กรมลดโลกร้อน ร่วมจัด Thailand IKI Cooperation Workshop 2025

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัด Thailand IKI Cooperation Workshop 2025

 

          เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการของแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล ประจำปี พ.ศ. 2568 (Thailand IKI Cooperation Workshop 2025) ณ โรงแรม Best Western จตุจักร กรุงเทพฯ โดยมี Ms. Ebba Scholl, Deputy Ambassador Minister, Deputy Chief of Mission, German Embassy Bangkok กล่าวต้อนรับ และนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นจากหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการ และหน่วยงานกำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพของไทย มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน
          ในโอกาสนี้ ดร. พิรุณ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Leveraging Private Climate Finance for NDC, NAP and NBSAP Implementation” ได้เน้นย้ำถึงการยกระดับความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ​โดยยกระดับเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นเป็นปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) และจะจัดส่งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามแผน NDC 3.0 อย่างเป็นทางการก่อนการประชุม COP 30 นอกจากนั้น ยังได้กล่าวถึงมาตรการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน ซึ่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ต้องอาศัยภาคเอกชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขัน โดยมีแผนงานสำคัญที่กำลังดำเนินการเพื่อสร้างกลไกสนับสนุนดังกล่าว ทั้งนี้ ดร. พิรุณ ได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและโครงการ IKI (International Climate Initiative) ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 16 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ด้วยโครงการรวมกว่า 30 โครงการ ซึ่งในการดำเนินงานระยะถัดไปนั้น จะเน้นเรื่องของการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศและเครื่องมือทางการตลาด เป็นหัวใจสำคัญ
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัด Thailand IKI Cooperation Workshop 2025

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัด Thailand IKI Cooperation Workshop 2025

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัด Thailand IKI Cooperation Workshop 2025

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัด Thailand IKI Cooperation Workshop 2025

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัด Thailand IKI Cooperation Workshop 2025

 

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับบุคคลที่ผ่านการประเมินประสบการณ์และหรือผลงานในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่ง “กรรมการ ก.พ.ค.”

ร่วมแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับบุคคลที่ผ่านการประเมินประสบการณ์และหรือผลงานในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่ง "กรรมการ ก.พ.ค."

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

          วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดสร้อยทอง จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          พร้อมกันนี้ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ กล่าวน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช” เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อีกทั้งจัดการบรรยายให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ ในการดำเนินงานภายใต้เบื้องพระยุคลบาท เรื่อง การมีจิตสาธารณะตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้รับเกียรติจากพันเอก สันติพงษ์ ชิงดวง ฝ่ายเสนาธิการประสานงาน ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 เป็นวิทยากรบรรยายดังกล่าว ตลอดจนร่วมกันทำความสะอาด สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน ณ บริเวณโดยรอบกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 261 คน
          ทั้งนี้ “วันนวมินทรมหาราช“ ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 เห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าวตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งคำว่า วันนวมินทรมหาราช แปลว่า “วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่“

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

ทส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

กรมลดโลกร้อน บรรยายพิเศษ Climate Action Leadership Forum: CAL-Forum รุ่น 4

กรมลดโลกร้อน บรรยายพิเศษ Climate Action Leadership Forum: CAL-Forum รุ่น 4

          เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) บรรยายพิเศษ Climate Action Leadership Forum: CAL-Forum รุ่น 4 ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ณ ห้องบอลรูม ชั้น 2 สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค กรุงเทพฯ ในหัวข้อ Carbon Pricing กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับ: Emission Trading และบทบาทตลาดทุน กับการซื้อขาย Carbon ในตลาดภาคบังคับ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคธุรกิจ ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกว่า 50 คน เข้าร่วมรับฟังเกี่ยวกับสถานการณ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กลไกราคาคาร์บอนทั่วโลกทั้งในภาคบังคับและภาคสมัครใจ ทิศทางนโยบายด้านการค้าและเศรษฐกิจของต่างประเทศที่มุ่งขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วน ตลอดจนการดำเนินงานของประเทศไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านคาร์บอนเครดิตภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส และการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมไปสู่การเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน บรรยายพิเศษ Climate Action Leadership Forum: CAL-Forum รุ่น 4

กรมลดโลกร้อน บรรยายพิเศษ Climate Action Leadership Forum: CAL-Forum รุ่น 4

กรมลดโลกร้อน บรรยายพิเศษ Climate Action Leadership Forum: CAL-Forum รุ่น 4

กรมลดโลกร้อน เดินหน้าติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในภาคเกษตร และกำหนดแนวทางการดำเนินงานสำหรับโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว

กรมลดโลกร้อน เดินหน้าติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในภาคเกษตร และกำหนดแนวทางการดำเนินงานสำหรับโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว

          เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายศิวัช แก้วเจริญ ผอู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และนายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในภาคเกษตรภายใต้โครงการกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (โครงการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ: Thai Rice GCF) และโครงการภายใต้ Article 6 ร่วมกับกรมการข้าว องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (IRRI) ณ ห้องประชุมกรรณิการ์-ราชาวดี ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          โดยมีผลการประชุมที่สำคัญ อาทิ การทบทวนผลการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้โครงการ Thai Rice NAMA ที่ได้สิ้นสุดโครงการเมื่อปี 2567 การพัฒนาระบบ MRV ในโครงการ Thai Rice GCF ที่สอดคล้องกับระบบการรายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ และการพิจารณาพื้นที่ดำเนินโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงการทับซ้อนของการดำเนินงานภายใต้ Article 6 โดยที่ประชุมเน้นย้ำถึงประโยชน์สูงสุดที่เกิดขึ้นแก่เกษตรกรและความยั่งยืนเมื่อโครงการสิ้นสุดลง

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เดินหน้าติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในภาคเกษตร และกำหนดแนวทางการดำเนินงานสำหรับโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว

กรมลดโลกร้อน เดินหน้าติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในภาคเกษตร และกำหนดแนวทางการดำเนินงานสำหรับโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว

กรมลดโลกร้อน เดินหน้าติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในภาคเกษตร และกำหนดแนวทางการดำเนินงานสำหรับโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว

กรมลดโลกร้อน เดินหน้าติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในภาคเกษตร และกำหนดแนวทางการดำเนินงานสำหรับโครงการภายใต้กองทุนภูมิอากาศสีเขียว

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025” แสดงพลังพันธมิตรขับเคลื่อนประเทศไทย สู่เป้าขยะอาหารเป็นศูนย์ ปี 2573

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025”

          วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025” ภายใต้แนวคิด “รวมพลัง ลดทิ้ง สร้างค่า เปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส” โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหาร ทส. ร่วมแสดงพลังพันธมิตรทุกภาคส่วน ประกาศเจตนารมณ์ร่วมผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้ขยะอาหาร ณ ออดิทอเรียม ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (East) โดย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทส.ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับรัฐบาลไปจนถึงท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชน โดยเฉพาะการดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานไปสู่เป้าหมาย “ขยะอาหารเป็นศูนย์”
         สำหรับงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025” จัดขึ้นโดย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งให้ความสำคัญกับปัญหาขยะอาหารที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ขับเคลื่อนการจัดการขยะอาหารอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนของเหลือให้เป็นคุณค่าใหม่ สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยตั้งเป้าลดขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อ 12.3 ของสหประชาชาติ ทั้งนี้ การดำเนินงานได้ครอบคลุมการจัดการขยะอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ ต้นน้ำ: ร่วมมือกับผู้ผลิตและเกษตรกรในการเพาะปลูกอย่างรับผิดชอบ ลดการสูญเสียตั้งแต่ต้นทาง กลางน้ำ: บริหารจัดการสินค้าภายในสาขาให้เกิดขยะน้อยที่สุด ปลายน้ำ: นำขยะอาหารกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิด “ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน” โดยเปลี่ยนขยะอาหารให้เป็นอาหารสำหรับแมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly) ซึ่งช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์คุณภาพสูงและปุ๋ยอินทรีย์

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงาน “THAILAND ZERO FOOD WASTE FORUM 2025”

ขอเชิญหน่วยงาน องค์กร และบุคคลทั่วไปเสนอชื่อสตรี ที่มีบทบาทและผลงานโดดเด่น ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมฯ เนื่องนวันสตรีสากล ประจำปี 2569

วันสตรีสากล ประจำปี 2569

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติม

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

          รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”
          วันที่ 5 ตุลาคม 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ การให้บริการนักท่องเที่ยว การเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และภารกิจการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ รวมถึงตรวจเยี่ยมเส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานแห่งชาติสำหรับผู้พิการ และรับฟังสรุปสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนมอบนโยบายสำคัญ 9 ด้าน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการอุทยานแห่งชาติให้ทัดเทียมระดับสากล ในฐานะที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศไทยและเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าอนุรักษ์มรดกโลกทางธรรมชาติ “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่”
          รองนายกฯ สุชาติ กล่าวว่า การที่ได้รับสนองพระบรมราชโองการเป็นรัฐมนตรีต่อเนื่องในคณะรัฐมนตรี 4 สมัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมได้เน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ และมอบแนวทางการยกระดับอุทยานแห่งชาติสู่มาตรฐานสากล 9 ด้าน ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” ตั้งแต่การเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันปราบปรามด้วยเทคโนโลยี การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และคาร์บอนต่ำ การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวตามขีดความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมของศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติทั้ง 7 แห่ง เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล การพัฒนา “อารยสถาปัตย์” หรือการออกแบบที่เป็นมิตรกับทุกคน (Universal Design) ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้พิการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้องน้ำ ทางลาดชัน และที่จอดรถ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและสัมผัสกับความงามของธรรมชาติได้อย่างเท่าเทียม เพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไปสู่การรับรองเป็นมรดกอาเซียนและมรดกโลกเพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวตามหลัก ISO 13009 และ Green Destination
         นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี Smart Patrol มาใช้ในการลาดตระเวนป้องกันปราบปราม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาพื้นที่ป่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมาและนครนายก โดยได้ให้จัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีส่วนร่วมในการจัดการที่ดินและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 โดยเน้นย้ำให้มีการบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งยังได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แนวชายแดน และให้ปรับปรุงหน่วยพิทักษ์อุทยานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาให้สามารถใช้เป็นบังเกอร์หรือหลุมหลบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแนวหน้า

         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

รองนายกฯ สุชาติ ลงพื้นที่เขาใหญ่ ผลักดันอุทยานแห่งชาติ สู่มาตรฐานสากล ภายใต้นโยบาย “เที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน”

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

          เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) ได้รับเชิญปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025 A Call for Adaptation The Sustainability in Trade & Industry ณ เพลนารีฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในหัวข้อ Climate Change Act “A call to Action” โดยมีคุณฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานอำนวยการ Sustainability Expo ผู้บริหารระดับสูงของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เข้าร่วมรับฟังจากช่องทาง onsite และ online ทั้งสิ้นกว่า 250 คน ที่ร่วมกันมีบทบาทในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านเศรษฐกิจ มุ่งมั่นไปสู่การการพัฒนาประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและอย่างยั่งยืน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

กรมลดโลกร้อน ปาฐกถาพิเศษในงาน Sustainability Expo 2025

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในการหารือร่วมกับ H.E. Mr. Mark Gooding OBE เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยและคณะ ในประเด็นความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงแลกเปลี่ยนต่อประเด็นสำคัญที่จะเกิดขึ้นในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ สส. เข้าร่วมการหารือดังกล่าว ณ ห้องประชุมชั้น 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          ทั้งสองฝ่ายได้หารือแลกเปลี่ยนในประเด็นดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งฝ่ายสหราชอาณาจักรได้ตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามแผน NDC 3.0 ร้อยละ 81 เทียบกับระดับปี ค.ศ. 1990 ภายในปี ค.ศ. 2035 เพื่อมุ่งสู่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยในส่วนของประเทศไทยพร้อมจะยกระดับการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเปรียบเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของปีฐาน(Absolute Emissions Reduction) ณ ปี ค.ศ. 2019 ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ 109.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ณ ปี ค.ศ. 2035 สอดคล้องตามเส้นวิถี 1.5 องศาเซลเซียส โดยจะจัดส่งอย่างเป็นทางการก่อนการประชุม COP 30 นอกจากนี้ฝ่ายสหราชอาณาจักรได้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยในการสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพของไทยในด้าน ETS และ CBAM รวมทั้งดำเนินโครงการเพื่อบูรณาการแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่นเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่มีภูมิคุ้มกันทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความก้าวหน้าการดำเนินงานดังกล่าวและฝ่ายสหราชอาณาจักรพร้อมที่จะให้การสนับสนุนประเทศไทยในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาศักยภาพ เทคโนโลยี ตลาดคาร์บอน การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านความร่วมมือทวิภาคี พหุภาคี และการดำเนินงานภายใต้กรอบอาเซียนต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทส. หารือ UK ประสานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ