กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand ครั้งที่ 5 (1/2569)

               เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม ร่วมกับนางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ Ms. Lauren Dodds Deputy Director, Environment and Climate Change Canada พร้อมด้วย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก เจ้าหน้าที่ สส. และคณะทำงานฯ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ กรมบัญชีกลาง และภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCA) โดยทางองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นฝ่ายเลขานุการโครงการ
               ในการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานและผลลัพธ์ของโครงการฯ ทั้ง 5 องค์ประกอบ ที่ช่วยสนับสนุนประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งผลลัพธ์ของการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยมีกรอบนโยบายและแผนปฏิบัติการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตที่มีความชัดเจน สอดคล้องกับแผนที่นำทางสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศ และการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล และข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โครงการฯ ได้พัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมแบบเร่งรัด และผลักดันแนวปฏิบัติด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การหมุนเวียนวัสดุและการเผาร่วมในเตาปูน ให้เกิดกรอบแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมควบคู่กับการประเมินศักยภาพงานวิจัยและหลักสูตรการศึกษา และการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะด้านการลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อเตรียมกำลังคนรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม
               ในระยะยาว สำหรับในด้านเทคโนโลยีและการลงทุน ได้มีการจัดทำรายงานวิเคราะห์และประเมินเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนอย่างเป็นระบบ พร้อมนำร่องสาธิตการใช้งานจริง และพัฒนาแนวคิดโครงการที่มีความพร้อมเชิงเทคนิคและการเงิน ที่สามารถต่อยอดสู่การระดมทุนและการลงทุนในอนาคต ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำสู่การประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ อีกทั้ง โครงการฯ ได้เสริมสร้างกลไกตลาดและความโปร่งใสของข้อมูล ผ่านการพัฒนาแนวทางจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาคบังคับ ระบบติดตาม รายงาน และตรวจสอบ (MRV) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว และการบูรณาการการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในมิติการผลิตและการบริโภค เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อเร่งการใช้ Environmental Product Declaration (EPD) และถอดบทเรียนแนวปฏิบัติที่ดีในการนำ LC3 ไปใช้ในบริบทประเทศไทย ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันให้นำผลการดำเนินภายใต้โครงการฯ มาจัดรูปแบบเพื่อเผยแพร่แก่สาธารณชน พร้อมทั้งกำหนดจัดงานสัมมนาสรุปผลสัมฤทธ์โครงการฯ ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เพื่อแสดงหมุดหมายสำคัญของการดำเนินงานทั้งในประเด็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและผลการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตที่ได้ดำเนินการภายใต้โครงการนี้ รวมถึงแนวทางของบประมาณในการดำเนินงานระยะต่อไป และการขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต เช่น กรมบัญชีกลางเพื่อร่วมดำเนินงานการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) และกระทรวงมหาดไทยเพื่อร่วมผลักดันการใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตจากขยะมูลฝอยชุมชนในการผลิตเชื้อเพลิง เป็นต้น

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เปิดศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อนแห่งแรกในภาคเหนือ ชูต้นแบบ “กาแฟแก้การเผา ลดโลกร้อน” สร้างรายได้ ควบคู่ลดไฟป่า หมอกควัน

               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการป้องกัน รับมือ และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม โดยขับเคลื่อนความร่วมมือกับเครือข่าย ทสม. และภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ระดับพื้นที่ ผ่านการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน “กาแฟแก้การเผา ลดโลกร้อน” ณ ชุมชนบ้านน้ำพร้าว ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เพื่อเป็นต้นแบบการจัดการไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือ โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยผู้แทนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ นายอำเภอเด่นชัย ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายผู้ประกอบการ Green Coffee Shop จังหวัดแพร่–อุตรดิตถ์ ผู้นำชุมชน เยาวชน สื่อมวลชน และประชาช รวมกว่า 150 คน ภายในงานมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ พิธีมอบโล่แก่ร้านกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเยี่ยมชมฐานเรียนรู้ “กาแฟแก้การเผา ลดโลกร้อน” ควบคู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ม่อนพลอยล้านปี
               ศูนย์ฯแห่งนี้ดำเนินงานตามแนวคิดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยส่งเสริมเกษตรกรรวมกลุ่มปลูกกาแฟภายใต้แนวคิด “รักษาของเดิมไว้ สร้างของใหม่เพิ่ม” อนุรักษ์ต้นกาแฟเดิมในป่าและปลูกเพิ่มในพื้นที่เหมาะสม มีวิสาหกิจชุมชนรับซื้อในราคาที่เป็นธรรม พัฒนากระบวนการแปรรูปและคั่วให้ได้มาตรฐาน สร้างเอกลักษณ์และมูลค่าเพิ่ม พร้อมผลักดันเครือข่าย Green Café และการตลาดเชิงอนุรักษ์ ควบคู่การท่องเที่ยวเมืองรองจังหวัดแพร่–อุตรดิตถ์ เพื่อลดการเผา ลดหมอกควัน สร้างรายได้ให้ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศร่าง TOR ประกวดราคาจ้างพัฒนาและส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าและบริการของเครือข่ายอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding วิจารณ์ 27 กุมภาพันธ์ 2569 -5 มีนาคม 2569 e-mail dccecenter@dcce.mail.go.th โทร 02-2985649

ตารางราคากลาง จ้างพัฒนาและส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการของเครือข่ายอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวหลักสูตรอบรม TOP Green+Executive Program


           เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ ร่วมงานแถลงข่าวเพื่อเปิดตัวหลักสูตรอบรม ผู้บริหารระดับสูงสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มองไกลกว่าความยั่งยืน (TOP Green Executive Program) ณ หอประชุมมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
          หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ความรู้และเสริมทักษะสำหรับผู้นำองค์กรภาครัฐและเอกชน หนุนการขับเคลื่อนองค์กรและเตรียมพร้อมสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าความยั่งยืน เน้นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และสร้างเครือข่ายกับผู้บริหาร
          โอกาสนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยในความท้าทายด้านความยั่งยืนระดับโลก ร่วมกับ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งใจความสำคัญกล่าวถึง สถานการณ์ความขัดแย้งที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจระดับโลก ผลกระทบมาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน หรือ CBAM ที่ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทย และ บทบาทของกรมลดโลกร้อน ในการวางแผนงานขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก การเร่งขยับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 (2050) การผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลไกด้านราคาคาร์บอน เช่น Emission Trading System (ETS) Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) Carbon Tax และ Carbon Credit กองทุนภูมิอากาศ การให้ความรู้ และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการรับมือภัยพิบัติสำหรับรัฐบาลในอนาคต ซึ่งภาพรวมดังกล่าวนั้นเป็นกลไกสำคัญที่ภาครัฐจะใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนและสร้างสิทธิประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชนและภาคประชาชนในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยในช่วงท้าย ดร.พิรุณ ได้เน้นย้ำการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วนและสำคัญที่สุดประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และเตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อนำพาองค์กรก้าวผ่านความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้”ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย

     เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน หารือร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี ประเด็นแนวทางการดำเนินงานมาตรฐาน Green Hospital

          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ ผศ.นพ.ภุชงค์ ลิขิตธนสมบัติ รองคณบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งอำนวยความสะดวก โรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมด้วย นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และคณะเจ้าหน้าที่ร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการดำเนินงานในการยกระดับมาตรฐานการรับรองโรงพยาบาลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของโรงพยาบาล ข้อสรุปเบื้องต้นจากการหารือร่วมกัน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จะขอรับการรับรองสำนักงานสีเขียว (Green Office) ควบคู่กับการดำเนินการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากกิจกรรมภายในโรงพยาบาลเพื่อกำหนด Path Way ในการมุ่งสู่ความเป็น Net Zero Hospital ต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อนเข้าร่วมพิธีแถลงข่าวเปิดตัวหลักสูตรอบรม TOP Green+ Executive Program “อธิบดีเน้นย้ำประเทศไทยต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และเตรียมพร้อมเพื่อนำองค์กรก้าวผ่านความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

#กรมลดโลกร้อน
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#G – Green

กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรม “เปิดบ้านกลุ่มงานจริยธรรม” พร้อมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบความดี

           กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรม “เปิดบ้านกลุ่มงานจริยธรรม” พร้อมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบความดีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เปิดบ้านกลุ่มงานจริยธรรม” เพื่อสร้างเครือข่ายจริยธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน พร้อมมอบโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่บุคคลต้นแบบความดีของกรมฯ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีการจัดนิทรรศการจากสำนัก/ศูนย์/กอง เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านจริยธรรมทั้งภายในกรมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          โอกาสนี้ นายสุรพล ปัตตานี ประธานกรรมการจริยธรรมประจำกรม ได้เข้าร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนางานด้านจริยธรรมของส่วนราชการให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 280 คน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสะท้อนถึงความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรมขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา ประกวดราคาจ้างผลิตและเผยแพร่สื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน