กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนา “SMRs: Game Changer for Thailand” ชูบทบาท SMR ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero

               เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมเสวนาในหัวข้อ “SMRs: Game Changer for Thailand (SMRs: ตัวเปลี่ยนเกม สู่อนาคตประเทศไทย)” ภายในกิจกรรมครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) ภายใต้แนวคิด “Nuclear Technology for the Sustainable Future” ทั้งนี้ นายโกเมศ พุทธสอน ได้นำเสนอหัวข้อ “นโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero 2050 และบทบาทของเทคโนโลยี SMR” พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ คุณศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และคุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยี SMR ต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน
               ในการเสวนาครั้งนี้ นายโกเมศ พุทธสอน กล่าวว่า ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยมี LT-LEDS และ NDC 3.0 เป็นกรอบนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ภายในปี ค.ศ. 2045 และมองว่า SMR เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพด้านพลังงานในอนาคต
               นายโกเมศ พุทธสอน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี SMR จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้องและรอบด้าน ทั้งนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ผ่านเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่
               ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการศึกษาความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนา SMR ทั้งด้านนโยบาย กฎหมาย บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และการกำกับดูแล โดยการตัดสินใจในอนาคตจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และการยอมรับของสังคม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยเป็นไปอย่างสมดุลและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

               วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม บันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7HD ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการด้านความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 2/2569

               เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการด้านความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับ นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ปตท.สํารวจและผลิตปิโตรเลียม จํากัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสุศมา ปิตากุลดิลก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปตท.สผ. และคณะทำงาน ได้แก่ ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ ปตท.สผ. ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 อาคารทิปโก้ 2 จำนวน 90 ท่าน
               การประชุมครั้งนี้เป็นการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนงานประจำปี พ.ศ. 2569 โดย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก สส. ได้นำเสนอความก้าวหน้าการขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) ของประเทศ รวมทั้งความก้าวหน้าของโครงการยกระดับบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงานในหมวด 1C และการพัฒนาวิธีการติดตามและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากเทคโนโลยี CCS ขณะที่ นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รายงานความก้าวหน้าโครงการถ่านชีวภาพ (Biochar) จากเหง้ามันสำปะหลัง เพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้แทน ปตท.สผ. และ สผ. ได้รายงานความก้าวหน้าของโครงการนำร่อง Arthit CCS และ Eastern CCS Hub ตลอดจนการดำเนินงานด้านพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) การประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวของชุมชน การพัฒนาศักยภาพเพื่อส่งเสริมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในชุมชนเครือข่ายของ ปตท.สผ. รวมถึงผลการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี พ.ศ. 2569

สรุปผลการประชุม
               ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานของแต่ละกิจกรรมภายใต้แผนงานประจำปี พ.ศ. 2569 โดย อสส. ได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อประกอบการดำเนินงาน ดังนี้
               • การขับเคลื่อนมาตรการทางภาษีโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS อสส. ให้คณะทำงานฯ จัดเตรียมข้อมูลให้มีความครบถ้วนและพร้อมสำหรับการประชุมหารือร่วมกับกรมสรรพากร ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569
               • รับทราบความก้าวหน้าโครงการยกระดับบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงาน หมวด 1C และการพัฒนาวิธีการติดตามและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งดำเนินการควบคู่กับโครงการนำร่อง Arthit CCS เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการรายงานบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
               • ทบทวนผลการตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 และผลการลดก๊าซเรือนกระจกของโครงการ Biochar เพื่อยืนยันประสิทธิผลของการผลิต Biochar เมื่อเปรียบเทียบกับการเผาในที่โล่ง และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการพัฒนาโครงการ รวมทั้งการระดมแหล่งเงินทุนในระยะต่อไป ซึ่งคณะทำงานฯ จะนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากที่ประชุมไปขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว. สุชาติ มอบหมายกรมลดโลกร้อน ร่วมมือตลาดหลักทรัพย์ฯ วางระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading System: ETS)

               เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการพัฒนาระบบตลาดสำหรับการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Allowance) ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินงานภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นให้สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้ในระยะยาว
               การประชุมครั้งนี้มุ่งหารือแนวทางการออกแบบและพัฒนาระบบตลาดเพื่อรองรับ ETS ของประเทศไทย ทั้งในด้านรูปแบบการซื้อขาย กลไกการกำกับดูแล การบริหารจัดการตลาด และการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญและกลไกดำเนินงานด้านตลาดทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงแนวทางการเชื่อมโยงสถาบันการเงิน ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพให้ภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์ระบบ ETS ให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) Climate Resilient City Framework

               วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) Climate Resilient City Framework พร้อมด้วย นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดขึ้นร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ต่อ(ร่าง) Climate Resilient City Framework จากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงาน สนับสนุนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัด คณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับพื้นที่ และระดับประเทศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งภาคีที่เกี่ยวข้อง สำหรับการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และวางแผนงบประมาณในการพัฒนาเมืองพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นไปได้จริงและเหมาะสมกับบริบทของกลุ่มเป้าหมาย โดยมี ผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น จำนวน 80 แห่ง 130 คน
               ที่ประชุมร่วมกันพิจารณา (ร่าง) Climate Resilient City Framework ใน 5 มิติหลัก ได้แก่ 1) โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 2) สุขภาพและความครอบคลุมทางสังคม 3) เศรษฐกิจและความยั่งยืนทางการเงิน 4) สภาพธรรมชาติและสิ่งอวดล้อม เเละ 5) การบริหารจัดการ
               ข้อคิดเห็นครอบคลุมในประเด็น 1) เทคโนโลยี แผนที่ข้อมูลและเครื่องมือเพื่อการตัดสินใจ 2) การพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย 3) การเตรียมความพร้อมและการดำเนินงานช่วงเปลี่ยนผ่าน 4) กลไกการสนับสนุนงบประมาณและวิชาการ 5) การสร้างแรงจูงใจเพื่อหนุนเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน 6) การใช้ภาษาในการสื่อสารที่ง่ายต่อความเข้าใจหรือมีการยกตัวอย่างประกอบ 7) ระบุหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเด็นและมิติให้ชัดเจน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.สุชาติ มอบนโยบายกรมลดโลกร้อน สนับสนุนข้อมูลร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อนอย่างรอบด้าน มุ่งยกระดับกฎหมายสิ่งแวดล้อมควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจแห่งอนาคต

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบนโยบายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. อย่างครบถ้วน รอบด้าน และต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ร่างกฎหมายมีความสมบูรณ์ รัดกุม และสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดต่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต ในการดำเนินงานดังกล่าว ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะเจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 10 เพื่อสนับสนุนการพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ด้วยข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน
               สำหรับความคืบหน้าในการประชุมสัปดาห์นี้ คณะกรรมการได้เริ่มพิจารณา หมวด 6 ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก โดย สส. ได้ชี้แจงที่มา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ และหลักการของหมวดดังกล่าว ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
               1. การรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐผู้รับผิดชอบรายสาขา (Focal Point) เพื่อใช้ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศและรองรับการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
               2. การรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของนิติบุคคล ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
               นอกจากนี้ สส. และกรมควบคุมมลพิษ ยังได้ร่วมกันชี้แจงความแตกต่างของการจัดเก็บข้อมูลตามร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด พร้อมหารือความสอดคล้องกับหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการพิจารณา

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2/2569

               วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี ร่วมกับการประชุมผ่านระบบทางไกล โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม จำนวน 30 หน่วยงาน
               กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ได้เสนอให้ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งได้รับทราบความก้าวหน้าเกี่ยวกับการเสนอจัดทำข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับภูมิภาคร่วมกับสำนักเลขาธิการ UNFCCC และข้อริเริ่ม Coalition for High Ambition Multilevel Partnerships (CHAMP) for Climate Action ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
               ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ การดำเนินงานที่สำคัญของไทย 2 เรื่อง ได้แก่ 1)ร่างองค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทยในการประชุม COP 31 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง และ 2) ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุม COP 31

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) รายงานการศึกษา “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” จ.ระยอง

               วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) รายงานการศึกษาโครงการสร้างความร่วมมือเพิ่มขีดความสามารถเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               การจัดเวทีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานฯ พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือและเพิ่มขีดความสามารถของทุกภาคส่วน ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อบูรณาการการดำเนินงานขับเคลื่อนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดระยอง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง รวมทั้งสิ้น 80 คน
               พร้อมกันนี้ ได้มีการนำเสนอ (ร่าง) รายงานการศึกษา เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และส่งมอบแผนการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ในพื้นที่เขตเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดระยอง ได้แก่ เทศบาลนครมาบตาพุด เทศบาลเมืองนิคมพัฒนา เทศบาลเมืองเนินพระ เทศบาลตำบลทับมา เทศบาลตำบลเชิงเนิน เทศบาลตำบลนาตาขวัญ และองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง
               นอกจากนี้ ยังได้มอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสริมศักยภาพในการจัดทำแผนฯ เพื่อเชิดชูบทบาทของภาคีเครือข่ายในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน กรมลดโลกร้อนมุ่งหวังให้ผลจากเวทีครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และเสริมสร้างความพร้อมของพื้นที่สู่การพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมมือสถาบันการศึกษาขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบ Action for Climate Empowerment (ACE)

               เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความร่วมมือภาคีภาคการศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1 โดยมี นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมคัทลียา โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี
               การประชุมครั้งนี้มุ่งสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับบทบาทมหาวิทยาลัยในการเป็น “ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และขับเคลื่อนการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาค (Regional Action for Climate Empowerment Center: RACE)” อย่างเป็นระบบ พร้อมขับเคลื่อนองค์ประกอบสำคัญ 6 ด้าน ภายใต้กรอบ ACE
               ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.แสงดาว วงค์สาย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ่ายทอดแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนดบทบาทของสถาบันการศึกษาในฐานะ RACE เพื่อสนับสนุนการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงสู่ภาพรวมระดับประเทศ
               การประชุมมีผู้เข้าร่วมจากสถาบันการศึกษาทั่วภูมิภาค และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวม 70 คน โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค พร้อมระดมแนวทางการดำเนินงานและการประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่าย RACE ในระยะต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน รับรางวัลเกียรติยศการขับเคลื่อนนโยบายลดก๊าซเรือนกระจกในงาน TCMA at 20: The NEXT Chapter to Net Zero 2050

               เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานครบรอบ 20 ปี สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย ภายใต้แนวคิด “TCMA at 20: The NEXT Chapter to Net Zero 2050” พร้อมรับมอบรางวัลเกียรติยศการขับเคลื่อนนโยบายลดก๊าซเรือนกระจก สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) ภายใต้มาตรการทดแทนปูนเม็ด โดยได้รับเกียรติจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธี ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
               ประเทศไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ผ่านการยกระดับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 3.0) โดยการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และกลไกสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยความสำเร็จของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ สามารถเปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นโอกาส จนเกิดการพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและขยายการใช้งานได้จริง ถือเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมกันนี้ ภาครัฐพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของทุกภาคส่วน ทั้งการปรับปรุงมาตรฐาน การส่งเสริมการใช้นวัตกรรม และการผลักดันกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันเดินหน้าตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero อย่างจริงจัง โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งพร้อมดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
               ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ อยู่ระหว่างผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ผ่านเครื่องมือด้านเศรษฐกิจ การรายงานข้อมูล และมาตรการด้านคาร์บอน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันมาตรฐานสากลและรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมต้องควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เราต้องส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการใช้ประโยชน์จากคาร์บอน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”