กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ วช. จับมือเครือข่ายภาคี หนุน “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” นำร่องต้นแบบคุณธรรมสู่ Net Zero

          วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานสัมมนา “เริ่มด้วยใจ เปลี่ยนผ่านไทยสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ ระยะ 2” ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 โดยมี รศ. ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ เป็นผู้กล่าวถึงที่มา และได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ UNIDO, JICA และ DCCE เครือข่าย ทสม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยมีกิจกรรมการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ 8 ชุมชนคาร์บอนต่ำต้นแบบ และเวทีเสวนา “ถอดบทเรียนคุณธรรม: สู่เส้นทาง Net Zero ของไทย” เพื่อสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างยั่งยืน
         ในการนี้ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผลงานวิจัยและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน พร้อมให้สัมภาษณ์ในประเด็น ชุมชนคาร์บอนต่ำกับการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศ และโอกาสในการยกระดับสู่เชิงนโยบาย รวมถึงขยายผลได้ในระดับประเทศ และระดับสากล โดยเน้นย้ำว่าชุมชนคาร์บอนต่ำคือส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร นโยบาย และแผนด้านดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

          เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) นโยบาย และแผนด้านดิจิทัล กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม DCIO ประจำกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกรม และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม โดยมีบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันต่อแนวทางการดำเนินโครงการ รับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภายใน และเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นในการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร แผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล การพัฒนาและบูรณาการระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางและพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กรด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับภารกิจและยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกระบวนการทำงาน ข้อมูล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพยืดหยุ่นและยั่งยืน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 80 คน
          ในการนี้ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้มอบนโยบายและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้งานทดแทนการทำงานแบบเดิมเพื่อพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกสำนัก/ศูนย์/กองที่ต้องให้การสนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ ใน 3 ด้าน กับทีมงานผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อให้การจัดทำโครงการสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถใช้ EA เป็นพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กร รวมถึงมีแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับการพัฒนาองค์กรที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบตามที่มุ่งหวังไว้ต่อไป ดังนี้
          1. การจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) ทั้งข้อมูลในด้านด้านภารกิจและกระบวนงาน (Business Domain) ด้านข้อมูล (Data Domain) ด้านระบบงาน (Application Domain) และดานเทคโนโลยี (Technology Domain)
          2. การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล ทั้งการปรับปรุงแผนปฏิบัติการดิจิทัลฉบับปัจจุบัน คือปี 2567-2570 ร่างแผนดิจิทัลและร่างแผนปฏิบัติการไซเบอร์ ประจำปี 2571-2575 ให้มีความทันสมัย ครบถ้วน และสอดคล้องกับบริบทขององค์กร
          3. การจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Database) ให้เป็นฐานข้อมูลกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกลาง ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) เพื่อคัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่พร้อมใช้งาน และการพัฒนาเครื่องมือ Business Intelligence (BI) เพื่อจัดทำ Dashboard นำเสนอข้อมูลเพื่อการบริหารและการตัดสินใจในเชิงนโยบาย รวมทั้งการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วต่อประชาชนผู้ใช้บริการ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากเนปาล

          วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากกระทรวงป่าไม้และสิ่งแวดล้อม แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาขาพลังงาน สาขาเกษตรและป่าไม้ (AFOLU) สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) สาขาการจัดการของเสีย สาขาการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ และเจ้าหน้าที่จากโครงการเสริมสร้างศักยภาพเชิงสถาบันและเชิงเทคนิคเพื่อดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานด้านความโปร่งใสภายใต้ความตกลงปารีส (The Capacity-building Initiative for Transparency: CBIT) พร้อมนี้ นางสาวฌนุษกุล สุภิรักษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน นางสาวนภาพร ตั้งถิ่นไท ผู้อำนวยการกลุ่มการเงินและการลงทุนด้านภูมิอากาศ กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และผู้แทนกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้
          การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านภูมิอากาศในระดับนโยบาย การเงินด้านภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการดำเนินงานตามกรอบความโปร่งใส อาทิ ระบบการตรวจวัด รายงาน และการทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) การดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ของประเทศ ภายใต้ LT-LEDS ของประเทศไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายตามกรอบอนุสัญญาฯ และความตกลงปารีส ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเนปาล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกันในระดับภูมิภาค
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะการพัฒนาแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Roadmap) ของประเทศไทย และพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน

          เมื่อวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะการพัฒนาแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Roadmap) ของประเทศไทย และพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการ
          กองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายธวัชชัย แสงคำสุข องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และเจ้าหน้าที่กรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางกระบวนการในการจัดทำแผนที่นำทางแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink Roadmap) ของประเทศไทย ผลและแนวทางการดำเนินงาน รวมทั้งขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติงานด้านแหล่งกักเก็บคาร์บอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศป่าบก ป่าชายเลนและหญ้าทะเล และพื้นที่สีเขียวในเมือง ทั้งนี้ แผนที่นำทางจากสถานการณ์จำลอง (Scenario) โดยการเพิ่มพื้นที่ป่าบกประกอบด้วยป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจ ภายในปี พ.ศ. 2580 การเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน และการฟื้นฟูหญ้าทะเล รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง พร้อมกับการเพิ่มพื้นที่สาธารณะขั้นต่ำ 10 ตารางเมตร/คน จะสนับสนุนการกักเก็บคาร์บอนที่ 118 MtCO2eq เพื่อบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศ ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ภายในปี พ.ศ. 2578 ที่ประชุมยังได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะต่อแนวทาง แผนปฏิบัติการ และข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการกักเก็บคาร์บอน รวมทั้ง ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ในการกักเก็บคาร์บอนของแต่ละระบบนิเวศ เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงการด้านการกักเก็บคาร์บอนต่อไป ในการนี้ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงให้เห็นถึงการตระหนักในความพยายามร่วมกันในการแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศในระดับประเทศและระดับโลก รวมทั้งการบริหารจัดการและการพัฒนาศักยภาพในการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวในเมืองเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตลอดจนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการด้านความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 1/2569

               เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ ร่วมกับ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สผ. พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสุศมา ปิตากุลดิลก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนและบริหาร บริษัท ปตท.สผ. และคณะทำงาน ได้แก่ ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ปตท.สผ. ร่วมประชุม ณ ห้องกรุงเทพ 2 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าในประเด็นการดำเนินงานผลักดันมาตรการทางภาษีเพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก โครงการนำร่อง Arthit CCS และ Eastern Thailand CCS Hub การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ของประเทศไทยและการสนับสนุนเป็นพื้นที่นำร่อง การเชื่อมต่อข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย (TH-BIF) และการดำเนินงานโครงการถ่านชีวภาพ (Biochar) จากเหง้ามันสำปะหลังเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้ง กิจกรรมพัฒนาศักยภาพส่งเสริมการสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับพื้นที่ชุมชนเครือข่ายของ ปตท.สผ. และวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี พ.ศ. 2569 การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 17 และที่ประชุมได้รับทราบผลสรุปจากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) และการศึกษาดูงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2568 อีกทั้งในที่ประชุมได้มีการพิจารณาแผนการดำเนินงานการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2569 ในการขับเคลื่อนมาตรการทางภาษีโครงการนำร่อง Arthit CCS การยกระดับบัญชีก๊าซเรือนกระจก สาขาพลังงานในหมวดหมู่ 1C การกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน การเพิ่มพื้นที่ OECMs โดยพิจารณาพื้นที่รอบแท่นผลิตในทะเล พื้นที่อนุรักษ์ชายฝั่งทะเลรอบอ่าวไทยของ ปตท.สผ. โครงการ Biochar ที่เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับภาครัฐ และกิจกรรมการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับประเทศ ภูมิภาคและนานาชาติ หลักสูตรการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ รวมทั้ง การแลกเปลี่ยนข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในระดับพื้นที่ เชื่อมต่อฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ กับระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย (TH-BIF) ซึ่งคณะทำงานฯ จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”






กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Climate Budget Tagging ครั้งที่ 1


วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Budget Tagging) ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ลาดพร้าว บาย ยูเฮชจี สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม) และหน่วยงานภายในของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) รวมประมาณ 40 คน การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือภายใต้โครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (Climate, Coastal, and Marine Biodiversity: CCMB) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านการสนับสนุนภายใต้โครงการ International Climate Initiative (IKI)
          ภาคเช้าเป็นการเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติด้านการจัดทำงบประมาณแผ่นดินที่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการนำเสนอและตอบข้อซักถามของ ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “กรอบนโยบายและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และนายวุฒิพันธ์ ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 2 ซึ่งร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของสำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการติดตามและประเมินผล”
          ภาคบ่ายเป็นการรับฟังการนำเสนอในหัวข้อ “Introduction to Climate Finance and Green Budget Tagging” ซึ่งมุ่งอธิบายแนวคิดพื้นฐานของการเงินด้านภูมิอากาศและการจัดทำ Climate Budget Tagging พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงข้อดีและข้อจำกัดในการจัดทำและดำเนินการในบริบทของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของ Ms. Tamara Kern ผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ)
          การประชุมข้างต้นจะจัดทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งได้วางแผนดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2569 โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานความเข้าใจในมิตินโยบาย ระบบงบประมาณ และการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสอดรับกับหลักการจัดสรรงบประมาณในระดับสากล
 “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


 

กรมลดโลกร้อน ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อหาแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP)

          วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นำโดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม และเจ้าหน้าที่ ร่วมประชุมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำโดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และนายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate and Environment) เพื่อยกระดับภาครัฐระบบเปิดด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุมบัวหลวง (401) ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ส่งผลให้ประเทศไทยมีพันธกิจสำคัญในการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) เพื่อขับเคลื่อนค่านิยมหลักของภาครัฐระบบเปิด อันได้แก่ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากล และที่ประชุมได้พิจารณาหารือในประเด็นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Issues) ได้แก่
          1) ด้านการปรับตัว (Climate Adaptation) อธิบดี สส. ได้นำเสนอภารกิจของหน่วยงาน เช่น การทำดัชนีความเสี่ยงในระดับพื้นที่ การสร้างเครือข่ายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถบูรณาการกับยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ก.พ.ร.
          2) ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation) สส. ได้สนับสนุนข้อมูลเพื่อจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ให้กระทรวงพลังงาน เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เป็นธรรม
          3) พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์นำร่อง (Strategic Areas) ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน ได้แก่ สระบุรี (Saraburi Low Carbon and Resilience City) น่าน (NAN Mindfulness and Resilience City) กรุงเทพมหานคร อ่าวพังงา และคุ้งบางกะเจ้า อธิบดี สส. ได้เสนอแนะว่าการดำเนินงานในพื้นที่ควรตอบโจทย์ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ และการประเมินการสนับสนุนทั้งด้านการเงินที่จำเป็น รวมทั้งการปรับปรุงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
     ทั้งนี้ สส. จะสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อให้การจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและเกิดผลเป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากลต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569


            วันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และหน่วยงานในสังกัด ร่วมลงนามคำรับรองฯ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและผ่านระบบ Video Conference
          โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้มอบแนวทางการดำเนินงานให้ทุกหน่วยงานทำงานภายใต้แนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นและจังหวัด เพื่อลดอุปสรรคทางด้านงบประมาณและขั้นตอนการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคส่วนอื่นและประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้ความสำคัญกับการทำงานตามตัวชี้วัด (KPIs) ที่ต้องบูรณาการร่วมกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกระทรวงไปจนถึงระดับบุคคล เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้มีมาตรฐานและประสิทธิภาพมากขึ้น
          นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านกลยุทธ์การลดความสูญเสียจากไฟป่าควบคู่กับการปลูกป่าเสริม และการแก้ไขปัญหา PM 2.5 พร้อมเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตที่ดินรัฐเพื่อขจัดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ขณะเดียวกันได้ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยการเพิ่มความคล่องตัวในการอนุมัติอนุญาตโดยเฉพาะการเร่งรัดคำขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า เพื่อให้หน่วยงานราชการและท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนโครงการได้ตามเป้าหมาย รวมไปถึงการมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ทำหน้าที่เป็นตัวแทนกระทรวงฯ ในการรายงานความคืบหน้าต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน เปิดตัวโครงการ Climate Action ระดับชุมชน 14 พื้นที่ทั่วประเทศ

                  วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกองส่งเสริมการมีส่วนร่วม
ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมออนไลน์ประชุมเปิดตัวโครงการส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมของเครือข่ายอาสาสมัครในการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)
บน Application Zoom Cloud Meetings โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วยนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีผู้เข้าร่วมประชุมฯ 120 คน ประกอบด้วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพังงา ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมจังหวัด 14 จังหวัด เครือข่าย ทสม. และเครือข่ายสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ผู้แทนหน่วยงานหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
การประชุมฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับกรอบและแนวทางการดําเนินโครงการฯ รวมทั้งทําความรู้จักกับตัวแทนจาก 14 พื้นที่เป้าหมาย ทั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้มอบแนวทาง
การดำเนินโครงการฯ ที่สำคัญดังนี้
1. การพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการที่ตอบโจทย์ความต้องการ หรือเป้าหมายได้หลากหลายมิติ
2. การสร้างความเข้มแข็งของพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ
3. การจัดทำฐานข้อมูลเชิงประจักษ์จากพื้นที่ต้นแบบเพื่อเชื่อมโยงการทำงานระดับกระทรวง
4. การขยายผลความสำเร็จของพื้นที่ต้นแบบไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อนมอบประกาศนียบัตรแต่งตั้ง Climate Change Ambassador 2026


            วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร Climate Change Ambassador 2026 โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นผู้มอบประกาศนียบัตรดังกล่าว ให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 ทั้ง 39 คน งานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแขกผู้มีเกียรติที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ กรุงเทพมหานคร
          ในปีนี้ กรมลดโลกร้อน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมวางแนวทางกับกองประกวดนางสาวไทย แต่งตั้งให้นางสาวไทย ใน 39 จังหวัด ดำรงตำแหน่ง Climate Change Ambassador เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนบนแนวทางของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน โดยจะมีการคัดเลือก Climate Change Ambassador จำนวน 5 คน เพื่อเป็น Miss Climate Change 2026 ซึ่งจะประกาศผลในการประกวดนางสาวไทย 2569 รอบตัดสิน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และถ่ายทอดทั้งระบบดิจิตอล แพลตฟอร์มของทางกองประกวด
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”