กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายหัวข้อ “สถานการณ์และนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย” ในโครงการ DMF Box

          เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “สถานการณ์และนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย” ในโครงการ DMF Box ภายใต้หัวข้อ “ผลกระทบจาก Climate Change ที่จำเป็นต้องรู้” โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ณ ห้องประชุม 9 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กรุงเทพมหานคร
         โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในการนี้ รองอธิบดีฯ ได้กล่าวถึง สถานการณ์ นโยบายและทิศทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบุคลากรและเจ้าหน้าที่ภายในกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติสามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในกระบวนการทำงาน นำไปสู่การบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านภูมิอากาศของประเทศ
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการประสานท่าทีเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2/2568

          เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการประสานท่าทีเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2/2568 โดย นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่ 1 นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          คณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบในหลักการต่อร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 โดยมอบหมายให้ กรมลดโลกร้อน นำเสนอต่อ กนภ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการร่างแถลงการณ์ฯ และนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 36 ต่อไป นอกจากนี้คณะอนุกรรมการฯ ได้เห็นชอบในหลักการต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสหพันธรัฐรัสเซียว่าด้วยประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาคาร์บอนต่ำ และเห็นชอบในหลักการต่อร่างบันทึกข้อตกลงระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการต่างประเทศและการค้าแห่งนิวซีแลนด์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมอบหมายให้ กรมลดโลกร้อน นำเสนอต่อ กนภ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดทำบันทึกทั้งสองฉบับต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย “การท่องเที่ยวยั่งยืน 2030” จับมือ 20 เครือข่าย สร้างระบบท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

               วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนเป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals 2030) ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 20 หน่วยงาน โดยได้รับเกียรติจากนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร การประกาศเจตนารมณ์ในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals : STGs) ภายในปี ค.ศ. 2030 อย่างเป็นรูปธรรม โดยพัฒนากลไกความร่วมมือแบบบูรณาการในการกำหนดนโยบาย มาตรการและแผนการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างปี พ.ศ. 2569 – 2570 เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมทุกภาคส่วนในการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการท่องเที่ยวในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ให้สำเร็จในปี ค.ศ. 2030 ผ่านภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
               “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จับมือ TDRI รับฟังร่าง Action Plan on Adaptation ขับเคลื่อนการดำเนินงานปรับตัวฯรายสาขาอย่างเป็นรูปธรรม

          วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการพัฒนาแนวทางการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุม Ballroom ชั้น 12 โรงแรม วี กรุงเทพฯ เอ็มแกลเลอรี โฮเทล คอลเลคชั่น กรุงเทพมหานคร และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม ZOOM Cloud Meeting และ LIVE สดผ่านทาง Facebook: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม) โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ ระดับประเทศไปสู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม
​          ในการประชุม ผู้เชี่ยวชาญรายสาขาทั้ง 6 สาขาได้นำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประกอบด้วย 1) (ร่าง) ตัวชี้วัดเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการที่สอดคล้องกับเป้าหมายแต่ละสาขา 2) แผนการดําเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม/ โครงการ ที่ตอบสนองต่อความเสี่ยงรายสาขาตาม บริบทของพื้นที่ 3) โครงการสําคัญ (Flagship project) ของแต่ละสาขาที่ตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งในสถานที่ และออนไลน์กว่า 250 คน จากหน่วยงานรายสาขาทั้ง 6 สาขา สาขาที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 – 16 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาและเสนอข้อคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะที่ได้รับจะนำไปใช้ในการปรับปรุง (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ให้เกิดความสมบูรณ์ ครบถ้วน และตอบสนองต่อความท้าทายของการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกรอบการดำเนินงานที่นำไปประยุกต์ใช้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมต่อไป
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

DCCE เดินหน้าโครงการ Enhancing Thailand’s Climate actions at local level ผ่านความร่วมมือทางวิชาการจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA)

               วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ร่วมกับคณะผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) นำโดย Mr. KAWANISHI Masato และคณะ เพื่อชี้แจงกรอบการดำเนินโครงการฯ ซึ่งจะช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับจังหวัด ประกอบด้วย (1) การพัฒนาข้อมูล องค์ความรู้ รวมถึงเครื่องมือสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (2) การเสริมสร้างขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (3) การดำเนินมาตรการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่นำร่อง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 – 2573 รวมระยะเวลา 4 ปี
               “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีเปิดโครงการตัดไม้เกษตรที่ปลูกขึ้นเอง เพื่อการดำรงชีพอย่างปกติธุระของชุมชน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ.สตูล

          วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดโครงการตัดไม้เกษตรที่ปลูกขึ้นเอง เพื่อการดำรงชีพอย่างปกติธุระ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน ณ แปลงยางพารา ภายในอุทยานแห่งชาติทะเลบัน จังหวัดสตูล จัดขึ้นโดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อดำเนินการนำร่องการตัดฟันไม้ยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย แห่งแรกของประเทศไทย ให้กับราษฎรที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและจัดแปลงที่ดินทำกินตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นแปลงที่ นายอาซีซัน อำมาลี ราษฎรในพื้นที่บ้านวังประจันใต้ หมู่ที่ 4 ตำบลวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ได้รับการสำรวจการถือครองที่ดิน และได้รับการรับรองการอยู่อาศัยภายในป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติทะเลบัน เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 3 งาน 27 ตารางวา โดยมี นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ หน่วยราชการในพื้นที่ และประชาชน ให้การต้อนรับและร่วมเป็นสักขีพยาน
          ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่อาศัยทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ เพื่อให้มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะอยู่อาศัยและทำกินเพื่อการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเกิดความภาคภูมิใจ และสิทธินั้นสามารถตกทอดสู่ลูกหลานได้ต่อไป ชุมชนหรือประชาชนในพื้นที่โครงการฯ ยังสามารถที่จะพัฒนาสาธารณูปโภค สาธารณูปการ พัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงได้รับการสนับสนุนหรือขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้อย่างเท่าเทียมและไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ สำหรับในส่วนของการตัดไม้ยืนต้นฯ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางการตัดไม้ยืนต้น ไม้เกษตร หรือไม้ที่ปลูกตามนโยบายของรัฐในการปลูกป่าเลียนแบบธรรมชาติ การสร้างป่าเชิงนิเวศ หรือปลูกป่าระบบวนเกษตร และไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ใช้สอยยืนต้นที่ปลูกขึ้นเอง อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ ซึ่งในวันนี้ จะเป็นการตัดต้นยางพาราในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ต้นแรกของประเทศตามกฎหมาย
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อนร่วมผนึกกำลัง MOU 10 พันธมิตร พัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

          เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะผู้บริหาร รวม 10 หน่วยงาน เข้าร่วมพิธีลงนามความร่วมมือการพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช และภาคีความร่วมมือโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ฐานข้อมูลและตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs Goal) รองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ เศรษฐกิจหมุนเวียน และสังคมคาร์บอนต่ำ
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวว่า “ณ ขณะนี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เป็นเรื่องสำคัญ จากรายงานขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ได้รายงานสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปีที่ผ่านมา (2024) พบว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 175 ปีที่มีการบันทึก โดยโลกมีอุณหภูมิสูงกว่ายุคก่อน อุตสาหกรรมถึง 1.55 + 0.13 องศาเซลเซียส ซึ่งทั่วโลกต้องเผชิญรูปแบบภัยพิบัติที่มีความถี่และทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบทุกภาคส่วน รวมถึงภาคธุรกิจซึ่งจะต้องมีการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงและเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในเวลาเดียวกัน โดยอาศัยเครื่องมือกลไกหลายช่องทางสนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ โดยในแผนการดำเนินงานความร่วมมือฯ นี้ ได้กำหนดแผนที่สัมพันธ์กับเป้าหมายภารกิจกรม ได้แก่ การพัฒนาค่ากลางการปล่อยคาร์บอน (CBAM Default Values) ของกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายภายใต้มาตรการ CBAM การพัฒนาฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตและจัดทำเป็นค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission Factor: EF) โดยสามารถเชื่อมโยงกับ “ภาษีคาร์บอน” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญใน พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา และในตอนท้าย ดร.พิรุณ ได้ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ข้อมูลที่จัดทำจะต้องมีความชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน เป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ (Data Quality) เพื่อให้ Al นำมาพัฒนารายงานให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือและสามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกต่อไป และความร่วมมือพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำนี้จะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอร์การทำงานร่วมกันเพื่อมุ่งให้การขับเคลื่อนเป้าหมายได้อย่างยั่งยืนต่อไป”
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2568

               วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) จัดการประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะทำงาน พร้อมกับหน่วยงานภายใต้คณะทำงานฯ จำนวน 23 หน่วยงาน เข้าร่วมการประชุม
              ที่ประชุมได้รับทราบ (1) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ ดังกล่าว (2) สรุปผลการประชุมคณะทำงานอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 16 (16th AWGCC) (3) สรุปผลการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 30 (COP 30) ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ต่อไป
              นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณา (1) ร่างองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุม COP 30 (2) ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุม COP 30 (3) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสหพันธรัฐรัสเซียว่าด้วยประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาคาร์บอนต่ำ และ (4) ร่างบันทึกข้อตกลงระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการต่างประเทศและการค้าแห่งนิวซีแลนด์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยที่ประชุมได้ให้ความเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของไทย ทั้งภายใต้กรอบอาเซียน และกรอบทวิภาคี พร้อมมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป
              “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”
 
 

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2568

          เมื่อวันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะทำงานฯ ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา (Sectoral focal point) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสาขาพลังงาน สาขาคมนาคมขนส่ง สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ สาขาของเสีย สาขาเกษตร ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะคณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง จำนวนรวมทั้งสิ้น 80 คน เพื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และการจัดส่งเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ต่อสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ของภาคีความตกลงปารีส พร้อมทั้ง ได้มีการพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) และแผนการลงทุน (Investment Plan) ซึ่งจะเสนอต่อคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา ก่อนจัดส่งต่อ UNFCCC ภายในเดือนกันยายน พ.ศ.2568 ต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีเปิดอบรมนักบริหารระดับสูง นบส. ทส. รุ่นที่ 4 มุ่งพัฒนาผู้นำยุคใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

          วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นบส.ทส.) รุ่นที่ 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องพาโนรามา 2 ชั้น 14 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และหน่วยงานภายนอก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด โดยหลักสูตร นบส.ทส. รุ่นที่ 4 มีผู้เข้ารับการอบรม 22 ราย แบ่งเป็นข้าราชการภายในสังกัดกระทรวงฯ จำนวน 19 ราย และข้าราชการจากหน่วยงานภายนอก 3 ราย ซึ่งล้วนเป็นผู้มีศักยภาพและเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นผู้นำระดับสูงของภาครัฐด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป
          การฝึกอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นที่มีคุณค่าในการก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จในอนาคต เพราะการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด โดยเฉพาะสำหรับข้าราชการผู้มีเกียรติและศักดิ์ศรี ที่ต้องปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ และยกระดับสมรรถนะให้สามารถบริหารจัดการภายใต้การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งนำไปปรับใช้ในการดำเนินงานและสร้างประโยชน์ให้แก่หน่วยงาน รวมถึงประเทศชาติอย่างแท้จริง

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”