ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างผลิตและเผยแพร่สื่อเชิงรุกสร้างความรู้ความเข้าใจเสริมพลังการมีส่วนร่วมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านสื่อยอดนิยม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจ้างผลิตและเผยแพร่สื่อเชิงรุกสร้างความรู้ความเข้าใจ

ทส. เปิดเวทีอบรม “ปธส.” รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม

           นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ทส.โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ ปธส. ขึ้นเป็นประจำทุกปี วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพนักบริหารระดับสูง ในการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมตามหลักธรรมาภิบาล เสริมสร้างประสบการณ์และกระบวนทัศน์ของนักบริหารสิ่งแวดล้อมยุคใหม่ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้บริหารระดับสูงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รองปลัด ทส. กล่าวอีกว่า สำหรับ ปธส.13 มีผู้ได้รับการคัดเลือกจากภาคเอกชน ข้าราชการจากส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการทหารและตำรวจ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ตลอดจนองค์กรอิสระ สมาคมและมูลนิธิ ให้เข้าร่วม 75 คน โดยใช้เวลาอบรม 182 ชั่วโมง ภายใต้เนื้อหาที่สำคัญตามแนวคิด “ไทยในยุคภูมิอากาศใหม่ : นำการลดคาร์บอน เสริมความพร้อมรับภัย และสร้างสังคมเท่าเทียม หรือ Thailand Climate Leadership : Decarbonization, Resilience, and Social Equity” เช่น หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ กระแสโลกและแนวโน้มด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนวัตกรรม การจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
          “การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของประเทศไทย ที่ต้องขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายตามแผนยกระดับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทย หรือ NDC 3.0 โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจากปี 2019 ที่เป็นปีฐานให้ได้ 47% ภายในปี 2035 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งต้องใช้ทั้งศักยภาพภายในประเทศและการสนับสนุนจากต่างประเทศ ไม่ว่า การใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ก่อมลพิษ จนถึงการใช้วิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ มิติ” รองปลัด ทส. กล่าว
          รองปลัด ทส. กล่าว ต่อไปว่า ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมรับภัยกับภัยพิบัติ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องดำเนินการด้วยกระบวนการเชิงรุก ไม่ว่า การวางแผนเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภาครัฐและภาคประชาชน โดยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย และมีแผนรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานและชุมชนในระดับท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรผ่านการฝึกอบรม การซักซ้อมแผนรับมือต่อภัยพิบัติ และการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงและป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสม
          ขณะที่การสร้างสังคมที่เท่าเทียม รองปลัด ทส. กล่าวว่า เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนเช่นกัน นอกจากให้ทุกคนในสังคม เข้าถึงโอกาสการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแล้ว ยังหมายถึง การออกแบบนโยบายและกลไกการพัฒนาให้คำนึงถึง “ความเป็นธรรม” ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดทิศทางการพัฒนา การจัดสรรทรัพยากร ไปจนถึงการประเมินผลลัพธ์ โดยเฉพาะในบริบทของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ขณะเดียวกัน การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจและกำหนดอนาคตของตนเอง จะช่วยเสริมสร้างพลังให้ชุมชนสามารถพัฒนาศักยภาพจากฐานทรัพยากรและอัตลักษณ์ของตนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะและการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมช่วยให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของประเทศ และเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นธรรมอย่างแท้จริง
          “หวังว่า ผู้เข้าร่วมหลักสูตร ปธส. รุ่นที่ 13 จะได้นำแนวคิด “ไทยในยุคภูมิอากาศใหม่ : นำการลดคาร์บอน เสริมความพร้อมรับภัย และสร้างสังคมเท่าเทียม” ไปปรับใช้ พร้อมนำไปต่อยอดนำเสนอแนวทางในการสร้างความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนต่อไป”รองปลัด ทส. กล่าว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





ปรับปรุงร่าง TOR ประกวดราคาซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 11 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding วิจารณ์ 3 – 6 กุมภาพันธ์ 2569 โทร 022985637ต่อ 1630 e-mail dccecenter@dcce.mail.go.th

ปรับปรุงร่างประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 11 รายการ

ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จ้างพัฒนาและส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าและการบริการของเครือข่ายอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1/2569

               เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำหน้าที่คณะทำงานและเลขานุการ และคณะทำงานที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ท่าน ผู้แทนจาก 14 หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ สส.
             โดยที่ประชุมได้รับทราบถึง 1) การเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจในการรับรองโครงการของประเทศไทย สำหรับกองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) ขอบเขตอำนาจ บทบาท หน้าที่ของ Designated Authority กลไกพิจารณา และกรอบวงเงินโครงการ สำหรับกองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 3) ผลการพิจารณาออกหนังสือรับรอง (Letter of Endorsement: LOE) สำหรับแนวคิดโครงการ Enhancing COastal REsilience in the South-East Asia Seas (eCORE-SEAS)
              นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการออกหนังสือรับรอง (LOE) สำหรับแนวคิดโครงการ จำนวน 6 โครงการ คือ 1) Enhancing Climate (Change) Adaptation and Resilience of Mekong River Communitiesthrough Strengthening of Weather and Climate Services (ECR-MEKONG) 2) Building the Resilience of Persons with Disabilities to Cope with Climate Change in Asia 3) Building Climate-Resilient Community-Based Tourism and Sustainable Supply Chains in Chiang Rai, Thailand 4) Enhancingthe Resilience of Coastal Livelihoods through Marine Ecosystem-based Adaptation on the Gulf of Thailand 5) Building Climate-Resilient Municipalities in Thailand: Integrating Health Adaptation and Climate Change Education และ 6) Microclimate–Energy Nexus Platform for Climate Adaptation in Remote
              ในการนี้ สส. ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ จะเสนอปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาลงนามใน LOE และเสนอต่อกลไกพิจารณาของกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อทราบต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ยกระดับกลไก จัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวฯ เชื่อมข้อมูล 6 สาขา รับมือสภาพอากาศสุดขั้ว


                   วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดประชุมนำเสนอ “โครงการจัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”เพื่อยกระดับกลไกการติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านการปรับตัวของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก และรองรับการรายงานในระดับนานาชาติ โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด ซึ่งมี นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวรายงาน โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานรายสาขาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในห้องประชุม และผ่านระบบออนไลน์ รวมกว่า 250 คน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
               ​นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2025 พบว่า ในปี 2024 ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่อันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 สะท้อนถึงความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอย่างชัดเจน ข้อมูลของหน่วยงานบริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคอเปอร์นิคัส (Copernicus) ของสหภาพยุโรป และสถาบันเบิร์กลีย์ เอิร์ธ (Berkeley Earth) ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานประจำปีว่า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกในปี 2025 ที่ผ่านมามีค่าสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.47 องศาเซลเซียส และอยู่ในลำดับที่ 3 ของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกที่ร้อนที่สุด รองจากปี 2024 และ 2023 ตามลำดับ ส่งผลให้ช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ นอกจากนี้ Global Risks Report 2026 ฉบับที่ 21 ก็ได้มีการรายงานว่าความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังคงเป็นภัยคุกคามรุนแรงที่สุดของโลกในระยะยาว โดยระบุว่าในระยะสั้น (2 ปี) มีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ คือ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทันที ส่วนในระยะยาว (10 ปี) มีความเสี่ยงหลัก คือ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การล่มสลายของระบบนิเวศและผลกระทบสะสมที่อาจทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียมูลค่ารวมกว่า 10% หากไม่บรรลุเป้าหมาย Paris Agreement และ Net Zero 2050
               นายปวิช กล่าวต่อว่า วันนี้โลกกำลังเคลื่อนมาสู่คำถามที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ “เราจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร” คำตอบนี้ คือ “การปรับตัว” ซึ่งไม่ใช่มาตรการเสริม ไม่ใช่ทางเลือก หากแต่เป็นหัวใจสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ ชุมชน และประชาชน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการ หรือ action plan ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA) ตามมติที่ประชุมรับรอง “Belém Adaptation Indicators” 59 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ตัวชี้วัดรายสาขา (Thematic Target Indicators) 38 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดกระบวน NAP (Dimensional Target Indicators) 21 ตัวชี้วัด ซึ่งตัวชี้วัดเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการรายงานตามความเหมาะสม ดังนั้น การมีเครื่องมือหรือระบบในการรวบรวมข้อมูล ติดตาม และประเมินผล จะช่วยให้เราทราบว่า ประเทศของเราได้ดำเนินการด้านการปรับตัวอะไรไปแล้วบ้าง เกิดผลลัพธ์จริงหรือไม่ ส่งผลให้การขับเคลื่อนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
               กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อวางแนวทางและออกแบบฐานข้อมูลในลักษณะของเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่เป็นระบบหลัก สำหรับรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สามารถใช้ในการวิเคราะห์ ออกแบบ หรือเชื่อมโยงกิจกรรมสำหรับรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ เป็นเครื่องมือหนึ่งของประเทศด้านการปรับตัวอันเป็นกลไกสำคัญที่จะเชื่อมโยงนโยบาย แผนงาน และการปฏิบัติในทุกระดับเข้าด้วยกัน ช่วยให้หน่วยงานสามารถติดตามความก้าวหน้าของแผนปรับตัวตามสาขาต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบและสามารถเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ และช่วงเวลาได้ สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย การใช้เทคโนโลยี Big Data Iเละ Visualization นำเสนอข้อมูลผ่านแดชบอร์ด ทำให้เข้าใจง่าย สามารถใช้ข้อมูลประกอบการรายงานต่าง ๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
               วันนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan : NAP) ครอบคลุม 6 สาขาสำคัญ ซึ่งจะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้นั้น จำเป็นต้องมีการติดตามและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ สามารถสะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินงานและเชื่อมโยงกับข้อมูลได้จริง ผ่านการพัฒนาระบบติดตามที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ช่วยสนับสนุนการจัดการทรัพยากรและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงประชาชนชาวไทยมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างผลิดตและเผยแพร่รายการออนไลน์ สร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านสื่อออนไลน์ยอดนิยม ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างผลิตและเผยแพร่รายการออนไลน์ฯ