ขอเชิญร่วมงานประชุมสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี วันที่ 24 – 25 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ (ชั้น 11)

               กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสัง (MDES) และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงาน Digital HR Forum, Healthcare Technology Summit, Big Data & Cloud Computing, และงาน Robotics Summit ซึ่งเป็นการจัดงานประชุมสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี มีกำหนดจัดงานวันที่ 24 – 25 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ (ชั้น 11) โดยมีแนวคิดหลักดังนี้

  • Big Data & Cloud Computing (ครั้งที่ 7 ) งานสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรม ด้าน Big Data & Cloud ภายใต้แนวคิดหลัก Beyond Boundaries : Scaling with Big Data Analytics & Cloud
  • Digital HR Forum (ครั้งที่ 8) งานสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรมด้าน HR Transformation ภายใต้แนวคิดหลัก Unlock HR to Drive Business Performance in Any Context
  • Healthcare Technology Summit (ครั้งที่ 12) เป็นงานสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรมด้าน Healthcare ภายใต้แนวคิดหลัก Shaping Thailand’s Sustainable Health Together through Digital Health
  • Robotics Summit (ครั้งที่ 6) งานสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรมด้าน Robotics ภายใต้แนวคิดหลัก Advancing Robotics : Innovating Automation for Business Success
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ดร.เฉลิมชัย ปิดหลักสูตร ปธส. 12 มุ่งสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤตโลกเดือด

               วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีปิดการอบรม หลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธส.12) และงาน IS Conference Day ภายใต้แนวคิด “Leading Forward: Transforming Business for a Resilient and Net-Zero Future” สะท้อนความร่วมมือในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับข้อเสนอผลงานวิชาการหลักสูตร ปธส.12 พร้อมเป็นประธานในพิธีปิดการอบรม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน ซึ่ง รมว.ทส. หวังให้ ปธส. 12 เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน และเท่าทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
               ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หลักสูตร ปธส. มีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพ ความรู้ ประสบการณ์และกระบวนทัศน์ของนักบริหารระดับสูงยุคใหม่ให้สามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนแบบองค์รวมและบูรณาการ ตามหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยและโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากปัญหาสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกคนได้ตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเป็นประเด็นระดับโลก ในฐานะประชากรของโลก เรามีหน้าที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งมีความมั่นใจว่าตลอดระยะเวลา 4 เดือนของการอบรมฯ ปธส. 12 ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างเข้มข้น อันจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและบริหารองค์กรอย่างมีธรรมาภิบาล
               “หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้สำเร็จการอบรม ปธส. 12 จะเป็นต้นแบบของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มต้นจากการเป็นปฏิบัติจริง และสามารถขยายผลสู่องค์กร หน่วยงาน และสังคมในวงกว้าง โดยยึดหลักความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้ง ขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการผลักดันให้การพัฒนางานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.เฉลิมชัย กล่าวทิ้งท้าย
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดให้มีเวทีเสวนาในหัวข้อ “New ERA of Climate Change Innovation and Technology” โดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ เกี่ยวกับนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมในยุคใหม่ สร้างความตระหนักและความเข้าใจในการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้ในอนาคต

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เตรียมจัด TCAC 2025 ขับเคลื่อนงาน Thailand climate action

               กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเตรียมการจัดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย (Thailand Climate Action Conference) ครั้งที่ 1/2568 ในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุม ชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) โดยมีนางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อนุกรรมการ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม อนุกรรมการและเลขานุการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายภาคเอกชน ในฐานะคณะอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะต่อกรอบแนวทางการจัดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025) ทั้งในด้านสารัตถะการประชุม การจัดนิทรรศการ และการประชาสัมพันธ์ ซึ่งงาน TCAC 2025 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด (Inspiring Climate Solution for All)” โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (ระยะที่ 1 : 2568 – 2570) ครั้งที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

               วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (ระยะที่ 1 : 2568 – 2570) ครั้งที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องแคนแก่นคูณ ชั้น 2 โรงแรมเลอ แคสเซีย อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างการรับรู้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับภูมิภาค เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่ และความร่วมมือของหน่วยงานตน ในการดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ร้อยละ 30 – 40 จากกรณีปกติ ภายในปี พ.ศ. 2573 ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกปี พ.ศ. 2564 – 2573 กับแผนลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด และแผนลดก๊าซเรือนกระจกในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ สาขาพลังงาน คมนาคมขนส่ง กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์การจัดการของเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม และเกษตร เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ผ่านการวิเคราะห์ความสอดคล้องของแผน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานของจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการรับฟังข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) กรอบแนวทางในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศและระดับจังหวัด โดยมีกลุ่มเป้าหมายจากหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 21 จังหวัด ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 สาขาในระดับพื้นที่ (ทั้งหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และหน่วยงานสนับสนุน) สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน รวมถึงผู้ที่สนใจจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Climate Change A-Z Challenge | Habitat Degradation : การเสื่อมสภาพของถิ่นฐานที่อยู่อาศัย

Habitat Degradation : การเสื่อมสภาพของถิ่นฐานที่อยู่อาศัย
               “บ้านของสัตว์…กำลังพัง! 🏠💔 รู้จัก ‘การเสื่อมสภาพของถิ่นที่อยู่อาศัย’ ภัยเงียบที่คุกคามชีวิต” ลองนึกภาพว่า…ถ้าบ้านของคุณค่อยๆ เปลี่ยนไป จากที่เคยมีอากาศบริสุทธิ์ มีน้ำสะอาด มีอาหารอุดมสมบูรณ์ กลายเป็นอากาศเสีย น้ำเน่าเสีย อาหารหายาก คุณจะอยู่ได้ไหม?
               สัตว์ต่างๆ ก็เหมือนกัน! “การเสื่อมสภาพของถิ่นที่อยู่อาศัย” หมายถึง การที่ “บ้าน” ตามธรรมชาติของพวกมันแย่ลงเรื่อยๆ จนอาจอยู่ไม่ได้อีกต่อไป

อะไรคือสาเหตุ?
(index pointing right) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: โลกร้อนขึ้น ทำให้เกิด
               • อุณหภูมิที่สูงขึ้น: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ ทำให้สิ่งมีชีวิตต้องอพยพหรือตาย
               • น้ำแข็งละลายและระดับน้ำทะเลสูงขึ้น: พื้นที่ชายฝั่งและระบบนิเวศ เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง ถูกน้ำท่วมหรือกัดเซาะจนเสียหาย
               • ภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น: เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม พายุ หรือไฟป่า ที่ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นวงกว้าง
               • ความเป็นกรดของมหาสมุทร: ทำลายสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล โดยเฉพาะปะการัง
(index pointing right) กิจกรรมของมนุษย์ : การบุกรุกและทำลายพื้นที่ธรรมชาติ/การขยายตัวของเมืองและการก่อสร้าง/มลภาวะและสารเคมี

ผลที่ตามมา…หายนะ!
               บ้านหาย : สัตว์ไม่มีที่อยู่
               สัตว์ตาย : สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
               ระบบนิเวศพัง : ห่วงโซ่อาหารเสียสมดุล ทุกชีวิตเดือดร้อน

ตัวอย่างใกล้ตัว:
               ป่าถูกทำลาย → สัตว์ป่าไม่มีที่อยู่ → ลงมาหากินในเมือง
               ทะเลปนเปื้อน → สัตว์ทะเลกินสารพิษ → เรากินสัตว์ทะเลก็รับสารพิษไปด้วย
อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว! ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแล “บ้าน” ของสัตว์ต่างๆ วันหนึ่งโลกของเราอาจไม่มีสัตว์ป่าให้เห็นอีกเลย…ภายใน 50 ปีข้างหน้า!

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– National Geographic., The Global Impacts of Habitat Destruction.
– Earth Times, Michael Evans, Habitat Loss and Degradation.

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน Thai Water Expo 2025 “ปูทางสู่อนาคตยั่งยืนและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยโซลูชันน้ำอัจฉริยะ”

               วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูม#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม Water Expo 2025 หรือ THW ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรน้ำและน้ำเสียที่ครบวงจรที่สุดงานเดียวในประเทศไทย และ Entech Pollutec Asia 2025 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษระดับนานาชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและกลุ่มอุตสาหกรรมเอกชน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Transforming Water and Environment Management Adapted for a Climate-Resilient future”
นอกจากนี้ กรมลดโลกร้อนยังได้ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “Sustainable and Climate-resilient Future Policy” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาการเป็นโรงเรียนอีโคสคูล ระดับสูง (Eco-School Advance) ปี 2568

Climate Change A-Z Challenge | รู้จัก “Greenhouse Gases หรือก๊าซเรือนกระจก” ตัวการ “โลกร้อน”

รู้จัก “Greenhouse Gases หรือก๊าซเรือนกระจก” ตัวการ “โลกร้อน”
               ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) คือ ก๊าซที่อยู่ในชั้นบรรยากาศโลก มีหน้าที่สำคัญในการ “กักเก็บความร้อน” จากดวงอาทิตย์ ทำให้โลกของเราอบอุ่น และมีอุณหภูมิพอเหมาะกับการดำรงชีวิต แต่ถ้ามีมากเกินไป? ก๊าซเหล่านี้จะกักเก็บความร้อนมากเกินไป จนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิด “ภาวะเรือนกระจก” (Greenhouse Effect) ที่รุนแรง และนำไปสู่ “โลกร้อน” นั่นเอง
7 ชนิดหลักของก๊าซเรือนกระจก มีทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์
               🔹คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
               🔹ก๊าซมีเทน (CH4)
               🔹ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O)
               🔹ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs)
               🔹ก๊าซเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs)
               🔹ก๊าซไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3)
               🔹ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) (SF6)
ภาวะเรือนกระจกที่มากเกินไป ส่งผลกระทบอย่างไร?
               🌊 น้ำแข็งละลาย น้ำทะเลหนุน: น้ำแข็งขั้วโลกและธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งและชุมชน
                🔥 สภาพอากาศสุดขั้ว: ภัยธรรมชาติรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น เช่น พายุรุนแรง น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และไฟป่า
                🪾 ระบบนิเวศพัง สัตว์ป่าเดือดร้อน: สิ่งมีชีวิตปรับตัวไม่ทัน สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
               🌾 กระทบเกษตรและอาหาร: ฤดูกาลเปลี่ยน ผลผลิตลดลง เกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร
               😷 สุขภาพแย่: อุณหภูมิสูงขึ้น มลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ลมแดด และโรคติดต่อ
               💵 เศรษฐกิจเสียหาย: ภัยพิบัติและทรัพยากรที่ลดลง ก่อความเสียหายต่อภาคเกษตร อุตสาหกรรม และพลังงาน
ร่วมกันเข้าใจและช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อโลกที่ดีขึ้นของพวกเราทุกคน!

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
– NPS PLC. (2023). What is Greenhouse Gas and why it is a global issue.

3 กรกฎาคม วันปลอดถุงพลาสติกสากล (International Plastic Bag Free Day)

               เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single-use plastic) โดยเฉพาะถุงพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง รวมถึงส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
📢 ความสำคัญของวันปลอดถุงพลาสติกสากล
               ✅ ลดปริมาณขยะพลาสติก: พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ให้ลดการใช้พลาสติกช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
               ✅ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ: การผลิตพลาสติกต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาก การลดการใช้พลาสติกจะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่
               ✅ ป้องกันมลพิษทางน้ำและดิน: ขยะพลาสติกที่ทิ้งไม่ถูกที่ทำให้เกิดมลพิษทั้งในน้ำและดิน สร้างผลกระทบต่อสัตว์น้ำและสัตว์ป่า
               ✅ ส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน: การส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนที่ย่อยสลายได้ เช่น กระดาษ ถุงผ้า หรือวัสดุอื่นๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
               นอกจากนี้ตลอดวัฏจักรของกระบวนการผลิตพลาสติก ล้วนก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ดังนั้นหากทุกคนในประเทศไทยลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วคนละ 1 ใบต่อวัน จะทำให้สามารถลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดใช้ถุงพลาสติกได้ประมาณ 13,186 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อวัน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่เพื่อโลกของเรา 🌏
วิธีง่ายๆ ที่คุณก็ช่วยโลกได้ แม้ปัญหาโลกร้อนจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่เราทุกคนสามารถช่วยได้ด้วยการเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น…
               – พกถุงผ้า ไปซื้อของ แทนการใช้ถุงพลาสติก
               – ปฏิเสธถุงพลาสติก เมื่อซื้อของชิ้นเล็ก หรือไม่จำเป็น
               – เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เช่น แก้วน้ำส่วนตัว กล่องอาหารที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้
               – แยกขยะอย่างถูกต้อง เพื่อส่งต่อการรีไซเคิล
               – ชวนคนรอบข้างเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ต้องเกิดจากความร่วมมือ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– กรมประชาสัมพันธ์., วันที่ 3 กรกฎาคมของทุกปี วันปลอดพลาสติกสากล (International Plastic Bag Free Day).
– องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)., สถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก., ทส.ปลื้มลดถุงพลาสติกได้ 43 ล้านใบ.

รู้หรือไม่? ประเทศไทยมีแผนในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน! สรุปครบทั้งเป้าหมายระดับชาติ และ ผลการดำเนินงานรายสาขา ปี พ.ศ. 2565

รู้หรือไม่? ประเทศไทยมีแผนในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน!  สรุปครบทั้งเป้าหมายระดับชาติ และ ผลการดำเนินงานรายสาขา ปี พ.ศ. 2565 🌱
               ✅ พลังงาน 
               ✅ คมนาคมขนส่ง
               ✅ กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์
               ✅ เกษตร
               ✅ การจัดการของเสียของชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม
ทุกภาคส่วนร่วมมือกันขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2065 มาดูกันว่า “ประเทศไทยลดโลกร้อนได้แค่ไหนแล้ว?” 🔄

สาขาพลังงาน (Energy)
สาขาคมนาคมขนส่ง (Transport)
สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (Industrial Processes and Product Use : IPPU)
สาขาเกษตร (Agriculture)
สาขาการจัดการของเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม (Waste)

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”