กรมลดโลกร้อน เร่งเครื่องพิจารณาร่าง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งเข้าสู่การพิจารณาเป็นสัปดาห์ที่สาม
               ทั้งนี้ ภาพรวมมีความคืบหน้าทั้งด้านการพิจารณาคำนิยาม และนัยยะตามกฏหมายเรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาระสำคัญของเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ และความเห็นเชิงแนะนำของศาลโลกและมติที่ประชุมสมัชชาใหญ่ UNGA ในประเด็นหน้าที่ของรัฐต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับประกอบการพิจารณาหลักการและวัตถุประสงค์ของร่างกฎหมาย ตลอดจนการกำหนดสิทธิของบุคคลและชุมชนในร่างพระราชบัญญัติฯ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาบทบัญญัติในหมวดอื่น ๆ ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ครั้งที่ 2/2569

               วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายสมบัติ กิจจารุวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นรองประธานอนุกรรมการคนที่ 1 และ 2 นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ เข้าร่วมประชุม พร้อมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวม 25 หน่วยงาน จำนวน 77 คน
               คณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการขอรับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) ดังนี้
               1. การขยายระยะเวลาดำเนินโครงการ Enhancing Climate Resilience in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture ต่อกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund: GCF)
               2. ข้อเสนอโครงการ TRUST-FLOOD Thailand (Trigger-based, Resilient, and Socially-inclusive Finance for Flood Loss & Damage in Thailand) ต่อกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (Fund for responding to Loss and Damage: FRLD)
               3. ข้อเสนอโครงการ Development of Thailand Climate Smart Nature-Based Solutions for Integrated Loss and Damage Response Mechanism for Agricultural Resilience (Climate Smart NbS-Ag) ต่อกองทุน FRLD
ทั้งนี้ ให้เสนอผู้มีอำนาจ (Designated Authority) เพื่อพิจารณาลงนาม ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติทราบตามขั้นตอนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน Sweden – Thailand Sustainable Development Forum 2026

               วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ดร..พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Sweden – Thailand Sustainable Development Forum 2026 ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองชาติ ภายใต้แนวคิด “Achieving the Updated Nationally Determined Contributions through Collaboration” ณ โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร พร้อมนางอันนา ฮัมมาร์เกรน เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และนายมิคาเอล ลินด์วัลล์ ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน
               โอกาสนี้ อสส. ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Climate Change Policy and Implementation of Thailand’s NDC” โดยเน้นย้ำถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับสวีเดน เพื่อแสดงความมุ่งมั่นและยกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับประชาคมโลก ภายใต้กรอบอนุสัญญา UNFCCC และความตกลงปารีส การยกระดับ NDC 3.0 มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 รวมทั้งการดำเนินการด้านนโยบายของประเทศไทย ทั้งในเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดทำ (ร่าง) พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งเป็นกรอบแนวทางในการเปลี่ยนผ่านและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ อสส. ยังได้เน้นย้ำโอกาสในการสร้างความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ความร่วมมือที่เข้มแข็ง รวมทั้งการสนับสนุนในสาขาสำคัญ อาทิ สาขาพลังงาน การขนส่ง เกษตรและอาหาร และป่าไม้ เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของทั้งสองประเทศต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา (ใบสั่งจ้าง สลก.46/2569) จ้างจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571 – 2575) (บริษัท ซีบีไอเอส คอนซัลติ้ง จำกัด) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รายการจ้างที่ปรึกษาโครงการยกระดับบัญชีก๊าซเรือนกระจก สาขาพลังงานในหมวดหมู่ 1C การขนส่ง การอัดกลับ และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการพัฒนากรอบการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)

กรมลดโลกร้อน ร่วมเวที 33 ปี TEI สะท้อนทิศทางไทยสู่ Net Zero และการปรับตัวอย่างยั่งยืน

               วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานครบรอบ 33 ปี สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ภายใต้หัวข้อ “สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือ 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก (Triple Planetary Crisis) ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และปัญหามลพิษ พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ “การใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย” สะท้อนบทบาทขององค์ความรู้และนวัตกรรมในการรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ
               โอกาสนี้ นายปวิช เกศววงศ์ ได้ร่วมเสวนาและนำเสนอหัวข้อ “จาก COP30 สู่ COP31 : ประเด็นที่ไทยต้องจับตา เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน” โดยเน้นว่า การประชุม COP31 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจาก “คำมั่น” ไปสู่ “การลงมือปฏิบัติจริง” พร้อมย้ำว่าไทยได้ยกระดับ NDC 3.0 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงร้อยละ 47 ภายในปี 2035 จากปีฐาน 2019 ที่จะมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนทิศทางการดำเนินงานของไทยในระยะต่อไป ทั้งการเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผน NDC 3.0 การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมการ SB64

               วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเตรียมการเข้าร่วมการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กรม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 60 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบการประชุมทางไกล
               การประชุมดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสารัตถะสำหรับการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ประจำปี พ.ศ. 2569 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 18 มิถุนายน 2569 ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย การปรับปรุงรายงานด้านการปรับตัวของประเทศ (Adaptation communication) การทบทวนการดำเนินงานตามกรอบการเสริมสร้างศักยภาพ แผนงานการเสริมพลังความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินงานภายใต้มาตรา 6.2 และ 6.8 ของความตกลงปารีส การดำเนินงานด้านเทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม การเชื่อมโยงกลไกด้านเทคโนโลยีและกลไกทางการเงิน การพิจารณากลไกการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม รวมถึงการทบทวนสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก ซึ่งจะต้องจัดทำร่างข้อตัดสินใจ (Draft decision) เพื่อรับรอง (Adoption) ในการประชุม COP 31 ณ เมืองอันตัลยา สาธารณรัฐตุรกี ต่อไปนอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้พิจารณาเตรียมการนำเสนอรายละเอียดของรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 1 (BTR 1) ในการประชุม The Third working group session of the Facilitative, Multilateral Consideration of Progress (FMCP3) ทั้งนี้ ดร.พิรุณ ได้เน้นย้ำให้ผู้แทนไทยดำเนินการติดตามการประชุมและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การดำเนินงานภายในประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชาและวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2569

               วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชาและวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2569 พร้อมปลูกต้นไม้ร่วมกับคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของกรมฯ จำนวนทั้งสิ้น 180 คน ณ ศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               ทั้งนี้ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันดีและให้ความสำคัญเนื่องในวันสำคัญทางพุทธศาสนารวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยลดโลกร้อน ซึ่งท่านอธิบดีให้ความสำคัญต่อการร่วมกิจกรรมการปลูกป่านิเวศน์ในครั้งนี้ ที่จะเกื้อกูลกันระหว่างคนละป่า ซึ่งมีความหมายคือ การปลูกป่าเลียนแบบระบบนิเวศตามธรรมชาติ โดยเน้นการปลูก “พันธุ์ไม้พื้นเมือง” (Native Species) ดั้งเดิมของพื้นที่นั้น ๆ ผสมผสานกันทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน ให้เติบโตร่วมกัน ถึงแม้ในครั้งนี้การปลูกต้นไม้จะมีจำนวนเพียง 200 ต้น แต่หากต้นไม้เหล่านี้เติบโตแข็งแรง จะทำหน้าที่สำคัญในการเป็นแหล่งอาหารและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยลดโดมความร้อน (Heat Dome) 1 – 3 องศาเซลเซียส และยังเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญ ซึ่งป่านิเวศน์มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศในเชิงบวก

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”