กรมลดโลกร้อน ต้อนรับคณะภูฏาน แลกเปลี่ยนแนวทาง “Green Hotel” หนุนท่องเที่ยวยั่งยืน

               วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการภาคเอกชนราชอาณาจักรภูฏาน นำโดย Mr. Rinzin amtsho Chief Tourism Officer, Department of Tourism พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ ห้องประชุม 401 (บัวหลวง) ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจากนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) ระหว่างประเทศไทย และราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในภาคบริการเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน”

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน หารือความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับนิวซีแลนด์

               เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) หารือร่วมกับ Ms. Anna Broadhurst, Chief Climate Advisor, Ministry of Foreign Affairs and Trade of New Zealand พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในห้วงการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2568 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
               ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการจัดทำบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Arrangement: MoA) ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทั้งสองประเทศ โดยได้แลกเปลี่ยนความสนใจที่จะนำไปพัฒนาเป็นแผนดำเนินงานภายหลังจากการจัดทำ MoA ทั้งในเรื่องของการพัฒนาแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาและตรวจติดตามตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับเป้าหมายการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก (Global Goal on Adaptation) เทคโนโลยีด้านการเกษตรที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Smart Agriculture) รวมถึงการขับเคลื่อนกลไกคาร์บอนและการพัฒนาตลาดคาร์บอน ทั้งนี้ จะดำเนินการสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาจัดทำ MoA ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมเวที “Creating Sustainable City” สร้างเมืองยั่งยืน เพื่อชีวิตยืนยาว

               วันที่ 19 มิถุนายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วม Ted talk ในหัวข้อ ”ปฏิบัติการชุมชนคาร์บอนต่ำ Low carbon Community” ในเวทีเสวนา “Creating Sustainable City” สร้างเมืองยั่งยืน เพื่อชีวิตยืนยาว เปิดแนวคิด การสร้างเมืองแห่งความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน ให้กินดี อยู่ดี และมีชีวิตยืนยาว จัดขึ้นโดยอัมรินทร์ทีวี โดยมี ดร.อัษฎาพร ไกรพานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปาฐกฐาพิเศษ ในหัวข้อ “Equitable City for All : เมืองอยู่สบาย เข้าถึงง่าย ไร้ความเหลื่อมล้ำ” พร้อมด้วย ดร.รัตนมณี อ๋องสกุล ผู้จัดการโครงการอาวุโส แผนการพัฒนา สถานฑูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ร่วม Ted talk “บูรณาการธรรมชาติในการแก้ปัญหา เพื่อสร้างเมื่องยั่งยืน” นอกจากนี้ ยังมีการเสวนา ในหัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่ “สร้างเมือง อยู่ดี ให้ อยู่รอด ปลอดภัย” และ“เมืองน่าอยู่ คนต้องอยู่ได้จริง” จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชนและองค์กร นักศึกษาและประชาชน ร่วมรับฟังกว่า 250 คน ณ ซี อาเซียน ออดิทอเรียม อาคารไซเบอร์เวิลด์ ทาวเวอร์
               ทั้งนี้ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ยกตัวอย่างถึงความสำคัญของการสร้าง “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” พร้อมชี้ให้เห็นตัวอย่างในประเทศไทยที่พิสูจน์แล้วว่า ชุมชนคาร์บอนต่ำสามารถเกิดขึ้นได้จริง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. เปิด “โครงการอนุรักษ์ทะเลไทย” ตามแนวพระดำริเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มุ่งสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

               วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการอนุรักษ์ทะเลไทยตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ณ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ จัดขึ้นโดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และนักเรียนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน
               โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนองพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นแนวปะการัง สัตว์ทะเลหายาก ตลอดจนสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งนับเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านการประมง การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม
               ภายในงานมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ภาคเอกชน ชมรม และอาสาสมัครที่มีบทบาทโดดเด่นในการอนุรักษ์ทะเลไทย ตลอดจนการจัดแสดงนิทรรศการจากหลากหลายหน่วยงาน เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการนี้เน้นย้ำความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชนท้องถิ่น อาสาสมัคร และเยาวชน ในการร่วมกันดูแลทะเลไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์สืบไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2568

               วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะกรรมการตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นคณะกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อกลั่นกรองผลงานของ ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2568 ใน 2 สาขา 7 ด้านผลงาน ทั้งประเภทบุคคล และประเภทเครือข่าย ประกอบด้วย สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 ด้านผลงาน ได้แก่ ด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้ และพื้นที่สีเขียว ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ และด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ และสาขาการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4 ด้านผลงาน ได้แก่ ด้านการจัดการขยะมูลฝอยเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้านการจัดการไฟป่า หมอกควัน และการเผาในที่โล่ง ด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และด้านการจัดการระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมผลงานทั้งสิ้น จำนวน 135 ผลงาน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบการกลั่นกรองผลงาน จำนวน 27 ผลงาน
               ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินฯ จะได้ลงพื้นที่ประเมินผลงานเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2568 ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Climate Change A-Z Challenge | Food Security ความมั่นคงทางอาหาร

Food Security : ความมั่นคงทางอาหาร “อาหารบนจาน…ก็ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ! 🌏🍚 รู้จัก ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ กัน”

รู้หรือไม่? ว่า “ความมั่นคงทางอาหาร” ไม่ใช่แค่มีข้าวให้กินทุกวัน แต่หมายถึง…
               ● อาหารดีมีคุณภาพ: มีอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
               ● มีอาหารเพียงพอทุกสถานการณ์: ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เช่น เศรษฐกิจไม่ดี หรืออากาศแปรปรวน
4 สิ่งที่ทำให้เรา “มั่นคง” เรื่องอาหาร:
               1. มีอาหารให้เลือกหลากหลาย : ทั้งที่ผลิตในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ
               2. ทุกคนเข้าถึงได้: ไม่ว่ารวยหรือจน ก็ต้องมีสิทธิกินอาหารดีๆ ได้
               3. กินอย่างปลอดภัย: อาหารสะอาด ถูกสุขอนามัย ไม่เป็นอันตราย
               4. มีกินตลอดไป: แม้เกิดภัยแล้ง น้ำท่วม หรือวิกฤตโลกร้อน
ทำไมอากาศเปลี่ยน…อาหารก็เปลี่ยน?
               ● ถ้าฝนไม่ตก ปลูกข้าวได้ไหม?
               ● ถ้าน้ำท่วม พืชผักเสียหายหรือเปล่า?
               ● อากาศร้อนจัด สัตว์เลี้ยงจะอยู่สบายไหม?
“อากาศ” มีผลต่อ “อาหาร” โดยตรง! ทั้งปริมาณ คุณภาพ และราคา เราต้องช่วยกันดูแลโลก เพื่อให้อาหารบนจานของเรา “มั่นคง” ตลอดไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM), Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร)
– ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move : Moving Towards Sustainable Future), SDG Vocab | 04 – Food Security – ความมั่นคงทางอาหาร

DCCE เดินหน้าเวที UNFCCC ปี 2568 เน้นบทบาทไทยในเวทีโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ เมืองบอนน์

               เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2568 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 – 26 มิถุนายน 2568 ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดย Mr. Simon Stiell เลขาธิการสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกลไกความร่วมมือพหุภาคี (Climate multilateralism) อย่างต่อเนื่องและชัดเจน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของความตกลงปารีสอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศสามารถสร้างความก้าวหน้าที่แท้จริงได้
               การประชุมครั้งนี้เน้นการเปลี่ยนจากแนวคิดนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และมีสาระสำคัญของการประชุม ประกอบด้วย การจัดทำตัวชี้วัดเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก กลไกสำหรับความสูญเสียและความเสียหาย แผนการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม ผลกระทบที่เกิดจากการใช้มาตรการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลลัพธ์ของการทบทวนสถานการณ์และการดำเนินการระดับโลก การพัฒนาและถ่ายโอนเทคโนโลยี และแผนงาน Baku to Belem Roadmap to 1.3T นอกจากนั้น ประเทศไทยได้เข้าร่วมนำเสนอรายละเอียดของรายงานความก้าวหน้ารายสองปี ฉบับที่ 4 (BUR4) ในการประชุม The 18th Workshop of the Facilitative Sharing of Views (FSV) ในห้วงการประชุมองค์กรย่อยฯ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสริมสร้างความโปร่งใสในการรายงานข้อมูลของประเทศ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบ E-Ticket ณ อช. หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ย้ำรายได้คืนสู่การอนุรักษ์ – สวัสดิการเจ้าหน้าที่

               วันนี้ (18 มิถุนายน 2568) ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามความคืบหน้าและทดสอบระบบบริหารจัดการนักท่องเที่ยวผ่านระบบ E-Ticket พร้อมให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมลงพื้นที่ฯ
               ดร. เฉลิมชัย รมว.ทส. เน้นย้ำว่า การนำระบบ E-Ticket มาใช้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับการจัดการอุทยานแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาเงินรั่วไหล และการสวมสิทธิ์เข้าเที่ยวโดยไม่ชอบ “E-Ticket จึงไม่ใช่แค่ระบบจัดเก็บรายได้ แต่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างโปร่งใสและยั่งยืน โดยรายได้ที่จัดเก็บได้จะถูกนำกลับมาพัฒนาด้านสวัสดิการเจ้าหน้าที่ การบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
               ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายดำเนินการนำร่องระบบ E-Ticket ให้ครบใน 6 อุทยานแห่งชาติฝั่งอันดามัน ได้แก่ อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน อุทยานฯ อ่าวพังงา อุทยานฯ ธารโบกขรณี และอุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 และภายในปี 2572 จะขยายผลให้ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 156 แห่งทั่วประเทศ
               ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเลือกซื้อตั๋วเข้าชมผ่านระบบ E-Ticket ได้ทั้งทาง Mobile Application และเว็บไซต์ พร้อมทั้งสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำผิด หรือการสวมสิทธิเข้าเที่ยวอุทยานฯ ได้ที่สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

     

17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก (Desertification & Drought Day)

               17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก (Desertification & Drought Day) : ภายใต้แนวคิด “Restore the Land. Unlock the Opportunities : ฟื้นฟูผืนดิน เปิดโอกาส สร้างอาชีพ”
               เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร เยาวชน และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของที่ดิน ภัยแล้ง และการแปรสภาพของที่ดินเป็นทะเลทราย ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเชื่อมโยงถึงความมั่นคงด้านอาหาร น้ำ เศรษฐกิจ และ การย้ายถิ่นฐาน
               โดยในปีนี้ วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก (Desertification & Drought Day) มีเป้าหมายหลัก ในการเร่งดำเนินการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมของโลกกว่า 1.5 พันล้านเฮกตาร์ และกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการฟื้นฟูที่ดินมูลค่ากว่าล้านล้านดอลลาร์
ปัจจุบันความเสื่อมโทรมของที่ดินและภัยแล้งมีผลกระทบเป็นอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ เสถียรภาพการผลิตอาหาร น้ำ และคุณภาพชีวิต
               🗺️ การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมของโลก 938 ล้านไร่ ..
               ✅ สามารถเพิ่มความมั่นคงทางอาหารให้กับประชากรโลกถึง 200 ล้านคน
               ✅ สามารถสร้างงานสร้างอาชีพใหม่ได้ 60 ล้านตำแหน่งทั่วโลกได้ภายในปี 2573 เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรได้มากถึง 25-50 %
               ✅ สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ 3 พันล้านตันต่อปี
               🤝 ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมมือกันเพื่อพลิกฟื้นแผ่นดินและขจัดความเสื่อมโทรมของที่ดินทั่วโลกให้หมดไป การมีส่วนร่วมของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต จึงเป็นสิ่งสำคัญในการหยุดยั้งและฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของที่ดินที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก เพื่อตอบสนองตามพันธกรณีของโลก

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– กรมประชาสัมพันธ์, 17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีความร่วมมือ เสริมศักยภาพธุรกิจโรงแรม รับมือการท่องเที่ยวยั่งยืน

               วันที่ 16 มิถุนายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด ร่วมประชุมพัฒนากลไกทางการเงิน รูปแบบ และแผนความร่วมมือ โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และมีผู้บริหารรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม จำนวนกว่า 27 คน ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนเครือข่ายผู้ประกอบการโรงแรมจังหวัดภูเก็ต ในการยกระดับการจัดการและเข้ารับการประเมินรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Green Hotel Plus) โดยมีเป้าหมาย 600 แห่ง ภายในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Conference 2026-GSTC 2026) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2569 เพื่อยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวและปักหมุดการเป็น Green Destination ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งที่ประชุมได้มีแนวทางความร่วมมือที่สำคัญ คือ การร่วมกับกองทุน ThaiCI (Thai Climate Intiative Fund) และ ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท บูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด นำร่องพัฒนากลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ในการขับเคลื่อนเศรฐกิจคาร์บอนต่ำโดยพัฒนาระบบนิเวศในการอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการโรงแรม ในการ รับรองมาตรฐาน Green Hotel Plus ทั้งนี้ ได้มีข้อสรุปให้ร่วมหารือพัฒนารายละเอียดแผนการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การออกแบบการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”