กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ อบรมเสริมศักยภาพโรงแรมของภูเก็ต เพื่อเข้าสู่ Green Hotel Plus Phuket Sandbox

          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในงานอบรมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรมภายใต้โครงการ Green Hotel Plus Phuket Sandbox ณ ห้องประชุมภูเก็ต แกรนด์ บอลรูม โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมี นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงานการจัดอบรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง Thailand Taxonomy ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและสร้างความเข้าใจในเรื่องการขอรับรองตามมาตรฐาน Green Hotel Plus ภายใต้โครงการ Green Hotel Plus Phuket Sandbox ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การเป็น Green Destination ด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เสริมบทบาทผู้นำองค์กรไทย ผ่านหลักสูตร Net Zero CEO Leadership Program รุ่น 2

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) บรรยายพิเศษหลักสูตร Net Zero CEO Leadership Program รุ่น 2 โดยสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน และธนาคารกสิกรไทย จำกัด ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ Climate Action & Commitment: From Global to Thailand Net Zero Mission โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคธุรกิจที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 60 คน เข้าร่วมรับฟังสถานการณ์แนวโน้มการดำเนินธุรกิจท่ามกลางปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น รวมถึงทิศทางพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับนานาชาติ ที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่การปลดปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยาย “ผลกระทบจาก Climate Change ที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือ” ในหลักสูตร EEP รุ่นที่ 10

เมื่อวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “ผลกระทบจาก Climate Change ที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือ” ในหลักสูตรพลังงานสำหรับผู้บริหาร รุ่นที่ 10 (Executive Energy Program : EEP) ณ โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพฯ ทั้งนี้ หลักสูตร EEP รุ่นที่ 10 จัดโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงความสำคัญของพลังงาน และการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิให้กับผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ที่คำนึงถึงการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีนักบริหารและผู้นำรุ่นใหม่จากองค์กรต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม เข้าร่วมการอบรมจำนวน 85 คนโดย นายปวิช เกศววงศ์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการดำเนินงานระดับโลก ยุทธศาสตร์และทิศทางนโยบายของประเทศไทยต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) การผลักดันการดำเนินงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) เช่น (ร่าง) พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ… แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี พ.ศ. 2564 – 2573 แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และผลกระทบของประเทศไทยจากการปรับนโยบายของสหรัฐอเมริกา
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เชิดชู 73 เครือข่าย เปิดเวที CCE Children & Youth Forum รวบรวมเสียงสะท้อนแก้วิกฤตโลกเดือด สู่เวที COP 30

          วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิด “การประชุมภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย” ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 สิงหาคม 2568 เพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนวทางนโยบาย และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน พร้อมเชิดชูเกียรติเครือข่ายเด็กและเยาวชนดีเด่น ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2568 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจาก 73 เครือข่ายที่ได้รับรางวัลฯ และองค์กรภาคีทั้งในและต่างประเทศ รวมกว่า 260 คน
​          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนอย่างมากมาโดยตลอด ในฐานะพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น การส่งเสริมและยกระดับเป็นเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมศักยภาพให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติและนานาชาติ จนสามารถเป็นกระบอกเสียงในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการประชุม COP และการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย หรือ TCAC ได้จัดให้มีเวที Children & Youth Session เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองและวิสัยทัศน์ รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนกลไกสู่การแก้ปัญหาวิกฤตการณ์โลกเดือด โดยผลจากการประชุมเวทีต่างๆ ในภาคเด็กและเยาวชน จะได้นำไปรวบรวมเป็นข้อเสนอในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประชาคมโลกร่วมกัน นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ส่งเสริมส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เกิดการปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการเสริมศักยภาพและทักษะในการพัฒนาการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมร่วมมือกับภาคีเครือข่าย องค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการขยายเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมให้เพิ่มมากขึ้น​
​          “วันนี้ ขอขอบคุณ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ที่เห็นความสำคัญและได้เข้าร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคณะกรรมการประเมินโครงการฯ จากทั้งหน่วยงานภายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม UNICEF Thailand และ UNDP Thailand และที่สำคัญ ขอบคุณเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทุกแห่ง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงและแก้วิกฤตโลกเดือดอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” ดร.พิรุณ กล่าวทิ้งท้าย
          ​สำหรับกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเครือข่ายเด็กและเยาวชนดีเด่น ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2568 และจัดเวที CCE Children & Youth Forum ในหัวข้อ “ภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชนกับบทบาทการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย” กิจกรรม Workshop กำหนดแนวทางการพัฒนาโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ สอดรับกับสถานการณ์แผนและนโยบายของประเทศและนานาชาติ รวมถึงกิจกรรม Workshop รับฟังเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชน สู่การขับเคลื่อนแก้ปัญหาวิกฤตการณ์โลกเดือด (Children & Youth Empowerment for Climate Action) ซึ่งผลสรุปจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะนำไปสรุปรวบรวมข้อมูล เป็นเสียงสะท้อนในเวที Youth Session ของการประชุม TCAC 2025 ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 และเวที Children & Youth Session ของการประชุม COP 30 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ณ ประเทศบราซิล ต่อไป
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568

          วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3
อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานเครือข่าย ทสม. ระดับกลุ่ม 6 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 35 คน ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร เรื่อง กรอบเวลาและขั้นตอนการคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะฝ่ายเลขาฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เสริมความเข้มแข็ง ตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

          วันที่ 20 สิงหาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และพิธีเปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี
          ศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการส่งเสริมและยกระดับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ปัจจุบันมีสมาชิก 143 ราย พื้นที่ 6,000 ไร่ โดยศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีการบริหารจัดการแปลงและนำเทคโนโลยี 4 ป + 1 IPM มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินการที่ผ่านมานอกเหนือจากการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ การจัดทำป้ายนิทรรศการและสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับการให้ความรู้ภายในศูนย์ฯ แล้ว ยังได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ สร้างองค์ความรู้ด้านการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมประสานหน่วยงาน เครือข่ายเพื่อพัฒนาต่อยอดแนวคิดให้กับคณะกรรมการและสมาชิกของศูนย์ รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์ฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
          กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จึงได้เล็งเห็นศักยภาพของศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ที่จะสามารถส่งเสริมต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนาให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่สำคัญในการขยายองค์ความรู้ไปสู่ประชาชน และหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจ นำไปปฏิบัติต่อยอด เป็นแรงบันดาลใจและผลักดันให้เกิดการทำนาลดโลกร้อน ในพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 คน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ไทย–สิงคโปร์ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิต ภายใต้ความตกลงปารีส

          วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยและสิงคโปร์ ร่วมลงนามในข้อตกลงด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีสระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Implementation Agreement Pursuant to Article 6 of the Paris Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Republic of Singapore) โดยมีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายตัน ซี เหล่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านพลังงานและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนในการลงนาม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ จากทั้ง 2 ประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ
          ข้อตกลงนี้มุ่งเน้นให้ทั้งสองประเทศสามารถดำเนินการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes: ITMOs) จากการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ร่วมกับนานาชาติ โดยมีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ และขับเคลื่อนไปสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการยกระดับการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการลงทุนที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำของไทย ผ่านโครงการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างหลากหลาย ทั้งด้านป่าไม้ พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนนวัตกรรมการดำเนินงานอื่นๆ ซึ่งจะสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลในอนาคต และจะทำให้ไทยมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางคาร์บอนเครดิตในภูมิภาคอาเซียนได้ในระยะยาว
          ด้านนายตัน ซี เหล่ง กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ที่ยาวนานด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสองประเทศ พร้อมย้ำว่าข้อตกลงนี้จะช่วยผลักดันภูมิภาคอาเซียนให้สามารถพัฒนาและขยายโครงการคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง และเปิดโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจในตลาดคาร์บอน
การลงนามครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทนำของทั้งสองประเทศในการร่วมกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนให้กับภูมิภาคอาเซียน
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน

 

 

 

 

2 ปี กรมลดโลกร้อน เร่งเดินหน้านโยบายสภาพภูมิอากาศสู่การปฏิบัติ สร้างความพร้อมประเทศไทยรับมือวิกฤตโลกเดือด ด้วยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

          วันที่ 18 สิงหาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 2 ปี นำเสนอผลการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด “Collective Climate Action: รวมพลังใจ ลดภัยโลกร้อน” โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบนโยบาย พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมบริจาคสมทบทุนกองทุนสวัสดิการกรมฯ ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
​          นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทสำคัญทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ในการบริหารจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยผสานโอกาสทางเศรษฐกิจและประโยชน์ทางสังคมไปพร้อมกัน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมบูรณาการการทำงานในทิศทางเดียวกัน ยกระดับนโยบายและแผนสู่การปฏิบัติจริง สร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
          ​ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา กรมลดโลกร้อน ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม เดินหน้าสู่เป้าหมายคาร์บอนต่ำ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (พ.ศ. 2564–2573) โดยในปี 2565 ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 65.23 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งบรรลุเป้าหมายรายปีที่กำหนดไว้ และยกระดับเป้าหมาย “NDC 3.0” ตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี พ.ศ. 2573 พร้อมพัฒนา “แพลตฟอร์มกลางจัดเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศและระบบติดตามผล” (NDC Tracking System) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงนโยบาย
​ในขณะเดียวกัน ได้ขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ผ่านความร่วมมือกับ 7 กระทรวงหลัก ถ่ายทอดสู่ระดับพื้นที่ผ่านแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวรายสาขา ที่มีมาตรการและเป้าหมายสอดรับกับเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation: GGA) รวมถึงพัฒนา “ดัชนีความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศประเทศไทย” (Climate Risk Index Thailand) สำหรับประเมินระดับความเปราะบางและความเสี่ยงรายจังหวัด อีกทั้งพัฒนา “ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงในระดับพื้นที่ขนาด 5×5 กิโลเมตร” ประกอบการวางแผนเชิงพื้นที่ที่แม่นยำ พร้อมขยายการดำเนินงานตามแผนการปรับตัวรายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
          นอกจากนี้ กรมฯ ได้เร่งผลักดัน “ร่าง พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รองรับสถานการณ์โลกในการแข่งขันด้านการค้า การลงทุน และภูมิรัฐศาสตร์ ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยความจริงจังและเข้มข้น ผ่านการใช้ “กลไกราคาคาร์บอนในรูปแบบการจัดสรรสิทธิการปล่อยคาร์บอน” (ETS) “ภาษีคาร์บอน” (Carbon Tax) และ “คาร์บอนเครดิต” ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เตรียมการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และคาดว่าจะสามารถผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาได้ภายในปี พ.ศ. 2569 นี้
          อย่างไรก็ตาม กรมลดโลกร้อน ยังคงสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก สนับสนุนเครือข่าย ทสม. ชุมชน และโรงเรียนต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเสริมบทบาทเยาวชน และความร่วมมือกับภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับการเสริมศักยภาพ อปท. พัฒนาองค์ความรู้ด้านภูมิอากาศ และผู้ประกอบการให้ยกระดับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน อีกทั้ง ร่วมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พัฒนาข้อมูลภาพฉายภูมิอากาศ (Climate Projection) ที่มีความละเอียดสูง ด้วยแบบจำลองสากลระดับโลก CMIP6 เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงและวางนโยบายได้อย่างแม่นยำ
          ​“กรมลดโลกร้อน มุ่งมั่นสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero และมีความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในทุกมิติได้อย่างยั่งยืน” ดร.พิรุณ กล่าวทิ้งท้าย

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน

กรมลดโลกร้อน ประชุม 12 องค์กรภาคี เดินหน้าเตรียมจัดงาน TCAC 2025 หนุน Climate Action ในประเทศไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมองค์กรภาคีร่วมจัดการประชุม
ภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025) ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้บริหาร ประชุมร่วมกับผู้แทนจากองค์กรภาคี จำนวน 12 หน่วยงาน ร่วมหารือแนวทางการร่วมจัดการประชุม TCAC 2025 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด (Inspiring Climate Solution for All)” โดยมีรูปแบบและแนวทางการร่วมจัดการประชุม TCAC 2025 โดยให้องค์กรภาคีร่วมสนับสนุนชุมชน / เครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ (Climate Action) และพร้อมร่วมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน เผยแพร่แนวทางการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รายมาตรการหลัก ภายใต้ NDC 3.0

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ หน่วยวิจัยด้านพลังงานที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดประชุมเผยแพร่แนวทางการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รายมาตรการหลัก ภายใต้ NDC 3.0 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ ห้องประชุม Vibhavadee Ballroom A ชั้น L โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม Zoom Meeting และ Facebook live มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา หน่วยงานสนับสนุน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จำนวนรวมกว่า 700 คน
          การประชุมเผยแพร่ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อ “เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ของประเทศไทยและแผนการลงทุน (Investment Plan)” โดย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ (ผอ.กยป.) และ“แนวทางการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ของประเทศไทย รายมาตรการหลัก ภายใต้ NDC 3.0” โดย รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านพลังงานที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และในช่วงการเสวนาหัวข้อ “อนาคตของประเทศไทยกับการเปลี่ยนผ่านจาก NDC 2.0 สู่ NDC 3.0 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050” ได้รับเกียรติจากนายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก เป็นวิทยากรร่วมกับ ผอ.กยป. และ รศ.ดร.บัญฑิต ลิ้มมีโชคชัย แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากการดำเนินงานปัจจุบันสู่การบรรลุเป้าหมายของประเทศในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับ เป้าหมาย แนวทาง และมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ภายใต้ NDC 3.0 และสามารถนำไปประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (NDC Action Plan) ต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”