแลสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน โซนด้านทรัพยากรน้ำในแผ่นดินเรียนรู้ถึงความสำคัญและการดูแลแหล่งน้ำ และ โซนการเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เรียนรู้ในการอนุรักษ์สัตว์ป่า ป่าไม้ ท้องทะเล และซากดึกดำบรรพ์ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ อาทิ เกมแยกขยะ กู้โลก เกมพฤกษาพาเพลิน กิจกรรมป่าหรรษา พร้อมของรางวัลต่างๆ มากมาย อีกทั้ง ยังได้ตื่นตาตื่นใจกับ“พี่ไดโนเสาร์” พร้อมขบวนพาเหรดมาสคอตสัตว์โลกน่ารัก เจ้าหญิง เจ้าชาย และผองเพื่อนที่มาร่วมสร้างสีสัน เด็กๆ ได้สนุกสนานและสุขใจพร้อมสาระความรู้ในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างจุใจ ร่วมเรียนรู้ สนุกแบบใส่ใจโลก ซึ่งมีเด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรม มากกว่า 2,000 คน และการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นแบบ Net Zero Event ได้มีการนำคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER มาชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
นอกจากกิจกรรมที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันเดียวกันนี้ ทส. ยังมอบความสุขให้กับเด็ก ๆ โดยเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา 5 แห่ง ทั่วประเทศ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต (Phuket Aquarium) รวมถึงพื้นที่อนุรักษ์ของกรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และสวนรุกชาติ ได้ฟรีตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังเปิดให้เข้าชมสวนสัตว์ 7 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และโครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 11มกราคม 2569
“สุดท้าย ขอให้เด็กๆ ทุกคนมีความสุขกับการเรียนรู้ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะลงมือทำ เติบโตอย่างมีคุณภาพพร้อมหัวใจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แค่เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ประหยัดน้ำ ประหยัดพลังงาน ลดและคัดแยกขยะให้ถูกประเภท ปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน เท่านี้เด็กๆ ก็กลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการดูแลโลกของเราให้ดีขึ้นได้
ขอบคุณเครือข่ายภาคเอกชนได้แก่ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบเวอร์เรจ แคน จำกัด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี เอ๊กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ที่ร่วมสนับสนุนของรางวัลให้เด็กๆ ได้สนุกพร้อมเรียนรู้ไปด้วยกัน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อนประชุมคณะกรรมการอำนวยการส่งเสริมการผลิตและบริโภค (SUSTAINABLE CONSUMPTION AND PRODUCTION) ครั้งที่ 1/2569

               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้องแวดล้อม โดยกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ( Sustainable Consumption and Production) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 13.30 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมบัวหลวง (401) ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะกรรมการจากหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน พร้อมด้วยผู้แทนกรม รวม 28 ท่าน การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนาแนวทางและแพลตฟอร์มออนไลน์ SCP all green ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าร่วมโครงการ และการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยรับดำเนินการเพื่อรับรอง G-Green รวมถึงการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจประเมิน Green Hotel Plus และความก้าวหน้าการพัฒนาสิทธิประโยชน์ เพื่อสร้างแรงจูงใจสำหรับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งให้การรับรองหน่วยงานที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐาน G – Green ในปี 2568 เพิ่มเติม จำนวนทั้งสิ้น 133 แห่ง ได้แก่ 1) สำนักงานสีเขียว (Green Office) จำนวน 123 แห่ง 2) โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) จำนวน 10 แห่ง นอกจากนี้ที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการผลิตการบริการและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพและยกระดับการดำเนินงานให้ตอบสนองต่อบริบทการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ให้เกียรติสัมภาษณ์หัวข้อ “ทรัมป์หันหลังให้โลกร้อน เจาะผลกระทบประเทศไทย”

          เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติร่วมสัมภาษณ์ในรายการ “Money Chat Thailand” ได้กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ที่มีการขับเคลื่อนการปรับตัวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยแม้ว่าสหรัฐจะประกาศถอนตัวออกจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แต่นานาชาติยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และมาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ซึ่งประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และสหภาพยุโรปยังคงขับเคลื่อนต่อเนื่องในบริบทของภาคธุรกิจจึงต้องทำความเข้าใจและปรับตัวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าในเชิงราคาและคุณภาพให้สามารถประเมินและแข่งขันในเชิงสิ่งแวดล้อมและความโปร่งด้านข้อมูลการประกอบธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการจัดการก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจจะเสริมสร้างโอกาสแข่งขันของประเทศไทย โดยไม่เปิดโอกาสให้ต้นทุนของความไม่พร้อมด้านธุรกิจคาร์บอนต่ำเป็นต้นทุนและเงื่อนไขที่จะสร้างอุปสรรคทางการค้าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืนเหล่านี้ประสบผลสำเร็จ “ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ….” (คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568) จะต้องมีเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาษีคาร์บอน และกลไกปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดนของไทย เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันให้เกิดการนำราคาคาร์บอนที่ได้ชำระกับกลไกภายในประเทศเหล่านี้ไปใช้ในการหักกลบกับการซื้อใบรับรองราคาของมาตรการ CBAM ของประเทศอื่น และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ากองทุนภูมิอากาศภายใต้กฎหมาย สำหรับใช้ช่วยเหลืออุตสาหกรรมและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการลดก๊าซและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืนต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


 

กรมลดโลกร้อน ร่วมมอบของรางวัลสนับสนุนการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 กรมประชาสัมพันธ์


 วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมมอบของรางวัลสนับสนุนการจัดงาน วันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ให้กับ นางสุดหทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อแจกในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ กรมประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมร่วมกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและบทบาทหน้าที่ของเด็กและเยาวชนกับการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีและสร้างความตระหนักรู้ในบทบาทหน้าที่ของเด็กและเยาวชนไทยต่อความรับผิดชอบร่วมในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยปีนี้ รักษาการนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติ ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และประชาคมโลก โดยกระทรวงฯ ได้เตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ภายใต้แนวคิด “สนุก เปลี่ยนโลก” ซึ่งจะมีการแบ่งโซนกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมด้วยกิจกรรมไฮไลท์ถ่ายภาพกับกองทัพไดโนเสาร์ ขบวนพาเหรดมาสคอต รักชาติไทย ใส่ใจโลก และกิจกรรมร่วมสนุกบนเวทีกลางรับของรางวัลมากมาย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน นับถอยหลังเตรียมความพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล : สนุก เปลี่ยนโลก

          วันนี้ (6 มกราคม 2569) ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ นำเสนอแนวคิดและภาพรวมของการจัดงานในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระทรวงฯ ร่วมกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและบทบาทหน้าที่ของเด็กและเยาวชนกับการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี และสร้างความตระหนักรู้ในบทบาทหน้าที่ของเด็กและเยาวชนไทยต่อความรับผิดชอบร่วมในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยในปีนี้ รักษาการนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติ ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และประชาคมโลก โดยกระทรวงฯ ได้เตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ทำเนียบรัฐบาล ภายใต้แนวคิด “สนุก เปลี่ยนโลก” ซึ่งจะมีการแบ่งโซนกิจกรรมการเรียนรู้ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ 1) โซนการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม 2) โซนการเรียนรู้ด้านทรัพยากรน้ำในแผ่นดิน และ 3) โซนการเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมด้วยกิจกรรมไฮไลท์ถ่ายภาพกับกองทัพไดโนเสาร์ ขบวนพาเหรดมาสคอต รักชาติไทย ใส่ใจโลก และกิจกรรมร่วมสนุกบนเวทีกลางรับของรางวัลมากมาย
       “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ร่วมกิจกรรมทำบุญ เนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2569

               วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยพระสงฆ์จากวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร เนื่องในเทศกาลปีใหม่พุทธศักราช 2569 โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน มี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหาร ทส. ผู้บริหารส่วนราชการในสังกัด ทส. เข้าร่วมกิจกรรม
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”