กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้และการปรับตัวต่อภัยพิบัติจากสภาพอากาศแปรปรวน “Climate Adaptation & AI Workshop”

          วันที่ 27 เมษายน 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้และการปรับตัวต่อภัยพิบัติจากสภาพอากาศแปรปรวน “Climate Adaptation & AI Workshop” โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมฯ และมีนายตรีภพ เที่ยงตรง วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ผู้ก่อตั้งชุมชน AI Thailand community ร่วมเป็นวิทยากร ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระบบการทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สามารถช่วยส่งเสริม และสนับสนุนการทำงานได้หลากหลายด้าน ได้แก่ การช่วยในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างมาตรฐานในการทวนสอบ (Verification) การสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Policy Support) และการสื่อสาร สร้างความตระหนักรู้ (Public Engagement) เพื่อส่งข้อมูลการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัย เป็นต้น
          ในการจัดการและสื่อสารข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับการสร้างสรรค์ Content ด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องง่าย กิจกรรมวันนี้มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรม 120 คน รวมทั้งมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ทาง FB เพจกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายงานวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA Annual conference: NAC2026)

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายงานวิชาการประจำปี 2569

          เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืน: เส้นทางประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ ห้องประชุม CC-309 อาคาร 14 อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์จากภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และภาครัฐ โดยมีผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ นักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมฟังบรรยาย จำนวน 100 คน
          ในการบรรยายครั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์โลกกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ความสำคัญของการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส รวมถึงความยืดหยุ่นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change resilience) นโยบายและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 รวมทั้งความคืบหน้าของ (ร่าง) กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. และ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .… ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายงานวิชาการประจำปี 2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายงานวิชาการประจำปี 2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายงานวิชาการประจำปี 2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายงานวิชาการประจำปี 2569

 

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

          วันที่ 22 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากสำนักงบประมาณ และผู้บริหารจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดนโยบายและกำหนดกรอบแนวทางการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐการปฏิรูปกฎหมาย โดยเน้นย้ำการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักความคุ้มค่า เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
          ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางการปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อาทิ การจำกัดการศึกษาดูงานต่างประเทศให้เฉพาะภารกิจที่มีความจำเป็น การชะลอโครงการก่อสร้างอาคารใหม่ และส่งเสริมการใช้แนวทางเช่าพื้นที่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) โดยกำหนดกรอบงบลงทุนรวมไม่เกินร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการภาครัฐ
           นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า กระทรวงฯ จะขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์โลกและภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน โดยมุ่งเน้นการจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง พร้อมทั้งยกระดับการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
          ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายสำคัญของภาครัฐในมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านน้ำอย่างเป็นระบบ โดยพัฒนาการพยากรณ์และระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพด้วยการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างยั่งยืน ตลอดจนการผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ควบคู่กับการเร่งรัดการจัดสรรที่ดินทำกิน การสร้างงานและอาชีพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่า และสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ภายใต้กรอบการพัฒนาเศรษฐกิจ (10 PLUS) เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและการส่งออกของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

รมว.ทส. นำทัพกำหนดนโยบายงบประมาณปี 2570 เสริมศักยภาพประเทศด้วยการบริหารทรัพยากรอย่างสมดุล

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

          เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) พร้อมด้วย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุม 521 อาคาร 5 ชั้น 2 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
          การประชุมครั้งนี้มี ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ทำหน้าที่ประธานกรรมการ และได้แจ้งที่ประชุมทราบประเด็นข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 โดยเน้นการแก้ประเด็นที่จำเป็นต้องเลิกให้ชัดเจน พร้อมปรับตัวชี้วัดระดับภาพรวมในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเหมาะสม และประเด็นพัฒนาที่สำคัญของเสาด้านสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จำเป็นต้องทำ การประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ และการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบสรุปแนวทางการพัฒนาด้านการพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ และเห็นชอบแนวทางการจัดการด้านมลพิษ ได้แก่ 1) มลพิษทางอากาศ 2) มลพิษขยะและของเสีย และ 3) มลพิษทางน้ำและดิน เพื่อบูรณาการการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานให้มีความต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อน และสอดคล้องตามเสาหลักการพัฒนาทั้ง 5 เสา ภายใต้ (ร่าง) กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575)

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571- 2575) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 4/2569

 

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

          วันที่ 20 เมษายน 2569 ณ โรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แบงคอก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมถอดบทเรียนการทดลองใช้ระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน กว่า 100 คน และถ่ายทอดการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการทดสอบระบบจากผู้ปฏิบัติงานจริง มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (National Database) ในการบริหารจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศของประเทศอย่างเป็นระบบ
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch พบว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยขยับจากอันดับที่ 72 ในปี 2022 มาอยู่อันดับที่ 17 ของโลกในปี 2024 ขณะที่ข้อมูลจาก Met Office ระบุว่าปี 2026 นี้จะเป็น 1 ใน 4 ปีที่ร้อนที่สุดของประวัติศาสตร์โลก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.4 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับ Global Risks Report 2026 ของ World Economic Forum ที่ชี้ว่าความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมคือภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
          “ปัจจุบันรัฐบาลมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 กรมฯ จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือติดตามประเมินผล (Monitoring, Evaluation, and Learning: MEL) เพื่อขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) โดยระบบที่พัฒนาขึ้นร่วมกับบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี้ ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลทั่วไป แต่คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ’ ที่นำเทคโนโลยี Big Data และ Data Visualization มาช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายแม่นยำขึ้น และรองรับการรายงานผลในระดับสากล เช่น BTR, NC และ SDGs” ดร.พิรุณ กล่าวเน้น
          สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวสู่ขั้นตอนการทดลองใช้งานจริงใน 6 สาขาหลัก ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ โดยหัวใจสำคัญคือการถอดบทเรียนจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุงระบบ E-FORM ให้มีความสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้เป็นระบบที่ “ใช้ได้จริง ใช้ได้ต่อเนื่อง และใช้ได้ทั้งประเทศ” ในการยกระดับขีดความสามารถการรับมือวิกฤตโลกเดือดอย่างยั่งยืน
         กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากนโยบายสู่การปฏิบัติ” โดย ผศ.ดร.ภวิสร ชื่นชุ่ม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงภาพรวมความสำเร็จของการพัฒนาระบบติดตามประเมินผล และการสาธิตการใช้งาน ระบบ E-FORM ซึ่งเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการจัดเก็บข้อมูลจากหน่วยงานปฏิบัติใน 6 สาขาหลัก ส่วนการประชุมในช่วงบ่าย คือ การแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อ “ถอดบทเรียนและระดมความคิดเห็น” จากตัวแทนหน่วยงานประสานกลางและผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการทดลองใช้ระบบติดตามประเมินผลฯ
          การขับเคลื่อนระบบติดตามประเมินผลในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการยกระดับขีดความสามารถด้านการรับมือกับสภาวะโลกเดือด โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยืนยันจะเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือสื่อสารและฐานข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวางแผนป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีถอดบทเรียนระบบติดตามผลปูทางสร้างฐานข้อมูลกลางรับมือโลกเดือด ชูระบบ MEL เชื่อมนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

 

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

          วันที่ 18 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามและรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง
          โอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส.ได้พบปะผู้นำชุมชนและเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่าในพื้นที่ โดยเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ รวมถึงมอบอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่
นายสุชาติ เน้นย้ำว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างจริงจัง โดยจะผลักดัน แผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“ เพื่อเป็นต้นแบบการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเครือข่ายชุมชนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเสียสละและเข้มแข็ง”
          ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ดอยหลวงเชียงดาวกลับมาสวยงามเป็นและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของเชียงใหม่ดังเดิม พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาป่าอย่างใกล้ชิด อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

“สุชาติ” ลุยเชียงดาว ดันแผนปฏิบัติการป้องกันและดับไฟป่าระดับชุมชน ”เชียงดาวโมเดล“

 

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

          วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และมีนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ โดยการจัดประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในเกณฑ์การประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและแนวทางการพิจารณาและประเมินผลงานตามเกณฑ์การประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2569 รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มทักษะการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันของคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศเพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมการตรวจประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2569 ต่อไป ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย
คณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 30 คน
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะอนุกรรมการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2569

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน “ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

          วันที่ 10 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีสรงน้ำพระและรดน้ำขอพร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบการประชุมทางไกลไปยังหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย เสริมสร้างความสุข ความสามัคคี และขวัญกำลังใจแก่บุคลากรของกระทรวงฯ ตลอดจนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการก้าวสู่ปีใหม่ไทยอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
          นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่สะท้อนถึงความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ไทยอย่างเป็นสิริมงคล พร้อมขอให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความยึดมั่นในกฎระเบียบ ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ และรักษาจรรยาบรรณของข้าราชการ ในการปกป้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า และพันธุ์พืชของประเทศ โดยให้ทุกหน่วยงานทำงานอย่างบูรณาการและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด หากมีอุปสรรคสามารถรายงานเพื่อเร่งแก้ไขได้ทันที ภายใต้การทำงาน “ทส.หนึ่งเดียว”
          นอกจากนี้ นายสุชาติ รมว.ทส. ยังได้กล่าวให้กำลังใจบุคลากรทุกคน ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ขอให้ทุกคนเข้มแข็งทั้งกายและใจ ให้ความสำคัญและให้กำลังใจกับครอบครัว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของประเทศและในโอกาสนี้ ได้อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลพรให้ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และครอบครัวของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย และมีกำลังกายกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 สรงน้ำพระ–อวยพรบุคลากรทั่วประเทศ เสริมพลังใจองค์กรภายใต้การดำเนินงาน "ทส.หนึ่งเดียว”

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

          วันที่ 10 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สรงน้ำพระพุทธรูป สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ถือเป็นการสืบสานวิถีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย สร้างทัศนคติพื้นฐานที่ดีของการอยู่ร่วมกันในสังคม ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน สืบสานประเพณีไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

          วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุม N410 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกียรติเยี่ยมเยือนศูนย์ประสานงานการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา

กรมลดโลกร้อน ร่วมสนับสนุนข้อมูลการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา