กรมลดโลกร้อน ร่วมปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน NDC Clinic for Asia and The Pacific

          เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน NDC Clinic for Asia and The Pacific โดยมี Sangmin Nam Director, Environment and Development Division, United Nations ESCAP และ Dechen Tsering, Regional Director and Representative for UNEP’s Asia and the Pacific กล่าวเปิดงาน NDC Clinic ซึ่งเป็นเวทีให้ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจากประเทศต่างๆ ที่มีบทบาทในการจัดทำและดำเนินการตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) รวมถึงผู้แทนจากภาคการเงินเข้าร่วม เพื่อส่งเสริมแนวทางแบบบูรณาการในการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการวางแผนการลงทุน
          ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยตระหนักถึงความเร่งด่วนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และเห็นว่า NDC 3.0 เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้โลกก้าวสู่เป้าหมายการจำกัดอุณหภูมิไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส และประเทศไทยมุ่งมั่นยกระดับความทะเยอทะยานผ่านการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกแบบครอบคลุมทุกสาขา สอดคล้องกับเส้นทาง 1.5 องศาเซลเซียส ในขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) โดยยึดหลักความครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เน้นการสร้างงานสีเขียว การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมบูรณาการแผนการลงทุนและเปิดรับการสนับสนุนจากนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดการประชุมเผยแพร่แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา

          เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดการประชุมเผยแพร่แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา ภายใต้โครงการพัฒนาแนวทางการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุม Ballroom 1 ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพมหานคร และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม ZOOM Cloud Meeting) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วยนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกล่าวรายงาน โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ ระดับประเทศไปสู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม
          ในการประชุม ผู้เชี่ยวชาญรายสาขาทั้ง 6 สาขาได้นำเสนอแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย 1) ตัวชี้วัดสำหรับการติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการที่สอดคล้องกับเป้าหมายแต่ละสาขา 2) แผนการดําเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม/ โครงการ ที่ตอบสนองตัวชี้วัดและความเสี่ยงรายสาขาตามบริบทของพื้นที่ 3) โครงการสําคัญ (Flagship project) ของแต่ละสาขาที่ตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอการดำเนินงานโครงการหรือกิจกรรมด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่นำร่องเชิงประจักษ์แต่ละสาขา เพื่อให้เห็นตัวอย่างในการขับเคลื่อนงานด้านการปรับตัวฯ ในระดับพื้นที่ โดยการประชุมมีผู้เข้าร่วมทั้งในสถานที่ และออนไลน์กว่า 250 คน จากหน่วยงานรายสาขาทั้ง 6 สาขา สาขาที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 – 16 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ทาง สส. จะปรับปรุง (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ให้มีความสอดคล้องกับตัวชี้วัดและเป้าหมายรายสาขา เพื่อให้ร่างแผนดังกล่าวตอบสนองต่อความท้าทายของการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวฯ ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นกรอบการดำเนินงานที่นำไปประยุกต์ใช้ในระดับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมจัดงาน TCAC 2025

          วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเตรียมการจัดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย (Thailand Climate Action Conference) ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน และนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จำนวน 30 หน่วยงาน รวมจำนวน 72 คน ร่วมพิจารณา และเห็นชอบรายละเอียดด้านสารัตถะ พิธีการ การจัดนิทรรศการ และการประชาสัมพันธ์ ในการจัดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดงานการจัดการองค์ความรู้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม KM DAY 2025 “Go together for the Better Life”

          วันที่ 10 กันยายน 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมจัดงานการจัดการองค์ความรู้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 KM DAY 2025 “Go together for the Better Life” ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจากนายสิทธิชัย เสรีส่งแสง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมในฐานะผู้แทนกรมฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย องค์การสวนพฤกษศาสตร์ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม และนิทรรศการเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามภารกิจการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          ทั้งนี้นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อพื้นที่ที่มีแนวปฏิบัติที่ดีจากการติดตามประเมินผลด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมฉลอง 10 ปี ความตกลงปารีส เน้นย้ำไทยต้นแบบด้านสภาพภูมิอากาศ เดินหน้าสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

          เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Commemoration of the 10th Anniversary of the Paris Agreement ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของความตกลงปารีส ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNESCAP) โดยมี Mrs. Armida Salsiah Alisjahbana รองเลขาธิการสหประชาชาติ และเลขาธิการบริหาร UNESCAP H.E. Mr. Jean-Claude Poimboeuf เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ H.E. Mr. Yongmin Park เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าร่วมงานดร.พิรุณ ได้กล่าวสุนทรพจน์โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม นับแต่การให้สัตยาบันเป็นภาคีความตกลงปารีส เมื่อปี พ.ศ. 2559 โดยสามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตลอดมา จนนำไปสู่การยกระดับเป้าหมาย NDC 3.0 ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี พ.ศ. 2578 ตามแนวทางควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ไม่เกิน 1.5°C ภายในศตวรรษนี้พร้อมทั้งย้ำว่าเส้นทางสู่ Net Zero ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหนทางที่ต้องปฏิบัติร่วมกันให้เป็นหนึ่งเดียว โดยประเทศไทยได้แปรเปลี่ยนจากคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ ด้วยกลไกการดำเนินงานระดับสากล ร่วมกับกลไกระดับประเทศ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเสนอบังคับใช้เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและสังคม ในรูปแบบคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบอย่างยั่งยืน
          วิสัยทัศน์ดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และแนวปฏิบัติระดับชาติ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของความตกลงปารีส ซึ่งส่งเสริมการสร้างพลวัตที่จะสนับสนุนการประชุม COP30 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อนจัดประชุมเตรียมความพร้อมคณะผู้แทนไทย สู่เวที COP30 ณ Belem, Brazil

          กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ UNFCCC COP30 Capacity Building ระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดยอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ
          การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยในการประชุม COP30 เข้าร่วมรับฟังการบรรรยายในหัวข้อ เทคนิคและวิธีการเจรจาในเวทีนานาชาติ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในฐานะคณะผู้แทนไทย รับฟังการสรุปผลจากการประชุม COP29 รวมไปถึงเป้าหมายและทิศทางของประเทศไทยบนเวที COP30 ทั้งในด้านของการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเสริมสร้างพลังความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
          นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกลุ่มย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันในประเด็นบทเรียนจากเวทีเจรจา COP29 สู่ความคาดหวังในเวที COP30 พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมจำลองสถานการณ์จริงของเวทีเจรจา (Negotiation Stimulation) และเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการประชุม COP30 ที่จะจัดขึ้นที่เมืองเบเล็ง สาธารณรัฐบราซิล ระหว่างวันที่ 10 – 21 พฤศจิกายน 2568 ต่อไป
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานคาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1

         เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมคณะทำงานคาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะทำงาน ดร. กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ คณะทำงานและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะทำงานจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมการประชุม จำนวน 17 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303-304) ชั้น 3 ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
         การประชุมคณะทำงานฯ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พ.ศ. 2564 – 2573 และแนวทางการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ ที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 โดยในวันนี้ คณะทำงานฯ ได้ร่วมกำหนดกระบวนการอนุญาตการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามกลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีส และแนวทางการจัดทำหนังสืออนุญาตการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศของประเทศไทยตามแนวทางที่กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำหนด
นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้ร่วมพิจารณาระเบียบวิธีของกิจกรรมภายใต้ข้อตกลงการดำเนินงานภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีสระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐสิงคโปร์กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย มุ่งเป้าประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการครั้งแรกร่วมกันกับสาธารณรัฐสิงคโปร์ในห้วงการประชุม COP30 ที่จะถึงนี้
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

3 เมืองต้นแบบของไทย คว้า “รางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน” สะท้อนศักยภาพการพัฒนาเมือง พร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

         เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงาน The 18th ASEAN Ministerial Meeting on Environment (AMME-18) and 6th ASEAN Environmentally Sustainable Cities (ESC) Award and 5th Certificates of Recognition (COR) Ceremony ณ เมืองลังกาวี ประเทศมาเลเซีย โดยในการประชุมมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน และติมอร์เลสเต เข้าร่วม โดยมี H.E.DR.Kao Kim Hourn เลขาธิการอาเซียน เป็นผู้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ และมี Hon.Datuk Seri Johari Abdul Ghani รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี
พิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ มีผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยที่มีศักยภาพในการพัฒนาเมือง ได้รับรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
ประเภทนำเสนอโดยประเทศ
         เทศบาลนครปากเกร็ด ที่มีการดำเนินการจัดการน้ำสะอาด น้ำเสีย ขยะ อากาศ และพลังงานอย่างครบวงจร พร้อมระบบเตือนภัยและการรับมือสภาพอากาศสุดขั้วอย่างยั่งยืน เพิ่มพื้นที่สีเขียว–ความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง และติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองยั่งยืน
ประเภทแข่งขันที่ได้รับเกียรติบัตรแห่งการรับรอง ได้แก่
          เทศบาลนครหัวหิน : ได้รับรางวัลด้าน Clean Air โดยดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยพลังงานสะอาด รถไฟฟ้า และการจัดการขยะ พร้อมระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายพื้นที่สีเขียว จัดทำ Climate Action Plan และส่งเสริมโรงเรียน รวมถึงสถานประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
          เทศบาลเมืองทุ่งสง : ได้รับรางวัลด้าน Urban Biodiversity & Green Space โดยเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวเฉลี่ย 175.24 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่สหประชาชาติกำหนด อีกทั้งยังมีพื้นที่ธรรมชาติครอบคลุมอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งพัฒนาฐานข้อมูล จัดทำ Green Map และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและเยาวชนในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
โดยทั้ง 3 เมืองที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย และสะท้อนถึงศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการขยายเครือข่ายและสร้างแรงบันดาลใจแก่ อปท. ทั่วประเทศ ในการพัฒนาเมืองให้ก้าวสู่ความยั่งยืนต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้พิทักษ์ป่า และมอบหนังสือทำกินในป่าอนุรักษ์ เพื่อการจัดการป่าและน้ำอย่างยั่งยืน

          วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจผู้พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินในเขตป่าอนุรักษ์แก่ประชาชนในพื้นที
          การลงพื้นที่ครั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ได้มอบนโยบายและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมมอบเสบียงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ตัวแทนกองกำลังสุรนารี นอกจากนี้ ยังได้เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ตามมาตรา 64 และมาตรา 121 ให้แก่ผู้แทนประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
          ดร.เฉลิมชัย เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และต้องการให้พี่น้องประชาชนได้รับโอกาส รวมถึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือน้ำเค็ม เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะดำเนินการเจาะและพัฒนาบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสม พร้อมก่อสร้างระบบประปาบาดาลด้วยเทคโนโลยีการส่งน้ำบาดาลระยะไกล เพื่อส่งให้แก่พื้นที่เป้าหมายที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต่อไป
           “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”





กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

          กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ครั้งที่ 1/2568 ในวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมอินทนิล (301) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานการประชุม และดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์เจริญทรัพย์ เลขานุการคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงาน อพ.สธ. ตามแผนแม่บท อพ.สธ.ระยะ ๕ ปีที่เจ็ด และกรอบการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ พร้อมให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          การประชุมในวันนี้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ตามกรอบการดำเนินงาน และกิจกรรมของ อพ.สธ.- สส. (เดือนตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) พร้อมพิจารณา (ร่าง) แผนแม่บท อพ.สธ.ระยะ ๕ ปีที่แปด กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายของ อพ.สธ.มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และเตรียมความพร้อมการจัดนิทรรศการในการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 หัวข้อ ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”