กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Climate Policy and Biodiversity Project) ครั้งที่ 2/2568

          เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Climate Policy and Biodiversity Project) ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธาน และรองประธาน 3 คน ประกอบด้วย 1) นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม 2) นายทรงเกียรติ ตาตะยานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 3) Dr. Timo Menniken, Country Director of GIZ Thailand พร้อมด้วย Ms. Ebba Scholl, Minister, Deputy Chief of Mission, German Embassy Bangkok เข้าร่วมสังเกตการณ์
          โครงการ Climate Policy and Biodiversity Project เป็นโครงการความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2570 มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการพัฒนา และขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพของไทย โดยในการประชุมดังกล่าว มีการรับรองรายงานการประชุมฯ ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฯ ความร่วมมือกับโครงการอื่น ๆ และสรุปผลการประชุมเชิงนโยบายและคณะกรรมการกำกับโครงการความร่วมมือ ไทย – เยอรมัน (Policy Dialogue and Steering Committee Meeting on Thai – German Cooperation) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ณ เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี รวมถึงเห็นชอบแผนการดำเนินโครงการฯ ในระยะถัดไป และพิจารณาให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของประเทศต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมแสดงความยินดีกับ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร และข้าราชการ ร่วมแสดงความยินดีกับ ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สักการะพระพุทธสยัมภู พระพุทธรูปประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยมีผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการจากหน่วยงานในสังกัด ทส. ร่วมมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ชั้น 17 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยาย “Climate Change Policy Toward Net Zero” ในหลักสูตร วพน. รุ่นที่ 22

          เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Climate Change Policy Toward Net Zero” ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 22 (วพน.22) ณ ห้อง Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ จัดโดยสถาบันวิทยาการพลังงาน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องพลังงาน ความจำเป็นของพลังงานขั้นพื้นฐาน ตลอดจนขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืนดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้บรรยายเกี่ยวกับ สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการดำเนินงานระดับโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. อาทิ ข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ความท้าทายและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ NDC 3.0 มาตรการและเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ภายใต้ร่าง พรบ. ที่จะช่วยในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมแบบยั่งยืนและคาร์บอนต่ำ รวมทั้งตอบข้อซักถามในประเด็นต่างๆ เช่น การฟอกเขียว (greenwashing) การบังคับใช้พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ… และการรับรองมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย เป็นต้น โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้นำจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และนักวิชาการ เข้าร่วมการอบรมจำนวน 96 คน
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน เปิดเวทีเผยแพร่และรับฟังข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษา พัฒนาเครื่องมือติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ

          เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดประชุมเพื่อเผยแพร่และรับฟังข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษาโครงการจ้างที่ปรึกษาพัฒนาเครื่องมือติดตามการประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ โดยมี นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และนายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ณ ห้องประชุม Sapphire suite ชั้น 7 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โปรแกรม Zoom Meeting มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา หน่วยงานสนับสนุน ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิจัย และภาคประชาสังคม จำนวนรวม 200 คน การประชุมเผยแพร่ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อ “ภาพรวมการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ” โดย นางนิติภา วรพันธ์ตระกูล ผู้อำนวยการกลุ่มประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก “แนะนำภาพรวมของโครงการและแนวทางการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกมาตรการเกณฑ์มาตรฐานและติดฉลากอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง” โดย รศ.วงกต วงศ์อภัย ผู้จัดการโครงการคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ “แนวทางการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก และมาตรการเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Code) ของอาคาร” โดย รศ.ดร.นิติคำเมืองลือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะผลการศึกษาโครงการฯ จากผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาของโครงการให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน


กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ GIZ อบรมเสริมศักยภาพโรงแรมของภูเก็ต เพื่อเข้าสู่ Green Hotel Plus Phuket Sandbox

          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในงานอบรมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรมภายใต้โครงการ Green Hotel Plus Phuket Sandbox ณ ห้องประชุมภูเก็ต แกรนด์ บอลรูม โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมี นางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงานการจัดอบรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง Thailand Taxonomy ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและสร้างความเข้าใจในเรื่องการขอรับรองตามมาตรฐาน Green Hotel Plus ภายใต้โครงการ Green Hotel Plus Phuket Sandbox ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การเป็น Green Destination ด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เสริมบทบาทผู้นำองค์กรไทย ผ่านหลักสูตร Net Zero CEO Leadership Program รุ่น 2

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) บรรยายพิเศษหลักสูตร Net Zero CEO Leadership Program รุ่น 2 โดยสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน และธนาคารกสิกรไทย จำกัด ณ ห้องอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในหัวข้อ Climate Action & Commitment: From Global to Thailand Net Zero Mission โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคธุรกิจที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 60 คน เข้าร่วมรับฟังสถานการณ์แนวโน้มการดำเนินธุรกิจท่ามกลางปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น รวมถึงทิศทางพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับนานาชาติ ที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่การปลดปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยาย “ผลกระทบจาก Climate Change ที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือ” ในหลักสูตร EEP รุ่นที่ 10

เมื่อวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “ผลกระทบจาก Climate Change ที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือ” ในหลักสูตรพลังงานสำหรับผู้บริหาร รุ่นที่ 10 (Executive Energy Program : EEP) ณ โรงแรมสวิสโซเทล กรุงเทพฯ ทั้งนี้ หลักสูตร EEP รุ่นที่ 10 จัดโดยสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงความสำคัญของพลังงาน และการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิให้กับผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ที่คำนึงถึงการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีนักบริหารและผู้นำรุ่นใหม่จากองค์กรต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม เข้าร่วมการอบรมจำนวน 85 คนโดย นายปวิช เกศววงศ์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มการดำเนินงานระดับโลก ยุทธศาสตร์และทิศทางนโยบายของประเทศไทยต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) การผลักดันการดำเนินงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) เช่น (ร่าง) พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ… แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี พ.ศ. 2564 – 2573 แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และผลกระทบของประเทศไทยจากการปรับนโยบายของสหรัฐอเมริกา
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เชิดชู 73 เครือข่าย เปิดเวที CCE Children & Youth Forum รวบรวมเสียงสะท้อนแก้วิกฤตโลกเดือด สู่เวที COP 30

          วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิด “การประชุมภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย” ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 สิงหาคม 2568 เพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนวทางนโยบาย และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน พร้อมเชิดชูเกียรติเครือข่ายเด็กและเยาวชนดีเด่น ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2568 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจาก 73 เครือข่ายที่ได้รับรางวัลฯ และองค์กรภาคีทั้งในและต่างประเทศ รวมกว่า 260 คน
​          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนอย่างมากมาโดยตลอด ในฐานะพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น การส่งเสริมและยกระดับเป็นเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม และเสริมศักยภาพให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติและนานาชาติ จนสามารถเป็นกระบอกเสียงในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการประชุม COP และการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย หรือ TCAC ได้จัดให้มีเวที Children & Youth Session เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองและวิสัยทัศน์ รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนกลไกสู่การแก้ปัญหาวิกฤตการณ์โลกเดือด โดยผลจากการประชุมเวทีต่างๆ ในภาคเด็กและเยาวชน จะได้นำไปรวบรวมเป็นข้อเสนอในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประชาคมโลกร่วมกัน นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ส่งเสริมส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้เกิดการปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการเสริมศักยภาพและทักษะในการพัฒนาการดำเนินโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมร่วมมือกับภาคีเครือข่าย องค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการขยายเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมให้เพิ่มมากขึ้น​
​          “วันนี้ ขอขอบคุณ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และสภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ที่เห็นความสำคัญและได้เข้าร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคณะกรรมการประเมินโครงการฯ จากทั้งหน่วยงานภายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม UNICEF Thailand และ UNDP Thailand และที่สำคัญ ขอบคุณเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทุกแห่ง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงและแก้วิกฤตโลกเดือดอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” ดร.พิรุณ กล่าวทิ้งท้าย
          ​สำหรับกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเครือข่ายเด็กและเยาวชนดีเด่น ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2568 และจัดเวที CCE Children & Youth Forum ในหัวข้อ “ภาคีเครือข่ายเด็กและเยาวชนกับบทบาทการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย” กิจกรรม Workshop กำหนดแนวทางการพัฒนาโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพ สอดรับกับสถานการณ์แผนและนโยบายของประเทศและนานาชาติ รวมถึงกิจกรรม Workshop รับฟังเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชน สู่การขับเคลื่อนแก้ปัญหาวิกฤตการณ์โลกเดือด (Children & Youth Empowerment for Climate Action) ซึ่งผลสรุปจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะนำไปสรุปรวบรวมข้อมูล เป็นเสียงสะท้อนในเวที Youth Session ของการประชุม TCAC 2025 ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 และเวที Children & Youth Session ของการประชุม COP 30 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ณ ประเทศบราซิล ต่อไป
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568

          วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3
อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานเครือข่าย ทสม. ระดับกลุ่ม 6 กลุ่ม รวมทั้งสิ้น 35 คน ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอำนวยการ ทสม. กรุงเทพมหานคร เรื่อง กรอบเวลาและขั้นตอนการคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะฝ่ายเลขาฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน เสริมความเข้มแข็ง ตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

          วันที่ 20 สิงหาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และพิธีเปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี
          ศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการส่งเสริมและยกระดับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ปัจจุบันมีสมาชิก 143 ราย พื้นที่ 6,000 ไร่ โดยศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีการบริหารจัดการแปลงและนำเทคโนโลยี 4 ป + 1 IPM มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินการที่ผ่านมานอกเหนือจากการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ การจัดทำป้ายนิทรรศการและสื่อประชาสัมพันธ์สำหรับการให้ความรู้ภายในศูนย์ฯ แล้ว ยังได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ สร้างองค์ความรู้ด้านการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมประสานหน่วยงาน เครือข่ายเพื่อพัฒนาต่อยอดแนวคิดให้กับคณะกรรมการและสมาชิกของศูนย์ รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์ฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
          กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จึงได้เล็งเห็นศักยภาพของศูนย์เรียนรู้ลดโลกร้อน นาแปลงใหญ่ เกษตรสมัยใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ที่จะสามารถส่งเสริมต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนาให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมและสนับสนุน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ที่สำคัญในการขยายองค์ความรู้ไปสู่ประชาชน และหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจ นำไปปฏิบัติต่อยอด เป็นแรงบันดาลใจและผลักดันให้เกิดการทำนาลดโลกร้อน ในพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 คน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”