กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอโครงการฯ กัดเซาะชายฝั่ง ครั้งที่ 3/2568

               วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) จัดการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอโครงการศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน (กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร) ครั้งที่ 3/2568 โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นประธานการประชุม โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการที่เป็นผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ จำนวน 58 คน
               โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและให้ความเห็นต่อ (ร่าง) โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน และคณะอนุกรรมการฯ ได้เสนอแนะข้อคิดเห็นเพิ่มเติมถึงการศึกษาข้อมูล ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ควรกำหนดขอบเขตพื้นที่ศึกษาที่ครอบคลุมทั้งประเด็นการกัดเซาะชายฝั่ง การรุกล้ำของน้ำเค็ม และพื้นที่น้ำทะเลท่วมถึง การเก็บข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ตลอดจนการเน้นย้ำถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการประเมินทางเศรษฐศาสตร์ ในการนี้ กรมลดโลกร้อน ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ จะรวบรวมความเห็นจากที่ประชุมและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องในวันวิสาขบูชาและวันต้นไม้ประจำปีของชาติ 2568

               วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ กว่า 150 คน จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์วิจัยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จังหวัดปทุมธานี
               การจัดกิจกรรมในวันนี้ ประกอบไปด้วยการบรรยายธรรม เรื่อง แนวปฏิบัติที่ดีตามหลักธรรมในวันวิสาขบูชา และถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ จำนวน 1 รูป ณ วัดแสวงสามัคคีธรรม จ.ปทุมธานี และกิจกรรมปลูกต้นไม้โดยใช้พันธุ์ไม้ที่เหมาะกับพื้นที่ รวมทั้งพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ตัดแต่งกิ่ง รดน้ำ และการดูแลบำรุงรักษาต้นไม้เดิมที่ได้มีการปลูกไว้แล้ว เพื่อส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศเพื่อดูดซับก๊าซเรือนกระจก และสร้างจิตสำนึกและความตระหนักให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการปลูกต้นไม้และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Climate Change A-Z Challenge : Climate Change

               Climate Change หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การที่อากาศในพื้นที่นั้นๆ เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น ฝนตกไม่ตรงฤดู ลมแรงผิดปกติ
สาเหตุหลักมาจากอะไร?
               กิจกรรมของมนุษย์ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ตัดไม้ทำลายป่า ทำเกษตรกรรม และการใช้ชีวิตประจำวันของเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเกินไป จนก๊าซเหล่านี้กักเก็บความร้อน ทำให้เกิด “ภาวะโลกร้อน”
แล้วส่งผลกระทบอย่างไร?
               – น้ำแข็งขั้วโลกละลาย: น้ำทะเลสูงขึ้น ท่วมพื้นที่ชายฝั่ง
               – อากาศสุดขั้ว: น้ำท่วมหนัก แห้งแล้งรุนแรง คลื่นความร้อนจัด มาบ่อยและแรงขึ้น
               – กระทบทุกชีวิต: สัตว์อยู่ไม่ได้ คนเดือดร้อนแน่นอน
แต่เราช่วยได้! แค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก และชะลอ Climate Change ได้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– กรมอุตุนิยมวิทยา
– Green Network : Magazine to save the world

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมแลกเปลี่ยนไทย-เยอรมัน ด้านการศึกษา พัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (CRI)

               วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดการประชุมแลกเปลี่ยนไทย-เยอรมัน ด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
               การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้และการแลกเปลี่ยนทางเทคนิคเพื่อพัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Risk Index: CRI) ที่เหมาะสมกับประเทศไทยต่อไป ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการการพัฒนาแนวทางและศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญให้กับทุกภาคส่วน ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการตั้งรับในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (Nationnal Adaptation Plan: NAP) รวมถึงมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน ซึ่งจะนำไปสู่ความสามารถในการปรับตัวของทุกภาคส่วน และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอากาศต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Climate Change A-Z Challenge : Biodiversity สำคัญต่อโลกเรายังไง? เกี่ยวอะไรกับโลกเดือด?

“Biodiversity สำคัญต่อโลกเรายังไง? เกี่ยวอะไรกับโลกเดือด?”
               “Biodiversity” หรือ ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพืช สัตว์ จุลินทรีย์ และระบบนิเวศรอบตัวเรา สำคัญมากๆ ต่อโลกใบนี้ เพราะทุกชีวิตเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่

แล้ว “โลกเดือด” มาเกี่ยวอะไร?
ภาวะ “โลกเดือด” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลัง “แผดเผา” และ “คุกคาม” เพื่อนร่วมโลกของเราอย่างหนัก!
               • สัตว์-พืช เสี่ยงสูญพันธุ์: อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้อยู่ยาก บางชนิดอาจสูญพันธุ์ เช่น ปะการังฟอกขาว หมีขั้วโลกไม่มีน้ำแข็งให้อยู่
               • ระบบนิเวศปั่นป่วน: ฤดูกาลเปลี่ยนเร็ว วงจรชีวิตสัตว์พืชรวน กระทบสมดุลธรรมชาติ
               • สายพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน: อากาศที่ร้อนระอุ เอื้อให้สัตว์บางชนิดรุกรานถิ่นอื่นหรือแย่งที่อยู่
               • อาหาร-น้ำ วิกฤต: พืชอาหารลด สัตว์ป่าเดือดร้อน คนก็กระทบด้วย
สรุปง่ายๆ : โลกเดือด = ความเสี่ยงต่อการสูญเสีย “Biodiversity” ซึ่งเป็น “พื้นฐานชีวิต” ของเราทุกคน!

ดับ “โลกเดือด” ร่วมกัน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรักษาบ้านของเราและเพื่อนร่วมโลก!

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน, SDG MOVE : MOVING TOWARDS SUSTAINABLE FUTURE, COP 27 ย้ำการปกป้อง ‘ความหลากหลายทางชีวภาพ’ เชื่อมโยงกับ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ เป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกออกจากกัน

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1/2568

              เมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่คณะทำงานและเลขานุการ ร่วมกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ จำนวน 40 คน ที่ประชุมได้รับทราบ 1) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ 2) ข้อเสนอแนะจากสำนักเลขาธิการกองทุนภูมิอากาศสีเขียว ภายหลังการจัดส่งกรอบการพิจารณาขอรับการสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ฉบับที่ 2 และ 3) การอนุมัติข้อเสนอโครงการ Enhancing Thailand’s Capacity for Climate Adaptation through Risk-informed Anticipatory Actions on Flood and Drought
              นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ 1) แนวทางการออกหนังสือรับรองว่าประเทศไทยไม่มีข้อคัดค้านต่อข้อเสนอโครงการในรูปแบบ Project Preparation Facility (PPF) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดทำข้อเสนอโครงการฉบับสมบูรณ์ และ 2) การออกหนังสือรับรองว่าประเทศไทยไม่มีข้อคัดค้านต่อข้อเสนอโครงการ (No – Objection Letter : NOL) สำหรับ 3 โครงการ คือ (1) Mandala Capital SSEA Food Fund LP (MCSSEAFF) (2) Climate and Health Co – investment Facility Programme และ (3) Navis Decarbonization Fund I (PPF) โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอขอความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผนตามขั้นตอนต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

Climate Change A-Z Challenge : Adaptation หรือ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

        Adaptation หรือ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : หมายถึง การปรับเปลี่ยนในระบบนิเวศ สังคม หรือเศรษฐกิจ เพื่อตอบสนองต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงหรือคาดการณ์ไว้จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
               – ปรับตัวต่อภัยพิบัติ/สภาพอากาศแปรปรวน
               – ปรับรูปแบบวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ในวันที่โลกร้อนขึ้น Adaptation จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่เราทุกคนต้องลงมือทำ”

โลกกำลังเปลี่ยน แล้วเราปรับตัวกันยังไง?
               1. ปรับวิธีการเพาะปลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศ
               2. สร้างบ่อกักเก็บน้ำขนาดเล็กไว้ใช้ในช่วงที่น้ำขาดแคลน
               3. ปลูกต้นไม้เพื่อสร้างร่มเงา ช่วยลดความร้อนในบริเวณบ้าน
               4. ประหยัดน้ำในทุกวันง่ายๆ แค่ปิดก๊อกน้ำเวลาแปรงฟัน และนำน้ำฝนที่รองไว้มาใช้รดต้นไม้
               5. ปิดไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
               6. พกกระติกน้ำแทนการใช้ขวดพลาสติก เพื่อช่วยลดขยะพลาสติก
               7. เลือกเดิน ขี่จักรยาน หรือใช้ขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม
               8. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนจัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ
        เพียงแค่เราทุกคนเปิดใจเรียนรู้และเข้าใจ พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าภาวะโลกร้อนจะรุนแรงเพียงใด เราก็สามารถรับมือได้อย่างมีสติ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล เพื่อเรา และเพื่ออนาคตของโลกใบนี้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

เตรียมพร้อมป้องกันภัยจากพายุฤดูร้อน/พายุหมุนเขตร้อน : เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรง

               การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ (anthropogenic climate change) มีแนวโน้มว่าจะช่วยเพิ่มความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อนให้มากขึ้น การทำลายล้างของพายุหมุนเขตร้อนผ่านการเกิดน้ำท่วม ได้รับการเสริมแรงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในระดับโลกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ นอกจากนี้ อัตราการเกิดฝนจากพายุหมุนเขตร้อนมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณความชื้นในบรรยากาศที่มากขึ้นซึ่งสัมพันธ์กับภาวะโลกร้อนอีกด้วย
               ประเทศไทยมีโอกาสเกิดพายุในรูปแบบต่าง ๆ บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพายุฤดูร้อน หรือพายุหมุนเขตร้อน เมื่อเกิดพายุขึ้นจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่เป็นวงกว้าง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นลมแรง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของประชาชน เพื่อความปลอดภัย จึงมีข้อควรปฏิบัติเพื่อลดผลกระทบจากพายุในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
รับมือพายุอย่างปลอดภัย
               – ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง หากมีประกาศเตือนภัย ให้ปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
               – ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง โดยเฉพาะหลังคาบ้าน หน้าต่าง ช่องลม เพื่อป้องกันลมแรง พัดบ้านเรือนเสียหาย
               – ดูแลสภาพแวดล้อมรอบบ้าน โดยตัดแต่งต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการหักโค่น จัดเก็บสิ่งของที่ปลิวลมได้ในที่มิดชิดหรือผูกยึดไว้ให้มั่นคง กำจัดขยะสิ่งกีดขวางทางน้ำในร่องน้ำ คูน้ำ เพื่อเปิดทางระบายน้ำกรณีฝนตกหนัก
               – สำรวจสิ่งปลูกสร้างที่เสี่ยงต่อการล้มทับ อาทิ เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา หากอยู่ในสภาพที่ไม่แข็งแรง ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขให้ปลอดภัย
               – เตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ก่อนเกิดภัย อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ไฟฉาย
วิธีปฏิบัติตนปลอดภัยเมื่อเกิดพายุ
               – หลบพายุในพื้นที่ปลอดภัย โดยอยู่ในอาคารบ้านเรือนที่แข็งแรงและปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด รวมถึง ไม่อยู่ใกล้ประตูหน้าต่างกระจก หากกระจกแตกจะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
               – ไม่หลบพายุในจุดเสี่ยงอันตราย อาทิ ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เพราะเสี่ยงต่อการโค่นล้มและล้มทับ
               – ห้ามอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง เพราะอาจได้รับอันตรายจากลมพัดสิ่งของปลิวมากระแทก รวมถึงเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
               – ไม่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลและงดกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะการเล่นน้ำ เดินเรือ เพราะคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงและอาจเกิดคลื่นซัดชายฝั่ง จะทำให้ได้รับอันตราย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

แหล่งที่มา :
– NOAA Climate.gov : Science & Information for a Climate-Smart Nation, Climate Change is probably increasing the intensity of tropical cyclones.

กรมลดโลกร้อน ร่วมงานแถลงข่าวและพิธีลงนามความร่วมมือ “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดแข่งขันกีฬา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral)”

               วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานแถลงข่าวและพิธีลงนามความร่วมมือ “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดแข่งขันกีฬา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral)” ซึ่งจัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในการผลักดันและส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดแข่งขันกีฬา ในรูปแบบคาร์บอนนิวทรัลอีเวนต์ (Carbon Neutral Event) เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) พร้อมจัดงานแถลงความร่วมมือ โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารทั้ง 2 กระทรวง และ นางสาวชรัญญา เพชรสุวรรณนาคะ นางสาวไทย พิษณุโลก 2568 และ “Miss Climate Change” เข้าร่วม ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมกิจกรรมงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ปี 68 ภายใต้แนวคิด “ธรรมะและธรรมชาติ”

               วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีฯ และนายวัฒน์ ทาบึงกาฬ เลขานุการกรม เข้าร่วมกิจกรรมงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ปี 68 ภายใต้แนวคิด “ธรรมะและธรรมชาติ” จัดขึ้นโดยกรมป่าไม้ ณ ราชบพิธสถิตธรรมสถาน คลอง 9 ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ ผู้บริหาร ทส. และได้รับประทานพระเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เจ้าคุณพระราชสุทธิธรรมาจารย์ และเจ้าคุณพระราชวรเมธาจารย์ เข้าร่วมพิธีเปิด พร้อมปลูกต้นไม้ภายในราชบพิธสถิตธรรมสถาน อาทิ ต้นมะริด ต้นจามจุรี และต้นราชพฤกษ์ ซึ่ง รมว.ทส. ได้ปลูกต้นไม้มะริด ต้นที่ 72 ล้าน ในโครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567
               ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. ได้กล่าวว่า การปลูกต้นไม้ ไม่ใช่แค่ “การลงมือปลูกต้นไม้” แต่เป็น “การปลูกจิตสำนึก” ให้กับคนทุกวัย ขอให้เริ่มด้วย “หนึ่งต้นไม้ หนึ่งมือปลูก หนึ่งใจรักษา” ซึ่งส่งผลดีทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ต่อการสืบทอดคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น และในโอกาสวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2568 ตรงกับวันที่ 11 พ.ค. และเป็นวันวิสาขบูชา ขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศ ร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างแผ่นดินไทยให้เขียวขจี โดยสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ฟรี ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า ส่วนผลิตกล้าไม้ กรมป่าไม้ โทร. 02-561-4292-3 ต่อ 5551
               ทั้งนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2532 กำหนดให้ “วันวิสาขบูชา” เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ซึ่งในปี พ.ศ. 2568 นี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ กำหนดจัดกิจกรรมงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติขึ้น ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ ราชบพิธสถิตธรรมสถาน คลอง 9 จังหวัดปทุมธานี รวมถึงได้บูรณาการความร่วมมือระหว่าง “ธรรมะและธรรมชาติ” ที่เป็นการหลอมรวมพลังศรัทธาในศาสนาเข้ากับภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการจัดที่มุ่งเน้นการปลูกจิตสำนึก ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเยาวชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา ลดผลกระทบจากวิกฤติโลกร้อน และสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”