กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ ครั้งที่ 1/2569

               เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (อสส.) ในฐานะอนุกรรมการ ร่วมกับ นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) และ นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พร้อมด้วยนายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ในฐานะผู้แทนอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ ครั้งที่ 1/2569/4 โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี
ในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ สส. ได้เสนอวาระการประชุม ดังนี้
               1.วาระเพื่อทราบ ได้แก่ การรายงานผลการดําเนินงานการสนับสนุนมาตรการทางภาษีสำหรับโครงการนําร่องดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ (โครงการนำร่องอาทิตย์ CCS) ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 – 2573 โดยนายศิวัช ได้รายงานต่อที่ประชุมว่าการดำเนินงานที่ผ่านมา สส. ร่วมกับกรมสรรพากร อบก. และ BOI โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องจาก ชธ. สนพ. และ ปตท.สผ. ได้ศึกษามาตรการที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ภายใต้คณะทำงานศึกษามาตรการทางภาษีเพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และในเบื้องต้นได้เห็นชอบในหลักการกำหนดมาตรการสนับสนุนโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS ด้วยมาตรการลดอัตราค่าภาคหลวงร่วมกับมาตรการทางภาษีโดยให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในส่วนรายจ่ายที่เป็นทุน (Capital Expenditure: CAPEX) ของโครงการนำร่องอาทิตย์ CCS มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้ 2 เท่า ในอัตราการสนับสนุนที่เท่ากัน ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไป สส. กรมสรรพากร และ ชธ. ร่วมกันพิจารณาเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับการปรับปรุงพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514
               2.วาระเพื่อพิจารณา ได้แก่ การทบทวนองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดักจับการใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอนของประเทศทางด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ ซึ่งนายศิวัช เสนอต่อที่ประชุมว่าเพื่อให้คณะทำงานฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์สอดคล้องกับการแบ่งส่วนราชการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและมติคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติในการประชุม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่คณะทำงานขับเคลื่อนฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์เพื่อให้เป็นหน่วยบริหารงานกลางด้าน CCS หรือ CCS Project Management Office (CCS PMO) โดยมีการปรับปรุงองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจให้ครอบคลุมในด้านศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอกรอบกฎหมาย มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ CCUS และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
               ดร.พิรุณ ได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่า ในภาพรวมบทบาท หน้าที่ของคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ อาจจะเห็นว่าทับซ้อนกับคณะทำงานขับเคลื่อนฯด้านเทคนิคและการลงทุน ซึ่งอธิบดี ชธ. เป็นประธาน แต่คณะทำงานขับเคลื่อนฯ ด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์จะพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยี CCUS ทั้งหมดตลอดจนพิจารณาแนวทางทางเศรษฐศาสตร์ให้โครงการ CCUS สามารถยกระดับเป็นธุรกิจได้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน หารือผู้แทนสวีเดน ขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมหารือกับ Mr. Patrik Brodd, Director-general for Climate action, Head of Climate Division, Ministry of Climate and Enterprise ราชอาณาจักรสวีเดน โดยมี ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สส. เข้าร่วม ณ ห้องวาสนา ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               ในการหารือดังกล่าวทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน อาทิ การเตรียมการและความคาดหวังต่อการประชุม COP 31 ความก้าวหน้าและความท้าทายในการดำเนินงานตาม NDC 3.0 โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น รวมทั้ง การลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนที่ลดได้ยาก การเข้าถึงเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนากลไกราคาคาร์บอน การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งฝ่ายสวีเดนยินดีที่จะให้การสนับสนุนในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงานด้านกลไกราคาคาร์บอนผ่าน Sweden – Thailand Strategic Partnership ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

ประกาศผลการประเมินโครงการเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ประจำปี พ.ศ. 2569

กรมลดโลกร้อน ร่วมบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

               วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึก เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดินและพสกนิกรชาวไทย ทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น ๒ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
               ทั้งนี้ “วันนวมินทรมหาราช“ ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 เห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าวตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งคำว่า วันนวมินทรมหาราช แปลว่า “วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่“
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสืบไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

               เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และร่วมพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
              กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะพระกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนไทย

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กว่าจะมาเป็น “ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง

               การจัดทำร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเผยแพร่รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างรอบด้าน
📌 สรุปเส้นทางการจัดทำร่างกฎหมาย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566–2569
               🌿 ปี พ.ศ. 2566 รับช่วงภารกิจและปรับปรุงร่างกฎหมายให้มีความครบถ้วน
               💬 ปี พ.ศ. 2567 เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปรับปรุงร่างกฎหมายให้เหมาะสม
               🏛️ ปี พ.ศ. 2568 เสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีมติอนุมัติหลักการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 และส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา
               ⚖️ ปี พ.ศ. 2569 เข้าสู่กระบวนการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีและกระบวนการทางนิติบัญญัติต่อไป
               ทั้งหมดนี้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย รวมถึงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ร่างกฎหมายมีความรอบคอบและเหมาะสมต่อการนำไปใช้จริง
               🌱 เพราะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องของทุกคน มาร่วมติดตามความคืบหน้าของกฎหมายสำคัญที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero ไปด้วยกัน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.สุชาติสั่งการ กรมลดโลกร้อน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Technical Training on EU CBAM Requirements for Thai Verifiers เสริมสร้างศักยภาพผู้ทวนสอบไทย รับมือมาตรการ EU CBAM

               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมอบหมายให้ นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Technical Training on EU CBAM Requirements for Thai Verifiers เมื่อวันที่ 7 – 8 ตุลาคม 2569 ร่วมกับ Ms. Renita Bhasker อัครราชทูตที่ปรึกษา หัวหน้าฝ่ายการค้าและเศรษฐกิจ คณะผู้แทนสภาพยุโรปประจำประเทศไทย โดยการประชุมดังกล่าว ดำเนินการภายใต้โครงการ Technical cooperation in Thailand under the European Union’s EU Climate Dialogues 2 (EUCDs2) programme ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (the European Union Commission’s Directorate-General for Climate Action: DG CLIMA) และมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการดังกล่าว
               การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานของกลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรป (EU CBAM) กฎหมายและข้อกำหนดด้านการติดตามและการรายงาน โดยมุ่งเน้นข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดสำหรับผู้ทวนสอบ และผู้รับรองการคำนวณราคาคาร์บอน ตลอดจนแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กรที่สนใจให้บริการทวนสอบภายใต้กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความจำเป็นเร่งด่วนในการรองรับ EU CBAM การวางรากฐานสำหรับการดำเนินนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน รับนโยบาย รมว.ทส. เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ในสัปดาห์ที่ 22

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ให้ชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. อย่างต่อเนื่อง ในสัปดาห์ที่ 22 โดยมุ่งเน้นให้เกิดความชัดเจนและต่อเนื่อง มีความครบถ้วนรอบด้าน และสามารถช่วยให้ประเทศไทยวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
               ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ในสัปดาห์นี้ คณะกรรมการได้พิจารณาประเด็นเกี่ยวกับอำนาจในการประเมินภาษีของเจ้าพนักงาน ในหมวด 10 ภาษีคาร์บอน และเริ่มพิจารณาหมวด 11 คาร์บอนเครดิต โดยกรมได้ชี้แจงแนวคิด หลักการ วัตถุประสงค์ และแนวทางการใช้คาร์บอนเครดิตตามร่างพระราชบัญญัติฯ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นนิยาม วัตถุประสงค์ของการใช้คาร์บอนเครดิต อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความเชื่อมโยงกับนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกลไกการดำเนินการที่เกี่ยวข้องของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช”

               วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ทำบุญตักบาตร อาหารแห้ง พร้อมกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” และรับฟังบรรยายธรรมคำพ่อสอน จากพระมหาอดิศักดิ์ อภิปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดบรมสถล เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดจนร่วมกันทำความสะอาด บำเพ็ญประโยชน์ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน ณ บริเวณชั้นใต้ดินของหน่วยงาน โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 253 คน
               ทั้งนี้ อาหารแห้งและสิ่งของที่ได้จากการตักบาตรส่วนหนึ่ง ทางวัดจะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

คู่มือการจัดทำห่วงโซ่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตอนที่ 1: ทำความรู้จักกับ ห่วงโซ่ผลกระทบ (Impact Chain)

🌏รู้ความเสี่ยง เห็นความเชื่อมโยง วางแผนปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
               การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เชื่อมโยงตั้งแต่ “ภัย” “การเปิดรับภัย” “ความเปราะบาง” ไปจนถึง “ความเสี่ยง” ของผู้คน สิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม
               “ห่วงโซ่ผลกระทบ (Impact Chain)” เป็นเครื่องมือเชิงแนวคิดที่ช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ และวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
               📖 ชวนอ่าน “คู่มือการจัดทำห่วงโซ่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” คู่มือที่จะช่วยทำความเข้าใจแนวคิดและขั้นตอนการจัดทำ Impact Chain พร้อมตัวอย่างการจัดทำห่วงโซ่ผลกระทบในสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ และแหล่งข้อมูลสำหรับศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
เพราะ การรู้จักความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ คือจุดเริ่มต้นของการวางแผนปรับตัวที่เหมาะสมและนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง 🌱

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”