กรมลดโลกร้อน หารือเอกอัครราชทูตสวีเดน ขยายความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               วันที่ 3 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หารือร่วมกับ H.E. Mrs. Anna Hammargren เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ในประเด็นความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องวาสนา ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               ในการหารือดังกล่าวทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน อาทิ การดำเนินงานตามเป้าหมาย NDC 3.0 การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. โอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านการเงินและการลงทุนของทั้งสองประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรม Sweden – Thailand Sustainable Development Forum 2026 ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Achieving the updated Nationally Determined Contributions though collaboration” โดยเฉพาะประเด็นด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้อย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะได้หารือกันในรายละเอียดการดำเนินงานร่วมกันต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2569

               วันที่ 2 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานการประชุมคณะทำงานเจรจาสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นรองประธานคณะทำงาน ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และนางสาววันทนีย์ ละลี ผู้อำนวยการกลุ่มอนุสัญญาและความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ พร้อมด้วยหน่วยงานภายใต้คณะทำงานจำนวน 23 หน่วยงาน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบการประชุมทางไกล
               ที่ประชุมได้รับทราบ (1) ผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล (2) เอกสารข้อริเริ่มในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 30 (COP 30) (3) ผลการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 64 (Sixty-fourth Session of the Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC-64) และ (4) สถานะการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility study) ในจัดการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณา (1) ร่างกรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 – 2570 (2) รายชื่อหน่วยงานของประเทศไทยในการเข้าร่วมการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการปรับรายละเอียด ประสานหน่วยงาน และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

3 เมษายน วันน้ำบาดาลแห่งชาติ (National Groundwater Day)

               วันที่ 3 เมษายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันน้ำบาดาลแห่งชาติ โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด บริหารจัดการน้ำบาดาลตามรอยพระราชดำริ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน
               🌏 ปัจจุบันหลายพื้นที่กำลังเผชิญกับความแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฝนที่มาช้ากว่าปกติ หรือช่วงฝนทิ้งช่วงที่ยาวนาน ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ ในขณะเดียวกัน เมื่อเกิดฝนตกกลับมีความรุนแรงในระยะเวลาสั้น จนนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลัน อีกทั้งอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยิ่งซ้ำเติมให้เกิดภาวะภัยแล้ง
               สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นแหล่งน้ำสำรองที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว
               🤝 เนื่องในโอกาสวันน้ำบาดาลแห่งชาติ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำบาดาลอย่างรู้คุณค่า ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้ทรัพยากรน้ำที่สำคัญนี้คงอยู่และสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานศึกษาและพัฒนากองทุน ครั้งที่ 1/2569

               วันที่ 2 เมษายน 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศึกษาและพัฒนากองทุน ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย ดร. กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ คณะทำงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม จำนวน 53 คน จาก 13 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               การประชุมคณะทำงานฯ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับการศึกษาของโครงการพัฒนากฎหมายลำดับรองตามหมวด ๔ กองทุนภูมิอากาศ ของร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และบริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด ที่ปรึกษา ให้‎เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ โดยในครั้งนี้ คณะทำงานได้พิจารณาแนวทางการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง รวมถึงระเบียบคณะกรรมการกองทุนภูมิอากาศ ว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินกองทุน หนึ่งในกฎหมายลำดับรองของหมวดที่ 4 กองทุนภูมิอากาศภายใต้ร่างพระราชบัญญัติฯ
               ทั้งนี้ ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะในวันนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อให้การจัดทำกฎหมายลำดับรองครอบคลุมกรอบการดำเนินการที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศที่จะจัดตั้งขึ้นภายหลังการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติฯ และเพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ส่งเสริมการบูรณาการและสนับสนุนกลไกของทุนหมุนเวียนที่มีอยู่เดิมในประเทศ และบูรณาการแนวคิดการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความเท่าเทียม และความเป็นธรรมทางสังคม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประเด็นน่ารู้ “ฟาร์มสุกรในยุคโลกเดือด” เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น…ไม่ใช่แค่คนที่ได้รับผลกระทบ แต่ “สุกร” ก็เผชิญความเครียดจากความร้อนเช่นกัน

เรื่อง: ฟาร์มสุกรในยุคโลกเดือด : กับการปรับตัวของผู้ประกอบการรายย่อย
จากวารสารด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
✨ Highlights:
• ทำความเข้าใจ “ภาวะเครียดจากความร้อน ” ในสุกร
• รู้จักดัชนีชี้วัดความเสี่ยงอย่าง Temperature–Humidity Index (THI)
• เจาะลึกผลกระทบต่อสุกร
• สะท้อนสถานการณ์ฟาร์มสุกรไทย ที่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างและเทคโนโลยี ทำให้มีความเสี่ยงสูงในสภาพอากาศร้อนชื้น
• แนะนำแนวทางการปรับตัว เช่น การออกแบบโรงเรือนให้ระบายอากาศดี
🌏 ในโลกที่อุณหภูมิยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวของภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะฟาร์มสุกร ไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ความจำเป็น” เพื่อรักษาทั้งผลผลิต ความเป็นอยู่ของสัตว์ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

รับสมัครงาน : ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ (Project Coordinator)

กลุ่มประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก
กองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

📢 รับสมัครงาน : ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ (Project Coordinator)
📍สถานที่ปฏิบัติงาน : กรุงเทพฯ

🌏 ทำงานด้าน
• GHG Inventory
• MRV (การตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ) การปล่อย/ลดก๊าซเรือนกระจก
• การประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก
• การทำรายงานแห่งชาติและรายงานความโปร่งใสราย 2 ปี จัดส่งให้ UNFCCC

✅ ป.โท สายสิ่งแวดล้อม/พลังงาน/ที่เกี่ยวข้อง
✅ ใช้ภาษาอังกฤษได้
✅ พูด/สื่อสาร/ประสานงาน
✅ มีประสบการณ์ด้าน Climate Change จะพิจารณาเป็นพิเศษ

📅 เริ่มงานวันที่ : 1 พฤษภาคม 2569
📩 สมัคร : https://shorturl.asia/b5NQW
📅 ปิดรับ : 17 เมษายน 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : คุณปุ้ย (063-945-8759)

กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 1/2569

               วันที่ 30 มีนาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Climate Policy and Biodiversity Project) ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน
               โครงการ Climate Policy and Biodiversity Project เป็นโครงการความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2570 โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการพัฒนา และขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพของไทย โดยในการประชุมดังกล่าว มีการรับรองรายงานการประชุมฯ ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฯ ความร่วมมือระหว่างโครงการอื่น ๆ และสรุปผลการหารือความร่วมมือทวิภาคีไทย-เยอรมัน ในห้วงการประชุม COP 30 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล รวมถึงเห็นชอบแผนการดำเนินโครงการฯ ในระยะถัดไป และพิจารณาให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของประเทศต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ร่วมถอดบทเรียน “ปะการังฟอกขาวกับการท่องเที่ยวทางทะเลในยุคโลกร้อน” วิกฤตสำคัญที่สะท้อนทั้ง “ผลกระทบต่อระบบนิเวศ” และ “ความท้าทายของภาคการท่องเที่ยว”

เรื่อง การปรับตัวของการท่องเที่ยวท่ามกลางวิกฤตภูมิอากาศ: บทเรียนจากเกรตแบร์ริเออร์รีฟสู่ทะเลไทย
จากวารสารด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
✨ Highlights:
• ทำความเข้าใจปะการังฟอกขาวจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรม และกระทบการท่องเที่ยวทางทะเล
• แนวทางการปรับตัวสำคัญเพื่อรักษาการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืนของไทยและต่างประเทศ จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
• ความร่วมมือของภาครัฐ ชุมชน และผู้ประกอบการ เป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวยั่งยืน ภายใต้สภาพอากาศที่เปลี่ยนไป
🌍 เพราะ “การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” คือการปรับตัวอย่างเป็นระบบและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ชวนติดตามประเด็นน่ารู้ “แม่น้ำบนท้องฟ้า (Atmospheric River)” ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในโลกยุคสภาพอากาศแปรปรวน

เรื่อง แม่น้ำบนท้องฟ้า : ปรากฏการณ์ Atmospheric River กับการปรับตัวด้านน้ำในยุคโลกร้อน
จากวารสารด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
✨ Highlights:
• เจาะลึกกลไก “Atmospheric River (AR)”
• สะท้อนผลกระทบในยุคโลกร้อน ที่ทำให้เหตุการณ์ฝนสุดขั้วและน้ำท่วมมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
• ยกตัวอย่างสถานการณ์จริง ที่ต้องเผชิญ AR และพัฒนาระบบรับมืออย่างจริงจัง
• แนะนำแนวทางปรับตัวเชิงระบบ และการใช้ข้อมูลพยากรณ์ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ
🌧️ เมื่อ “น้ำ” อาจมาในรูปแบบที่คาดไม่ถึง การเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับ Atmospheric River จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องสำคัญของทุกภาคส่วนในการก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13)

               วันที่ 27 มีนาคม 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ พันธกรณี และความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม” ในการอบรมหลักสูตร ปธส.13 ซึ่งจัดโดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยได้ถ่ายทอดทิศทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และเน้นการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือระดับโลก เช่น SDGs และความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมชี้บทบาทของไทยในเวทีนานาชาติ พร้อมทั้งได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างสังคม และทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมกันนี้ ยังเน้นบทบาทผู้นำองค์กรในการให้ความสำคัญกับ ESG และการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย ข้าราชการส่วนกลางและท้องถิ่น ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการทหารและตำรวจ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ตลอดจนองค์กรอิสระ รวมจำนวน 75 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”