








เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) นโยบาย และแผนด้านดิจิทัล กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม DCIO ประจำกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกรม และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม โดยมีบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันต่อแนวทางการดำเนินโครงการ รับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภายใน และเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นในการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร แผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล การพัฒนาและบูรณาการระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางและพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กรด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับภารกิจและยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกระบวนการทำงาน ข้อมูล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพยืดหยุ่นและยั่งยืน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 80 คน
ในการนี้ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้มอบนโยบายและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้งานทดแทนการทำงานแบบเดิมเพื่อพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกสำนัก/ศูนย์/กองที่ต้องให้การสนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ ใน 3 ด้าน กับทีมงานผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อให้การจัดทำโครงการสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถใช้ EA เป็นพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กร รวมถึงมีแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับการพัฒนาองค์กรที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบตามที่มุ่งหวังไว้ต่อไป ดังนี้
1. การจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) ทั้งข้อมูลในด้านด้านภารกิจและกระบวนงาน (Business Domain) ด้านข้อมูล (Data Domain) ด้านระบบงาน (Application Domain) และดานเทคโนโลยี (Technology Domain)
2. การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล ทั้งการปรับปรุงแผนปฏิบัติการดิจิทัลฉบับปัจจุบัน คือปี 2567-2570 ร่างแผนดิจิทัลและร่างแผนปฏิบัติการไซเบอร์ ประจำปี 2571-2575 ให้มีความทันสมัย ครบถ้วน และสอดคล้องกับบริบทขององค์กร
3. การจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Database) ให้เป็นฐานข้อมูลกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกลาง ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) เพื่อคัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่พร้อมใช้งาน และการพัฒนาเครื่องมือ Business Intelligence (BI) เพื่อจัดทำ Dashboard นำเสนอข้อมูลเพื่อการบริหารและการตัดสินใจในเชิงนโยบาย รวมทั้งการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วต่อประชาชนผู้ใช้บริการ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





















วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Budget Tagging) ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ลาดพร้าว บาย ยูเฮชจี สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม) และหน่วยงานภายในของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) รวมประมาณ 40 คน การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือภายใต้โครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (Climate, Coastal, and Marine Biodiversity: CCMB) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านการสนับสนุนภายใต้โครงการ International Climate Initiative (IKI)
ภาคเช้าเป็นการเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติด้านการจัดทำงบประมาณแผ่นดินที่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการนำเสนอและตอบข้อซักถามของ ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “กรอบนโยบายและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และนายวุฒิพันธ์ ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 2 ซึ่งร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของสำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการติดตามและประเมินผล”
ภาคบ่ายเป็นการรับฟังการนำเสนอในหัวข้อ “Introduction to Climate Finance and Green Budget Tagging” ซึ่งมุ่งอธิบายแนวคิดพื้นฐานของการเงินด้านภูมิอากาศและการจัดทำ Climate Budget Tagging พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงข้อดีและข้อจำกัดในการจัดทำและดำเนินการในบริบทของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของ Ms. Tamara Kern ผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ)
การประชุมข้างต้นจะจัดทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งได้วางแผนดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2569 โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานความเข้าใจในมิตินโยบาย ระบบงบประมาณ และการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสอดรับกับหลักการจัดสรรงบประมาณในระดับสากล
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”









วันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และหน่วยงานในสังกัด ร่วมลงนามคำรับรองฯ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและผ่านระบบ Video Conference
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้มอบแนวทางการดำเนินงานให้ทุกหน่วยงานทำงานภายใต้แนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นและจังหวัด เพื่อลดอุปสรรคทางด้านงบประมาณและขั้นตอนการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคส่วนอื่นและประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้ความสำคัญกับการทำงานตามตัวชี้วัด (KPIs) ที่ต้องบูรณาการร่วมกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกระทรวงไปจนถึงระดับบุคคล เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้มีมาตรฐานและประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านกลยุทธ์การลดความสูญเสียจากไฟป่าควบคู่กับการปลูกป่าเสริม และการแก้ไขปัญหา PM 2.5 พร้อมเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตที่ดินรัฐเพื่อขจัดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ขณะเดียวกันได้ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยการเพิ่มความคล่องตัวในการอนุมัติอนุญาตโดยเฉพาะการเร่งรัดคำขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า เพื่อให้หน่วยงานราชการและท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนโครงการได้ตามเป้าหมาย รวมไปถึงการมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ทำหน้าที่เป็นตัวแทนกระทรวงฯ ในการรายงานความคืบหน้าต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”







วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร Climate Change Ambassador 2026 โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นผู้มอบประกาศนียบัตรดังกล่าว ให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 ทั้ง 39 คน งานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแขกผู้มีเกียรติที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ กรุงเทพมหานคร
ในปีนี้ กรมลดโลกร้อน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมวางแนวทางกับกองประกวดนางสาวไทย แต่งตั้งให้นางสาวไทย ใน 39 จังหวัด ดำรงตำแหน่ง Climate Change Ambassador เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนบนแนวทางของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน โดยจะมีการคัดเลือก Climate Change Ambassador จำนวน 5 คน เพื่อเป็น Miss Climate Change 2026 ซึ่งจะประกาศผลในการประกวดนางสาวไทย 2569 รอบตัดสิน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และถ่ายทอดทั้งระบบดิจิตอล แพลตฟอร์มของทางกองประกวด
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



