กรมลดโลกร้อน รับนโยบาย รมว.ทส. เร่งผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. รับมือโลกร้อน

               เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยเป็นผู้นำเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีศักยภาพจัดการภัยพิบัติด้านสภาพอากาศในระยะยาว ทั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ได้เริ่มต้นพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เป็นวาระแรก ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายสรรเสริญ ไกรจิตติ ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 เป็นประธานการประชุม
               ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวม วัตถุประสงค์ หลักการ และสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ร่วมกัน ภายใต้สาระสำคัญ 205 มาตรา (14 หมวด) ประกอบด้วยกลไกดำเนินการ 4 ส่วน ได้แก่
               1. กลไกด้านนโยบาย เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ร่วมกับคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ
               2. กลไกบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและปรับตัวต่อผลกระทบในระดับพื้นที่และสาขา
               3. กลไกลดก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณีระดับนานาชาติที่ใช้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า
               4. กลไกการเงินผ่านกองทุนภูมิอากาศเพื่อสนับสนุนการลงทุนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศให้เปลี่ยนผ่านสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“ประเทศไทยเติบโตอย่าง ยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

 

 

รัฐมนตรีสุชาติ สั่งกรมลดโลกร้อนเร่งเจรจารัฐบาลเยอรมนี เข้าถึงเงินสนับสนุน IKI Large Grant 2026 เพื่อจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศของไทย

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้บริหาร เจรจาจัดทำกรอบจัดสรรเงินให้เปล่าจากรัฐบาลเยอรมนีแก่ประเทศไทย ในฐานะประเทศหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ภายใต้โครงการ IKI Large Grant 2026 โดยเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ได้จัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู (Federal Ministry for the Environment, Nature Conservation, Nuclear Safety and Consumer Protection: BMUKN) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
ผลการเจรจาเบื้องต้นได้ตกลงจะขอรับวงเงินจัดสรร 30 ล้านยูโร (ราว 1,140 ล้านบาท) ซึ่งสอดคล้องตามข้อสั่งการ รมว.ทส. ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างศักยภาพการดำเนินงานด้านเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) การประสานงานภาพรวม (Interface) 10 ล้านยูโร (ราว 380 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการจัดทำนโยบายและพัฒนากลไกดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 2) การสนับสนุนเงินให้เปล่าขนาดใหญ่ (IKI Large Grant) 20 ล้านยูโร (ราว 760 ล้านบาท) เพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกและผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย ทั้งนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างเร่งเจรจาเพื่อนำไปสรุปผลเกี่ยวกับกรอบจัดสรรเงินฯ ร่วมกับฝ่ายเยอรมนีช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ระหว่างการประชุมการประชุมองค์กรย่อยด้านการดำเนินงานและองค์กรย่อยเพื่อให้คำปรึกษาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้ UNFCCC ประจำปี 2569 (Bonn Climate Change Conference 2026) ณ กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ต่อไป     “ประเทศไทยเติบโตอย่าง  ยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมแสดงความจงรักภักดี เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569

          เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาต เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานในพิธี และขอพระบรมราชานุญาตนำคณะทูตานุทูต ข้าราชการ และผู้มีเกียรติที่มาในงานสโมสรสันนิบาต ร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่องอันหาที่สุดมิได้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ขานรับนโยบาย รมว.ทส. เร่งเกม Climate Finance ดึงทุนต่างชาติ รับมือโลกร้อน

1

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งการพัฒนาและขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเข้าถึงกลไกการเงินระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อนอย่างเต็มรูปแบบ โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิและสิ่งแวดล้อมได้จัดประชุมคณะทำงานพิจารณาและกลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยมีมติเห็นชอบ 1) ข้อเสนอโครงการ TRUST-FLOOD Thailand (Trigger-based, Resilient, and Socially-inclusive Finance for Flood Loss & Damage in Thailand) 2) ข้อเสนอโครงการ Development of Thailand Climate Smart Nature-Based Solutions for Integrated Loss and Damage Response Mechanism for Agricultural Resilience (Climate Smart NbS-Ag) และ 3) แนวคิดโครงการ Transboundary Ecosystem-based Flood and Drought Management for Climate Change Adaptation in the Lower Mekong Basin ที่เน้นช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในพื้นที่หลักที่ประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำแม่โขงตอนล่าง เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน ซึ่งมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



 

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายภายในงาน Thailand’s Net Zero 2050 Direction

          เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Thailand’s Net Zero Direction and Policy Priorities” ภายในงาน BCCT Policy Lunch Briefing: Thailand’s Net Zero 2050 Direction ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดยหอการค้าอังกฤษ-ไทย (BCCT) โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ รวมจำนวน 70 คน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero
ในการบรรยายครั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้เน้นย้ำว่า ทิศทางการพัฒนาในปัจจุบันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอีก 20–25 ปีข้างหน้า ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศ โดยได้กล่าวว่า
“Net Zero 2050 ไม่ใช่เพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นยุทธศาสตร์การแข่งขันของประเทศ” ทั้งนี้ แนวโน้มของโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน โดย “sustainability” ได้กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าและการลงทุนในระดับสากล ซึ่งหากประเทศไทยไม่สามารถปรับตัวได้ อาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ภาครัฐจึงได้เร่งดำเนินนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ การส่งเสริมพลังงานสะอาด การพัฒนาตลาดคาร์บอน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการเร่งผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับกลไกการดำเนินงานจากภาคสมัครใจสู่กรอบกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ภาษีคาร์บอน และกลไกทางการเงินด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน จับมือ GIZ ยกระดับฐานข้อมูลขยะชุมชนทั่วประเทศ หนุนเปลี่ยนเทคโนโลยีการกำจัดอย่างยั่งยืน มุ่งเป้าความโปร่งใสภาคของเสียระดับสากล

          29 เมษายน 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ผนึกกำลังกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ภายใต้การสนับสนุนจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย (GIZ) เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการที่ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานท้องถิ่นกว่า 33 แห่ง ร่วมยกระดับการจัดเก็บข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) จากสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยเพื่อขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการกำจัดขยะที่ยั่งยืน และรองรับการรายงานความโปร่งใสภายใต้ความตกลงปารีส
          นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การยกระดับการจัดการข้อมูลสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย สู่การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการกำจัดขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร โดยนายปวิช ให้รายละเอียดว่า “หลังจากที่ประเทศไทยได้จัดส่งรายงานความโปร่งใสรายสองปี ฉบับที่ 1 (BTR1) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เราได้เข้าสู่กระบวนการทบทวนรายงานจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของ UNFCCC ซึ่งหนึ่งในคำแนะนำสำคัญคือ การยกระดับกระบวนการจัดเก็บข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) ให้มีความถูกต้องตามหลักการ IPCC 2006 การประชุมในวันนี้จึงมีความสำคัญยิ่งในการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่แม่นยำสำหรับการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนำไปสู่การตัดสินใจปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการจัดการขยะจากแบบเปิด (Open Dump) ไปสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น”
          สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2569
โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตรการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC Partnership) โดยผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการจะได้รับฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาของเสียเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีการจัดการขยะมูลฝอยตามแนวทางของกรมควบคุมมลพิษ การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการจัดการขยะมูลฝอยในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย การคำนวณปริมาณการปล่อยและการลดก๊าซเรือนกระจกตามหลัก IPCC 2006 การฝึกปฏิบัติเพื่อประเมินสถานการณ์และการยกระดับการกำจัดขยะในพื้นที่รับผิดชอบ การศึกษาดูงาน ณ โครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอ่อนนุช ซึ่งประสบการณ์จากการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จะสามารถนำไปใช้ในการยกระดับการรายงานข้อมูลขยะมูลฝอยและการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพต่อไป
“การจัดการข้อมูลขยะที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามที่กำหนดไว้ใน NDC เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับสุขอนามัยของชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย” นายปวิช กล่าวทิ้งท้าย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายงานวิชาการประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA Annual Conference: NAC 2026)

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยาย ภายใต้หัวข้อ “มุมมองด้าน
การลดการปลดปล่อยคาร์บอน และคำแนะนำจาก Regulator” ในงานประชุมวิชาการ
ประจำปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (EGAT) ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ร่วมบรรยายในหัวข้อดังกล่าว ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรับฟังมากกว่า 150 คน ในการบรรยายครั้งนี้ นายปวิช เกศววงศ์ นำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ภายใต้แรงกดดันจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ระหว่างประเทศ เช่น CBAM ตลอดจนความท้าทายด้านพลังงานและเศรษฐกิจภายในประเทศ การดำเนินงานของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ…. ซึ่งเป็นกฏหมายหลักในการกำกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีมาตรการที่กำหนดให้สถานประกอบการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงต้องรายงาน ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และดำเนินมาตรการลดการปล่อยอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังมีการนำกลไกราคาคาร์บอนมาใช้ ทั้ง ETS ภาษีคาร์บอน และการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครติดเพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถบริหารจัดการต้นทุนคาร์บอน และชดเชยการปล่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีสะอาด การลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ คาดว่ากฏหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2570 และจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำพร้อมรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการประสานท่าทีเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1/2569

          วันที่ 28 เมษายน 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการประสานท่าทีเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน และ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ร่วมประชุมพร้อมกับผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสิ้น 23 คน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          คณะอนุกรรมการฯ รับทราบถึงผลการประชุม COP 30 และการประชุมและเอกสารข้อริเริ่ม COP 30 ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล รวมถึงผลการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 64 (IPCC 64) พร้อมทั้งรับทราบผลการศึกษาความเป็นไปได้ของการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP 33 ของประเทศไทย ทั้งนี้ ได้มีมติเห็นชอบในเรื่องสำคัญ คือ กรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 – 2570 โดยมอบหมายให้ สส.เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป รวมทั้งมีมติเห็นชอบรายชื่อหน่วยงานของประเทศไทยในการเข้าร่วมการประชุมองค์กรย่อยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นบุคลากร ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) กองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กรมลดโลกร้อน หารือเชิงนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา

          วันที่ 24 เมษายน 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ร่วมหารือเชิงนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเงินด้านภูมิอากาศ กับนายโทโมฮิโระ อิชิคาวะ Managing Director and Head of Government and Regulatory Affairs, Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) และนายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานรัฐกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมวาสนา ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
การเข้าพบในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลในภาพรวมเกี่ยวกับนโยบายและการเงินด้านภูมิอากาศ รวมถึงความคืบหน้า ทิศทาง และแนวโน้มการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในระดับประเทศ ตลอดจนบทบาทสำคัญของภาคสถาบันการเงิน โดยเฉพาะภาคธนาคารพาณิชย์ ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน และกำหนดแนวทางสนับสนุนความร่วมมือในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย
  “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”