สส. ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568

               วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568 โดย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

สส. ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พร้อมร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

               วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมถวายพระพรชัยมงคล แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พร้อมร่วมลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีเปิดงานประชุมประจำปี 2568 “Bioday Play & Learn : Turn into Action”

               วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมประจำปี 2568 ในหัวข้อ “Bioday Play & Learn : Turn into Action” จัดขึ้นโดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าร่วม ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
               การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเสวนาในหัวข้อ “พลังเสียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่ธรรมชาติยั่งยืน” ผ่านตัวแทน “Influencer” กลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึง การเสวนาในหัวข้อ “สผ. ก้าวไปด้วยกัน: Turn into Action now!” นอกจากนี้ กรมลดโลกร้อน ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเชื่อมโยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างการรับรู้และแนวทางปฏิบัติสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้พร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
               นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการบูรณาการการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ โดยการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญให้ทุกภาคส่วนเข้าใจ และมีส่วนร่วม การส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมที่ส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงการเพิ่มความร่วมมือด้านแหล่งเงินทุน ผ่านกลไกทางการเงิน ให้กับประชาชนและวิสาหกิจชุมชน ที่เน้นการผลิตสินค้าจากฐานทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน การใช้ประโยชน์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เป็นไป อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน”
               ทั้งนี้ การจัดงานในครั้งนี้อยากให้ทุกคนมาสนุกกับการเรียนรู้ และลงมือทำเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพียงแค่เริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ ลดการใช้พลาสติก แยกขยะ หรือสนับสนุนสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการบริหารจัดการ บนหลักของการมีส่วนร่วมและธรรมาภิบาล อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนที่ยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงานวันป่าชุมชนแห่งชาติ 2568 ขับเคลื่อนการจัดการป่าชุมชน หนุนสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ

               วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานพิธีเปิดงาน “วันป่าชุมชนแห่งชาติ” ประจำปี พ.ศ. 2568 พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมปัตตาเวีย รีสอร์ท แอนด์ สปา
               ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ 24 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น “วันป่าชุมชนแห่งชาติ” ซึ่งเป็นกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนได้ร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืนในรูปแบบของป่าชุมชน ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเล็งเห็นถึงความสำคัญของ “ป่าชุมชน” ที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้พี่น้องประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับป่าได้โดยการมีส่วนร่วมจากประชาชนและทุกภาคส่วนที่สนับสนุนให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือของภาคประชาชนในการบริหารจัดการป่าชุมชนร่วมกับภาครัฐ สร้างการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ก่อให้เกิดความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ รวมถึงสามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรในป่าชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การดำเนินงานของเครือข่ายป่าชุมชนถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ปกป้อง บำรุงรักษา ดูแลป่าชุมชนให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนจนประสบผลสำเร็จ ทำให้ป่าชุมชนเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพร รวมไปถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดจนจะเป็นประโยชน์ในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามที่ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงเป้าหมายในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) และยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ให้เกิดประโยชน์เป็นมรดกส่งต่อให้แก่ลูกหลานในอนาคตต่อไป
               สำหรับการจัดงานวันป่าชุมชนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 โดยจะจัดกิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการจัดกิจกรรมการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้กับเครือข่ายป่าชุมชน หน่วยงาน องค์กร ตลอดจนประชาชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของป่าชุมชน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การปลูกต้นไม้ การบำรุงรักษาป่าชุมชน การทำฝายชะลอน้ำ การลาดตระเวน การทำแนวกันไฟ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ โดยกิจกรรมหลักจัดขึ้น ณ โรงแรมปัตตาเวีย รีสอร์ท แอนด์ สปา จะมีกิจกรรมการบรรยายหัวข้อแผนการจัดการป่าชุมชน, ภาคีสนับสนุนงานป่าชุมชน, โอกาสการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านป่าชุมชน ฯลฯ พร้อมทั้งเปิดเวทีอภิปราย “ความร่วมมือเสริมหนุนงานป่าชุมชนมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ : สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายป่าชุมชน ฯลฯ และนอกจากนี้จะมีการจัดแสดงนิทรรศการเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในด้านการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุลให้ป่าเป็นเสมือนฐานทรัพยากรด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากป่าตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างเหมาะสม นิทรรศการป่าชุมชนต้นแบบจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากผลผลิตหรือบริการจากป่าชุมชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่มีความเชื่อมโยงกับป่าชุมชนที่ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาป่าชุมชน เพื่อสร้างรายได้ และสร้างแรงจูงใจในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่าชุมชน หรือขยายการจัดตั้งป่าชุมชนเพิ่มมากขึ้น
               ในโอกาสนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับหน่วยงานสนับสนุนการจัดกิจกรรมวันป่าชุมชนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 และมอบโล่ให้กับเครือข่ายป่าชุมชนพร้อมทั้งพบปะพูดคุยกับกลุ่มเครือข่ายป่าชุมชนที่เข้าร่วมงาน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

สส. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

               วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมฯ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ทส. จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

               วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมเสวนาพิเศษ ”New Climate World Order“ ในงาน Earth Jump 2025

               เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมเสวนาพิเศษในงาน EARTH JUMP 2025: Transition Thru Turbulence ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
               การเสวนาในครั้งนี้ เป็นการเสวนาในหัวข้อ New Climate World Order ระเบียบโลกใหม่ กฎใหม่ เกมเปลี่ยนผ่าน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองจากทางภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงินให้แก่ผู้ประกอบการไทยสามารถตั้งรับ ปรับตัว และพร้อมขับเคลื่อนไปสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกและประเทศไทย โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น และคุณพิพิธ เอนกนิธิผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะผู้นำขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลกและประเทศไทยอีกด้วย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาการเป็นโรงเรียนอีโคสคูล ระดับกลาง (ปี 2568-2571)

ประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาการเป็นโรงเรียนอีโคสคูล ระดับต้น (ปี 2568-2571)

กรมลดโลกร้อน ร่วมเปิดตัว ‘Thailand Taxonomy 2.0’ ยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจสีเขียว ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

               วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 คณะทำงานขับเคลื่อนการกำหนดนิยามและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy) ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นความร่วมมือของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับอีก 32 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงานสัมมนา Thailand Taxonomy 2.0: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจและกระตุ้นการใช้ Thailand Taxonomy ให้เป็นมาตรฐานกลางในการกำหนดนิยามและจัดกลุ่มกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับประเทศไทย เป้าหมายเพื่อสนับสนุนการจัดสรรเงินทุนไปยังกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จึงได้มอบหมายให้นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีเปิดงาน ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพมหานคร ในนามผู้แทนคณะทำงานฯ หลัก
               Thailand Taxonomy ในระยะแรก (Phase 1) ครอบคลุมกิจกรรมในภาคพลังงานและขนส่ง ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดของประเทศ ส่วนในระยะที่ 2 (Phase 2) ได้ขยายให้ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจเพิ่มเติม คือ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาคเกษตร ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการจัดการของเสีย ซึ่งทั้งหมดนี้คิดเป็นสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 95% ของประเทศ ดังนั้น Thailand Taxonomy จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ทางเศรษฐกิจ สนับสนุนธุรกิจและการลงทุนของประเทศไทยให้เติบโตบนพื้นฐานของความยั่งยืน
               โอกาสนี้ นายปวิช ได้ให้ข้อมูลว่ากรมฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักของคณะทำงานฯ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการดำเนินภารกิจหลักในการกำหนดนโยบายและจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมทั้งเพื่อพัฒนาและส่งเสริมกลไกทางการเงินที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ภายใต้ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. … ที่ถูกจัดให้อยู่ในระบบ Fast-Track และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน เพื่อเตรียมนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในลำดับถัดไป
               นอกจากนี้ ร่าง พรบ. Climate Change ยังได้บรรจุ Thailand Taxonomy เป็นองค์ประกอบสำคัญในหมวดที่ 13 ว่าด้วยมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงในระดับนโยบายและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศ ในหมวดที่ 4 ของร่าง พรบ. ฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อช่วยวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการส่งเสริมการลงทุนด้านภูมิอากาศ และการยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ
               ดังนั้น “Thailand Taxonomy จึงไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับความโปร่งใสของตลาดทุนและธุรกิจ แต่ยังเป็นกลไกสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ ทั้งตามกรอบ NDC 3.0 เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของประเทศไทยในระยะยาว” นายปวิช กล่าวเน้นย้ำปิดท้าย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”