รมว.สุชาติ สั่งกรมลดโลกร้อน เร่งขยายความร่วมมือ ดึงพลังงานเดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนประเทศไทยมุ่งสู่ Net Zero ผ่าน MOU: พลังงานทดแทน และ MOU: เกษตรสีเขียว

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เร่งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC) และการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
               ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เดินหน้าหารือแนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ผ่าน 2 MOU ได้แก่ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า บ้านอยู่อาศัย เกษตรกรรม และขนส่ง” ระหว่าง สส. และ พพ. และ MOU “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคเกษตรกรรม” ระหว่าง สส. พพ. และ 6 หน่วยงานสำคัญในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร การยกระดับความร่วมมือระหว่าง สส. และ พพ. ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการผสานพลังขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดครอบคลุมครบทุกมิติเศรษฐกิจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ณ ห้องประชุมบัวหลวง อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569

               วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อเร่งยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และนครนายก
               นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีเอกภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที โดยได้กำชับทุกหน่วยงานให้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในภาวะอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาคเศรษฐกิจในพื้นที่
               สำหรับการรับมืออุทกภัย ได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมกันวางแผนการดำเนินงานและการให้บริการประชาชนอย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ และสามารถสนับสนุนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ พร้อมทั้งเร่งเตรียมมาตรการสำคัญ อาทิ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การเปิดทางน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการและระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
               นอกจากนี้ รมว.สุชาติ ยังสั่งการให้จัดตั้งอนุกรรมการ 3 คณะ เพื่อรับผิดชอบดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก แบ่งพื้นที่ให้แต่ละคณะ ติดตามสถานการณ์ ลงพื้นที่ประเมินปัญหาและอุปสรรคอย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมและรายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และไม่เกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชน

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

               เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และบ้านไม้ชายเลน รีสอร์ท จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
               โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ทันต่อสถานการณ์ สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเสริมสร้างการคิดเชิงวิเคราะห์ การทำงานแบบบูรณาการ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย การบรรยาย การเสวนา การอภิปราย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับทั้งองค์ความรู้เชิงวิชาการ ได้แก่ การบรรยายเรื่องการพัฒนาระบบแบบจำลองเมืองเสมือนจริง (Digital Twin) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติ การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการปรับตัวฯ กิจกรรมเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่าย Adaptation Networking และเวที CEO TALK ในหัวข้อ Climate Leadership ขับเคลื่อนอนาคตภูมิอากาศไทย รวมถึงได้จัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน ด้วยแนวคิด NbS และเป็นการเพิ่มพื้นที่กักเก็บคาร์บอน อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยในระยะยาว

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รมว.ทส. สั่งเร่งปรับปรุง LT-LEDS ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero 2050

               นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้มีข้อสั่งการให้เร่งปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ (LT-LEDS) ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero 2050 พร้อมเน้นย้ำถึงการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จึงจัดให้มีการประชุมคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นประธานคณะทำงานฯ ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา (Sectoral focal point) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะคณะทำงานฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 100 คน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Zoom meeting)
               ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งเพิ่มเติมองค์ประกอบคณะทำงานบูรณาการนโยบายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และสาระสำคัญของรายงานสังเคราะห์ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDS Synthesis Report) ฉบับปี พ.ศ. 2566 และสถานะการจัดส่ง LT-LEDS ต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อ (ร่าง) LT-LEDS ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกรอบและทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต อาทิ การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า การขยายตัวของ Data Center ความต้องการใช้ไฟฟ้าและความพร้อมของระบบไฟฟ้า ตลอดจนช่วงเวลาที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศจะถึงจุดสูงสุด (Peak Emissions) โดยรายละเอียดมาตรการและเป้าหมายรายสาขาจะถูกกำหนดได้อย่างชัดเจนในกระบวนการจัดทำ Action Plan สำหรับเป้าหมาย NDC 3.0 ในระยะต่อไป ทั้งนี้ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนจัดส่งต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

               วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) มอบหมายให้นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี (303 – 304) ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ คณะทำงานและเลขานุการ และเจ้าหน้าที่ สส. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 20 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมดังกล่าว
               ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 65/2569 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคำสั่งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 318/2569 ลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้ร่วมกันพิจารณา (ร่าง) แผนงานการติดตามการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 13 (SDG13) ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2573) โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการต่อ (ร่าง) แผนงานฯ ดังกล่าว และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะทำงานฯ ไปใช้ประกอบการปรับปรุง (ร่าง) แผนงานดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนแจ้งเวียนให้คณะทำงานฯ ตรวจสอบและจัดทำเป็นแผนงานฯ ฉบับสมบูรณ์ต่อไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมบรรยายหลักสูตร Net Zero CEO Leadership Program รุ่นที่ 3

               เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ Climate Action & Commitment: From Global to Thailand Net Zero Mission ในหลักสูตรฝึกอบรม Net Zero CEO Leadership Program รุ่นที่ 3 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดยสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืนและธนาคารกสิกรไทย เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศไทย มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในหลากหลายมิติ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 46 คน
               ในการบรรยายครั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้นำเสนอสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและประเทศไทย ความสำคัญของการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการดำเนินงานของประเทศไทยในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 ความคืบหน้าของ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .… ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

               วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมน้อมจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

               วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) เวลา 07.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
               ในการนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมประกอบพิธีด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมน้อมจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

               วันนี้ (29 กรกฎาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งรัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดขึ้น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
               ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการงานสโมสรสันนิบาต โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล พร้อมนำคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และผู้มีเกียรติ ร่วมดื่มถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
               โอกาสนี้ ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมถวายพระพรชัยมงคล ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน สนองพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้เกิดความยั่งยืนสืบไป

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569

               วันนี้ (28 กรกฎาคม 2569) เวลา 20.12 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
               โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล พร้อมกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลและนำจุดเทียนชัยถวายพระพร เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”