กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนาหัวข้อ “Future Energy of Thailand: Sharping the New Landscape in an Uncertainty”

กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนาหัวข้อ “Future Energy of Thailand: Sharping the New Landscape in an Uncertainty”

          เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “Future Energy of Thailand: Sharping the New Landscape in an Uncertainty” ภายใต้งาน 2025
          The Annual Petroleum Outlook Forum จัดโดยกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกลุ่ม ปตท. โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา ธนาคารและสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการ จำนวนรวมกว่า 400 คน ณ ห้องประชุม Synergy Hall ชั้น 6 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้ชี้ให้เห็นถึงทิศทางพลังงานและการขับเคลื่อนด้านการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ประเด็นจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 30 (COP30) ณ เมืองเบเล็ง สาธารณรัฐบราซิล โดยเฉพาะท่าทีที่แตกต่างของประเทศทั่วโลกเกี่ยวกับการยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตพลังงานในอนาคต ความก้าวหน้าทางการเงินด้านการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายทางการเงิน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2035 และได้กล่าวถึง NDC 3.0 ของประเทศไทยที่มีการยกระดับเพื่อให้สอดคล้องกับการขยับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญโดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าให้ใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) นอกจากนี้ สส. อยู่ในระหว่างการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ที่ครอบคลุมทั้งด้านนโยบาย แผน มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยีสะอาด โดยเฉพาะภาคเอกชน ผ่านกองทุนภูมิอากาศ เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยืนหยัดได้ในระยะยาว

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนาหัวข้อ “Future Energy of Thailand: Sharping the New Landscape in an Uncertainty”

กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนาหัวข้อ “Future Energy of Thailand: Sharping the New Landscape in an Uncertainty”

กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนาหัวข้อ “Future Energy of Thailand: Sharping the New Landscape in an Uncertainty”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2/2568

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2/2568

          เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และผู้อำนวยการกลุ่มการเงินและการลงทุนด้านภูมิอากาศ ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ
          ประธานได้แจ้งที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าความร่วมมือด้าน Carbon Pricing Instrument ระหว่างไทย – สิงคโปร์ และ (ร่าง) พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ … ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในลำดับต่อไป รวมถึงแจ้งกำหนดการเปิดรับข้อเสนอโครงการระหว่างเดือนธันวาคม 2568 – มิถุนายน 2569 สำหรับกองทุนสำหรับความสูญเสียและความเสียหาย (Fund for responding to Loss and Damage: FRLD)
          ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการพิจารณาโครงการ Mandala Capital SSEA Food Fund LP ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุน GCF แล้ว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 รวมทั้งเห็นชอบการออก No-objection Letter: NOL จำนวน 3 โครงการ แบ่งเป็น
          1. ข้อเสนอโครงการ (Funding Proposal) จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการ Navis Decarbonization Fund I (2) โครงการ Growth Markets Fund II โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการเสนอขอความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน เพื่อขอความเห็นชอบในการออก NOL ตามขั้นตอนต่อไป
          2. ข้อเสนอในการขอทุนเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ (PPF) จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ โครงการ Sarona Climate Action Incubator (SCAI) โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการเสนอออก NOL ต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน – ก.ล.ต. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมหารือแนวทางซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน – ก.ล.ต. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมหารือแนวทางซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นายอัสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) ร่วมประชุมหารือแนวทางพัฒนาและกำกับกลไกการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. พร้อมผู้แทนส่วนงานที่เกี่ยวข้องและบริษัท เดอะ ครีเอจี้ (ที่ปรึกษา)
          ที่ประชุมร่วมหารือในประเด็นสำคัญได้แก่ การพัฒนาและกำกับกลไกการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ในร่างกฎหมาย พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. รูปแบบการซื้อขายสิทธิที่เหมาะสมรวมถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองและประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินหน้า ETS ระยะทดลอง (Pilot Phase) ในปี 2029 – 2030 และ ระยะที่ 1 (1st Phase) ในปี 2031–2035 โดยจะร่วมกันพัฒนากรอบกฎหมาย กลไกกำกับดูแลระบบซื้อขายสิทธิ การวางรากฐานตลาดคาร์บอนภาคบังคับของประเทศ ยกระดับระบบ ETS ของไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน – ก.ล.ต. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมหารือแนวทางซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน – ก.ล.ต. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมหารือแนวทางซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน – ก.ล.ต. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมหารือแนวทางซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน – ก.ล.ต. – ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมหารือแนวทางซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance) ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

 

          เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ร่วมกับ ดร.ชญาน์ จันทวสุ (วปอ. 68) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร กรุงเทพฯ
          ดร.พิรุณ ได้กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์และแนวโน้มการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเร่งด่วนของวิกฤตภูมิอากาศ และความเปราะบางของประเทศไทยต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และสรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม COP 30 อาทิ การจัดส่งเป้าหมาย NDC 3.0 ตัวชี้วัด ภายใต้เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (GGA) กลไกการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) และทิศทางการขับเคลื่อน Roadmap ด้านการเงินภูมิอากาศ พร้อมกล่าวถึงความคืบหน้าของ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการยกระดับการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ เพื่อก้าวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน โดยยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “บริบทและการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของไทย” ในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

          วันที่ 2 ธันวาคม 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการเสริมสร้างศักยภาพการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ระหว่าง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ บริษัท เวเธอร์นิวส์ จำกัด โดยนายทาคามุเนะ ซูซุกิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ บริษัท เวเธอร์นิวส์ จำกัด และนายมาซาจิกะ นิชิบายาชิ ประธานกรรมการบริษัท เวเธอร์นิวส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นสักขีพยาน และได้รับเกียรติจากนางสาวยูริเอะ โอซาวะ เลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวแสดงความยินดี ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง และจากข้อมูล Climate Risk Index (CRI) 2026 โดย Germanwatch ระบุว่า ในปี 2024 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 สะท้อนถึงความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอย่างชัดเจน ส่วนความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี อยู่อันดับที่ 22 จากอันดับที่ 30 ในปี 2022 แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของไทยเพิ่มสูงขึ้นอีกทั้ง จากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP30) ณ เมืองเบเลง ประเทศบราซิล ได้เห็นชอบ “The Belem Adaptation Indicator” เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (GGA) ที่ประเทศภาคีสมาชิกใช้ในการกำหนดเป้าหมายด้านการปรับตัวให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ และรายงานผลการดำเนินงานในรายงาน global stocktake ปี 2028 ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่ การประเมินและการพัฒนาข้อมูลความเสี่ยงของประเทศที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้
          ภารกิจด้านการพัฒนาและเผยแพร่ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการกำหนดทิศทางและนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ โดยในปัจจุบัน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างการพัฒนาศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ CCE Center เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ที่เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัด โดยหน้าที่ในการพัฒนาและเผยแพร่ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นหนึ่งในสาระสำคัญของ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ…..ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
          นายปวิช กล่าวต่อว่า กรมฯ มีความต้องการที่จะพัฒนาข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่ที่มีความละเอียดขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานสำหรับการวางแผนด้านการปรับตัวทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ โดยหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอโครงการด้านการปรับตัวฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เช่น GCF Adaptation Fund The Fund for responding to Loss and Damage (FRLD) ซึ่งในการพัฒนาข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่ที่มีความละเอียดสูง จำเป็นต้องใช้ข้อมูลการคาดการณ์ภูมิอากาศที่มีความละเอียดสูง ด้วยความเชี่ยวชาญของบริษัทเวเธอร์นิวส์ อิงค์ ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาและให้บริการข้อมูลการคาดการณ์สภาพอากาศและภูมิอากาศเพื่อการเตือนภัยหรือเฝ้าระวัง จะช่วยสนับสนุน เสริมสร้างศักยภาพการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

“กรมลดโลกร้อน” MOU “เวเธอร์นิวส์ อิงค์” ญี่ปุ่นเสริมศักยภาพการประเมินความเสี่ยงภูมิอากาศ เพิ่มความสามารถในการปรับตัวของประเทศไทย

 

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568

​          เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่เป็นรองประธาน และนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายรองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก พร้อมด้วยนายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และนางสาวพฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ ผู้อำนวยการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต อบก. เป็นฝ่ายเลขานุการฯ โดยมีวาระสำคัญดังนี้ 1) พิจารณาแผนการดำเนินงานปลูกและฟื้นฟูสภาพป่า เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทยในพื้นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภายในปี พ.ศ. 2580 จำนวน 2,338,645 ไร่ และการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 1.69 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี รวมทั้งเป้าหมายการลดการบุกรุกพื้นที่ป่าร้อยละ 50 เพื่อสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และการเพิ่มข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) พื้นที่สวนยางพาราในพื้นที่อนุรักษ์โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ 2) แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำข้อมูลพื้นที่เพื่อส่งเสริมการปลูกป่าสำหรับการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อกำหนดแนวทาง มาตรการ และแผนการดำเนินงาน ตลอดจนสนับสนุนข้อมูลแผนการดำเนินงานและแหล่งดูดกลับคาร์บอน (Carbon Sink) เชิงพื้นที่ที่มีศักยภาพในการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตจากมาตรการการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30 ขยายความร่วมมือญี่ปุ่น-เยอรมนี ดันเป้าลดก๊าซเรือนกระจกสู่ Net Zero 2050

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30

          วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นางสาวภัทรานันท์ ทองประพาฬ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
          ช่วงเช้า หัวหน้าคณะผู้แทนไทยให้การต้อนรับนายอิชิฮาระ ฮิโรทากะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศญี่ปุ่น ณ Thailand Pavilion โดยได้ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนการดำเนินนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด NDC 3.0 ซึ่งจะทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 47% ในอีก 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2578) และจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านทางสังคมให้แก่ประเทศไทย ในระยะยาว ซึ่งจะเป็นรากฐานในการไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 หรือ Net Zero 2050 ตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ในช่วงบ่าย หัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประชุมหารือทวิภาคีกับ Dr. Philipp Behrens ผู้แทนกระทรวงสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู (BMUKN) แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ถึงรายละเอียดการต่อยอดความร่วมมือภายใต้โครงการ IKI (International Climate Initiative) ที่รัฐบาลเยอรมนีให้การสนับสนุนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่า 16 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งได้รับประโยชน์จากความร่วมมือรวมกว่า 30 โครงการ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 200 ล้านยูโร (ประมาณ 7,000 ล้านบาท) เพื่อการดำเนินงานทั้งด้านการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อผลกระทบด้านสภาพอากาศ ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบายและการสนับสนุนเทคโนโลยี ให้สามารถเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจและสังคมไปสู่การพัฒนาประเทศในรูปแบบคาร์บอนต่ำ ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับทราบแนวทางการจัดทำข้อเสนอและกรอบวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมนีให้แก่รัฐบาลไทยในรอบถัดไป (ปี พ.ศ. 2570 – 2575) ซึ่งจะเริ่มเจรจาในรายละเอียดระหว่างกันตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นไป
          ต่อมา หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้หารือกับผู้แทนจาก Environmental Defense Fund (EDF) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและความร่วมมือด้านการลดการปล่อยก๊าซมีเทน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางยกระดับมาตรการลดการปล่อยในภาคส่วนสำคัญ รวมถึงการสนับสนุนให้สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทยมีความสนใจ และพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ให้ตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายระยะยาวของประเทศ
          ในช่วงเย็น ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนของประเทศไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนทรรศนะในการประชุมระดับสูง JCM ครั้งที่ 11 โดยย้ำความร่วมมืออันยาวนานกับญี่ปุ่นที่ช่วยขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยทั้งสองประเทศได้บรรลุหมุดหมายสำคัญด้วยการเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกที่ดำเนินการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้กลไกข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสได้จริง ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และเป็นกลไกสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมาย NDC นอกจากนี้ ประเทศไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือกับญี่ปุ่นและประเทศหุ้นส่วน เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
          ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยังจัด Thailand Pavillion เปิดให้เข้าชมนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งวันนี้ มีเวทีเสวนาที่เข้มข้นในหลากหลายประเด็น ได้แก่ บัญชีคาร์บอนช่วยเร่งความโปร่งใสและความเชื่อมั่นบนเส้นทาง Net Zero 2050 การแสดงพลังของเยาวชนท่ามกลางวิกฤตภูมิอากาศ การลงทุนสีเขียว การครบรอบ 10 ปีข้อตกลงปารีส ทศวรรษแห่งการมุ่งมั่น การลงมือและความรับผิดชอบ ปิดท้ายด้วยการจัดการความเสี่ยงแบบบูรณาการเพื่อการรับมือกับความสูญเสียและความเสียหาย

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30

ภัทรานันท์ นำทีมไทย เดินหน้า COP 30

สุชาติ มอบ ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30 เดินหน้าบรรลุเป้าหมาย 1.5 องศา เร่งก้าวสู่มาตรฐานสากลด้านสภาพภูมิอากาศ

ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30

 

          เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นางสาวภัทรานันท์ ทองประพาฬ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง ของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล โดยนาย Simon Stiell เลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้เน้นย้ำให้ประเทศภาคีเร่งดำเนินการตามความตกลงปารีสที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ให้บรรลุผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรรม
          วันเดียวกันนี้ นางสาวภัทรานันท์ ทองประพาฬ ได้ติดตามความก้าวหน้าการเจรจาในห้วงสัปดาห์แรก โดยเฉพาะจัดทำตัวชี้วัดเป้าหมายการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก (GGA) ที่สอดคล้องกับทิศทางดำเนินงาน วัดผลได้และไม่สร้างภาระเพิ่มเติม รวมถึงการดำเนินงานตามแผน Bakuto Belem roadmap to 1.3T เพื่อติดตามการระดมเงินทุน 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ให้กับภาคีประเทศกำลังพัฒนา โดยนางสาวภัทรานันท์ เน้นย้ำให้ผู้แทนหน่วยงานติดตามประเด็นเจรจาอย่างใกล้ชิด และยึดถือผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
          อีกทั้ง นางสาวภัทรานันท์ ยังได้ร่วมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกับ Ms. Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ กล่าวถึง ข้อตกลงการดำเนินงานด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศของไทย-สิงคโปร์ ที่ลงนามเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะประกาศรับข้อเสนอการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 แสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานเทียบเท่าสากลและมุ่งสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาค ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้เตรียมการประกาศระเบียบวิธีขั้นตอน เพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาโครงการสำหรับการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศต่อไป
          นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชม Thailand Pavillion รับฟังการนำเสนอข้อมูลการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ณ ปี ค.ศ. 2035 หรือ NDC 3.0 รวมถึงข้อมูลการลงทุนและแผนธุรกิจในการพัฒนานวัตกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกของ ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ใน Innovation Zone พร้อมพูดคุยกับผู้แทนเยาวชนไทยในการสร้างแรงขับเคลื่อนสังคมให้แก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศและสร้างภูมิคุ้มกัน นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในสถานการณ์ภูมิอากาศโลกที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง Thailand Pavilion ยังมีเวทีเสวนาหลากหลายประเด็น โดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้ทรงคุณวุฒิที่หลากหลายสาขา ร่วมเสวนาแสดงถึงความสำคัญของป่าไม้เขตร้อนที่สำคัญต่อการบรรเทาและบรรลุเป้าหมายการปรับตัว ความมั่นคงทางน้ำที่สำคัญอย่างยิ่งต่อมวลมนุษยชาติ ระบบตลาดคาร์บอนในภูมิภาคอาเซียน ยึดหลักความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือสูง เชื่อมโยงกับตลาดคาร์บอนระดับโลก ปิดท้ายด้วยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรมตัวช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายจากคำมั่นสัญญาสู่การลงมือปฏิบัติจริง

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30

ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30

ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30

ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30

ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30

ภัทรานันท์ รองเลขาฯนายก ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้แทนระดับสูง COP30

“สุชาติ” เผย COP30 เปิดฉาก ยกระดับการต่อสู้ “เร่งลดอุณหภูมิโลกให้เร็วขึ้น”

COP30

          “สุชาติ” เผย เปิดฉาก ยกระดับการต่อสู้ “เร่งลดอุณหภูมิโลกให้เร็วขึ้น”

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดการประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 โดย อธิบดีกรมการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนไทย เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
นาย André Corrêa do Lago รัฐมนตรีช่วยด้านสภาพภูมิอากาศ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศของบราซิล ในฐานะประธาน COP30 ได้กล่าวเน้นย้ำถึง การรวมตัวเพื่อยกระดับการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามแนวทางพหุภาคีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องภายใต้ความตกลงปารีส และต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิโลกให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะติดตามประเด็นเจรจาที่สำคัญอย่างใกล้ชิด ตลอดช่วงระหว่างวันที่ 10 -21 พฤศจิกายน 2568
          ด้าน นาย Simon Steill เลขาธิการ UNFCCC ได้กล่าวถึง ภารกิจอีกมากที่ต้องดำเนินการให้เร็วขึ้น โดยมีวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าต้องจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยหลีกเลี่ยงความเสียหายในรูปแบบต้นทุนของการไม่ลงมือทำด้วยการเปลี่ยนผ่านพลังงาน การกำหนดตัวชี้วัดการปรับตัวระดับโลก รวมถึงการจัดทำแผนการเงิน Baku to Belém Roadmap to 1.3T ให้แล้วเสร็จ
นอกจากนี้ นาย Luiz Inácio Lula da Silva ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐบราซิล ได้ยืนยันเป้าหมายที่จะเป็น COP แห่งความจริง หรือ The COP of Truth และเป็น COP แห่งการนำไปปฏิบัติ และเน้นย้ำว่าแม้จะมีความก้าวหน้าที่บรรลุผลนับตั้งแต่ความตกลงปารีส แต่ความก้าวหน้าระดับโลกยังคงไม่เพียงพอที่จะควบคุมภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
          ในวันเดียวกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยังได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เปิด Thailand Pavilion จัดกิจกรรมคู่ขนานเวที COP30 เป็นวันแรก ด้วยการเสวนา “Day One, We Rise: The COP Kick-Off with Youth Negotiators” ซึ่งมีตัวแทนจากกลุ่มเยาวชนจากหลากหลายประเทศ อาทิ แอลเบเนีย ยูกันดา ซูดาน โอมาน ชิลี และประเทศไทย ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะนักเจรจาทางด้านสภาพภูมิอากาศ (climate negotiators) และบทบาทหน้าที่ในการเจรจาทางด้านสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
          ในการเสวนาได้กล่าวถึงการที่ประเทศจะดำเนินการตามตกลงปารีสอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลจำเป็นต้องนำเยาวชน เข้ามาตลอดทั้งกระบวนการจนถึงการนำไปปฏิบัติ เช่น มีส่วนร่วมในการจัดการประชุมระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น ผู้ร่วมเสวนามีความเห็นร่วมกันว่าการประชุมสหประชาชาติยังคงเป็นเวทีสำคัญที่สุดเวทีหนึ่งของโลกในการรวมตัวกันมากกว่าหลายประเทศเพื่อเจรจาและหารือข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้ร่วมเสวนามีความเห็นว่าการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 30 ปีนี้มีความน่าสนใจอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1. การพัฒนาของ Global Goal on Adaptation (GGA) 2.การนำ Gender Action Plan (GAP) มาใช้ในทางปฏิบัติ และ 3. ความคืบหน้าของ Climate Finance นอกจากนั้น ผู้ร่วมเสวนาได้กล่าวถึงประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ intergenerational dialogue ซึ่งให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันระหว่าง generation ว่าเป็นสิ่งสำคัญในการเผชิญหน้าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          ทั้งนี้ ท่านที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการประชุม COP 30 และความเคลื่อนไหวใน Thailand Pavilion ได้ทาง Facebook กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ทุกวันไปจนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568

ที่มาภาพ: UN Climate Change

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

COP30

COP30

COP30

COP30

COP30

COP30

 

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ

          เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ ร่วมกับ ดร. ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ Ms. Sibella Stern, First Secretary Development, Australian Embassy พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และนายชุมลาภ เตชะเสน ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 80 คน
          ในการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้ ได้รวบรวมหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และพันธมิตร เพื่อพัฒนาความเข้าใจร่วมกันในการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการและแนวทางแก้ไขปัญหาที่อาศัยธรรมชาติ (Nature-Based Solutions: NbS) สามารถรับมือกับความท้าทายด้านน้ำในเขตเมืองของประเทศไทยได้ โดยมุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ นโยบาย และแนวปฏิบัติ เพื่อสร้างกรอบการทำงานระดับชาติสำหรับระบบน้ำในเขตเมืองที่ยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกรอบความคิดการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการในหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาความท้าทายด้านน้ำในเขตเมืองและแนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ (Nature-Based Solutions: NbS) และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยและภาครัฐเพื่อสนับสนุนการดำเนินการที่สอดคล้องและสนับสนุนกัน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เมืองแบบบูรณาการและบทบาทของแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ