ไทย–สิงคโปร์ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิต ภายใต้ความตกลงปารีส

          วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยและสิงคโปร์ ร่วมลงนามในข้อตกลงด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีสระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Implementation Agreement Pursuant to Article 6 of the Paris Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Republic of Singapore) โดยมีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายตัน ซี เหล่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านพลังงานและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนในการลงนาม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ จากทั้ง 2 ประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ
          ข้อตกลงนี้มุ่งเน้นให้ทั้งสองประเทศสามารถดำเนินการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes: ITMOs) จากการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ร่วมกับนานาชาติ โดยมีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ และขับเคลื่อนไปสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการยกระดับการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการลงทุนที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำของไทย ผ่านโครงการที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างหลากหลาย ทั้งด้านป่าไม้ พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนนวัตกรรมการดำเนินงานอื่นๆ ซึ่งจะสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลในอนาคต และจะทำให้ไทยมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางคาร์บอนเครดิตในภูมิภาคอาเซียนได้ในระยะยาว
          ด้านนายตัน ซี เหล่ง กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ที่ยาวนานด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสองประเทศ พร้อมย้ำว่าข้อตกลงนี้จะช่วยผลักดันภูมิภาคอาเซียนให้สามารถพัฒนาและขยายโครงการคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง และเปิดโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจในตลาดคาร์บอน
การลงนามครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทนำของทั้งสองประเทศในการร่วมกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนให้กับภูมิภาคอาเซียน
         “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน

 

 

 

 

2 ปี กรมลดโลกร้อน เร่งเดินหน้านโยบายสภาพภูมิอากาศสู่การปฏิบัติ สร้างความพร้อมประเทศไทยรับมือวิกฤตโลกเดือด ด้วยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

          วันที่ 18 สิงหาคม 2568 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 2 ปี นำเสนอผลการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด “Collective Climate Action: รวมพลังใจ ลดภัยโลกร้อน” โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดีและมอบนโยบาย พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมบริจาคสมทบทุนกองทุนสวัสดิการกรมฯ ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
​          นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทสำคัญทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ในการบริหารจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยผสานโอกาสทางเศรษฐกิจและประโยชน์ทางสังคมไปพร้อมกัน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมบูรณาการการทำงานในทิศทางเดียวกัน ยกระดับนโยบายและแผนสู่การปฏิบัติจริง สร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
          ​ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา กรมลดโลกร้อน ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม เดินหน้าสู่เป้าหมายคาร์บอนต่ำ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (พ.ศ. 2564–2573) โดยในปี 2565 ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 65.23 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งบรรลุเป้าหมายรายปีที่กำหนดไว้ และยกระดับเป้าหมาย “NDC 3.0” ตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี พ.ศ. 2573 พร้อมพัฒนา “แพลตฟอร์มกลางจัดเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศและระบบติดตามผล” (NDC Tracking System) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงนโยบาย
​ในขณะเดียวกัน ได้ขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ผ่านความร่วมมือกับ 7 กระทรวงหลัก ถ่ายทอดสู่ระดับพื้นที่ผ่านแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวรายสาขา ที่มีมาตรการและเป้าหมายสอดรับกับเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation: GGA) รวมถึงพัฒนา “ดัชนีความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศประเทศไทย” (Climate Risk Index Thailand) สำหรับประเมินระดับความเปราะบางและความเสี่ยงรายจังหวัด อีกทั้งพัฒนา “ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงในระดับพื้นที่ขนาด 5×5 กิโลเมตร” ประกอบการวางแผนเชิงพื้นที่ที่แม่นยำ พร้อมขยายการดำเนินงานตามแผนการปรับตัวรายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
          นอกจากนี้ กรมฯ ได้เร่งผลักดัน “ร่าง พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รองรับสถานการณ์โลกในการแข่งขันด้านการค้า การลงทุน และภูมิรัฐศาสตร์ ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยความจริงจังและเข้มข้น ผ่านการใช้ “กลไกราคาคาร์บอนในรูปแบบการจัดสรรสิทธิการปล่อยคาร์บอน” (ETS) “ภาษีคาร์บอน” (Carbon Tax) และ “คาร์บอนเครดิต” ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เตรียมการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และคาดว่าจะสามารถผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาได้ภายในปี พ.ศ. 2569 นี้
          อย่างไรก็ตาม กรมลดโลกร้อน ยังคงสร้างการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก สนับสนุนเครือข่าย ทสม. ชุมชน และโรงเรียนต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเสริมบทบาทเยาวชน และความร่วมมือกับภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับการเสริมศักยภาพ อปท. พัฒนาองค์ความรู้ด้านภูมิอากาศ และผู้ประกอบการให้ยกระดับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน อีกทั้ง ร่วมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พัฒนาข้อมูลภาพฉายภูมิอากาศ (Climate Projection) ที่มีความละเอียดสูง ด้วยแบบจำลองสากลระดับโลก CMIP6 เพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงและวางนโยบายได้อย่างแม่นยำ
          ​“กรมลดโลกร้อน มุ่งมั่นสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero และมีความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในทุกมิติได้อย่างยั่งยืน” ดร.พิรุณ กล่าวทิ้งท้าย

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน

กรมลดโลกร้อน ประชุม 12 องค์กรภาคี เดินหน้าเตรียมจัดงาน TCAC 2025 หนุน Climate Action ในประเทศไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมองค์กรภาคีร่วมจัดการประชุม
ภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025) ณ ห้องประชุมกรรณิการ์ – ราชาวดี ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้บริหาร ประชุมร่วมกับผู้แทนจากองค์กรภาคี จำนวน 12 หน่วยงาน ร่วมหารือแนวทางการร่วมจัดการประชุม TCAC 2025 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด (Inspiring Climate Solution for All)” โดยมีรูปแบบและแนวทางการร่วมจัดการประชุม TCAC 2025 โดยให้องค์กรภาคีร่วมสนับสนุนชุมชน / เครือข่ายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ (Climate Action) และพร้อมร่วมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน เผยแพร่แนวทางการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รายมาตรการหลัก ภายใต้ NDC 3.0

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ หน่วยวิจัยด้านพลังงานที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดประชุมเผยแพร่แนวทางการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รายมาตรการหลัก ภายใต้ NDC 3.0 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ ห้องประชุม Vibhavadee Ballroom A ชั้น L โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม Zoom Meeting และ Facebook live มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา หน่วยงานสนับสนุน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จำนวนรวมกว่า 700 คน
          การประชุมเผยแพร่ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมได้รับฟังการบรรยายในหัวข้อ “เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ของประเทศไทยและแผนการลงทุน (Investment Plan)” โดย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ (ผอ.กยป.) และ“แนวทางการเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ของประเทศไทย รายมาตรการหลัก ภายใต้ NDC 3.0” โดย รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านพลังงานที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และในช่วงการเสวนาหัวข้อ “อนาคตของประเทศไทยกับการเปลี่ยนผ่านจาก NDC 2.0 สู่ NDC 3.0 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050” ได้รับเกียรติจากนายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก เป็นวิทยากรร่วมกับ ผอ.กยป. และ รศ.ดร.บัญฑิต ลิ้มมีโชคชัย แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากการดำเนินงานปัจจุบันสู่การบรรลุเป้าหมายของประเทศในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับ เป้าหมาย แนวทาง และมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ภายใต้ NDC 3.0 และสามารถนำไปประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (NDC Action Plan) ต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

สส. ร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

          กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณท้องสนามหลวง
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

สส. ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

          กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ พระบรมมหาราชวัง
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ประชุมเตรียมความพร้อมจัดงาน TCAC 2025 ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไทย

          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเตรียมการจัดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย (Thailand Climate Action Conference) ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐ ภาคเอกชน จำนวน 30 หน่วยงาน และเจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 79 คน โดยที่ประชุมฯ ได้พิจารณา และให้ข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) รายละเอียดด้านสารัตถะ ด้านพิธีการ และด้านการจัดนิทรรศการและการประชาสัมพันธ์ ในการจัดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 (Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการประสานงานและดำเนินการตามข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคเกษตร ภาคของเสีย และภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ครั้งที่ 1/2568

          เมื่อวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะทำงานจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกและมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคของเสีย ภาคเกษตร และภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม รองประธานคณะทำงาน นายศิวัช แก้วเจริญ ผอู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก คณะทำงานและเลขานุการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ภาคเกษตร ภาคของเสีย และภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน
          ที่ประชุมคณะทำงานฯ มีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญดังนี้ 1) วิธีการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกและกระบวนการ MRV ในมาตรการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสมในพื้นที่ปลูกพืชเกษตร และ 2) ร่างรายงานผลการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการรายสาขาเกษตร และของเสีย ประจำปี 2568 โดยภาคเกษตรมีผลการลดก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 3.40 MtCO2eq และภาคของเสียมีผลการลดก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 3.55 MtCO2eq และ 3) การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2568 (ข้อมูลปี 2566) โดยภาคเกษตร มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 73.16 MtCO2eq และภาคของเสียมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 23.11 MtCO2eq ซึ่งเมื่อรวมบัญชีก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานและคมนาคมขนส่ง และภาคกระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ แล้ว ปี 2566 ประเทศไทยจะมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น 384.65 MtCO2eq ลดลง 1.29 MtCO2eq เมื่อเทียบกับการปล่อยในปี 2565 ที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 385.94 MtCO2eq ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ นำร่างรายงานผลการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกฯ ประจำปี พ.ศ. 2568 เสนอต่อคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านวิชาการและฐานข้อมูล ให้ความเห็นชอบต่อไป
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน รับฟังความคิดเห็น ต่อแนวทางการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ ครั้งที่ 2

          เมื่อ​วันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ ครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. โดยมอบหมายให้บริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด เป็นที่ปรึกษา ดำเนินการร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประชุมด้วยตนเอง ร่วมกับผู้เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meetings) จำนวนกว่า 300 คน
​          การประชุมครั้งนี้ได้นำเสนอความคืบหน้าในการพัฒนาระบบการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ โดยมุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ผ่านการนำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมอง รวมทั้งได้มีการรับฟังการชี้แจงประเด็นข้อสงสัย และรับทราบข้อจำกัดจากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำไปใช้ประกอบการจัดทำ (ร่าง) กฎหมายลำดับรอง ให้มีความเหมาะสม เกิดประสิทธิภาพ และมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติร่วมกับกฎหมายอื่น โดยคำนึงถึงแนวทางที่จะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพของการประกอบธุรกิจควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

 

กรมลดโลกร้อน บรรยายพิเศษ สร้างความพร้อมภาคธุรกิจ สู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในเวที Krungsri–MUFG Business Forum

          เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) บรรยายพิเศษในงาน Krungsri – MUFG Business Forum ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในหัวข้อ The Upcoming Thailand’s Climate Change Act โดยมี นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารระดับสูงเครือ MUFG และภาคธุรกิจที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย กว่า 600 คน รับฟังเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวโน้มในการ ดำเนินธุรกิจท่ามกลางกระแสโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งรับทราบสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนทางการเงินเพื่อสร้างความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่การปลดปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”