กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรม “เปิดบ้านกลุ่มงานจริยธรรม” พร้อมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบความดี

           กรมลดโลกร้อน จัดกิจกรรม “เปิดบ้านกลุ่มงานจริยธรรม” พร้อมมอบรางวัลบุคคลต้นแบบความดีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เปิดบ้านกลุ่มงานจริยธรรม” เพื่อสร้างเครือข่ายจริยธรรมองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน พร้อมมอบโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่บุคคลต้นแบบความดีของกรมฯ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีการจัดนิทรรศการจากสำนัก/ศูนย์/กอง เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านจริยธรรมทั้งภายในกรมและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          โอกาสนี้ นายสุรพล ปัตตานี ประธานกรรมการจริยธรรมประจำกรม ได้เข้าร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนางานด้านจริยธรรมของส่วนราชการให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 280 คน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสะท้อนถึงความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรมขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ร่วมมือสถาบันการศึกษาสร้างกลไกเสริมพลังความร่วมมือด้าน Climate Change

          เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงและเสริมสร้างกลไกความร่วมมือภาคการศึกษาในการดำเนินงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กล่าวรายงาน และมี รศ.ดร.แสงดาว วงค์สาย อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรกระบวนการ พร้อมทั้งมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ศึกษานิเทศก์ อาจารย์ นักวิจัย และผู้แทนจากมหาวิทยาลัย จำนวน 105 คน โดยจัดระหว่างวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม Ballroom A ชั้น 2 โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพมหานคร
          การประชุมฯ ในครั้งนี้ เป็นเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนงาน/ โครงการ หรือกิจกรรมที่มีการดำเนินงานร่วมกัน รวมทั้งร่วมออกแบบและศึกษาความเป็นไปได้ ในการพัฒนากรอบความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในระดับพื้นที่ นำไปสู่การสนับสนุนบทบาทสถาบันการศึกษา เป็นหน่วยประสานงาน (node) ในการติดตาม ประเมิน และรายงานผลด้าน Action for Climate Empowerment (ACE) ผ่านแนวคิด “ClimateNetCap” พัฒนาไปสู่ศูนย์กลางการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติการด้านการเสริมพลังความร่วมมือเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค (Regional Action for Climate Empowerment Center: RACE Center) ในฐานะกลไกเชิงระบบอย่างยั่งยืนในอนาคต
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือสถาบัน GGGI ยกระดับความร่วมมือและการพัฒนาตลาดคาร์บอน

          วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม และเจ้าหน้าที่ สส. ร่วมหารือกับ มร. ซัง ฮยอบ คิม ผู้อำนวยการบริหาร (Executive Director) สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (Global Green Growth Institute: GGGI) และเจ้าหน้าที่ GGGI ณ ห้องประชุมอินทนิล ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนโครงการยกระดับมาตรฐานคาร์บอนคุณภาพสูงของอาเซียน (High-Integrity Carbon Initiative: HACI) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของประเทศไทยที่จะพัฒนามาตรฐานคาร์บอนเครดิตและสร้างตลาดการซื้อขายในภูมิภาคอาเซียน ให้เกิดเครดิตที่มีคุณภาพสูงและเชื่อถือได้ รวมทั้งแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกับสถาบัน GGGI เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งในระดับพื้นที่ชุมพร ครั้งที่ 1/2569

          วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นำโดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศละสิ่งแวดล้อม และนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งในระดับพื้นที่ชุมพร ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมเกาะทองหลาง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีนายสกุล ดำรงเกียรติกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธาน
          โดยที่ประชุมได้นำเสนอภาพรวมโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง โดยการดำเนินกิจกรรมโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ประกอบด้วย 1) การจัดกรอบการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน ที่บูรณาการประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดการกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) การจัดทำแผนการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) ที่บูรณาการประเด็นด้านความหลาหลายทางชีวภาพและการจัดการกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) การจัดทำแนวทางการติดตามและประเมินผลระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งและแนวทางการดำเนินงานมิติวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง 4) การประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนและแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ได้แก่ ระบบนิเวศป่าชายเลน หญ้าทะเล และปะการัง โดยมุ่งเน้นแนวทาง NbS 5) การจัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพและสร้างความตระหนักรู้ในการบริหารจัดการระบบนิเวศทะเลและชายฝั่งเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ในการนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและให้ความเห็นต่อการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ การแต่งตั้งคณะทำงานในพื้นที่นำร่องจังหวัดชุมพร และแผนการดำเนินงานของโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร พร้อมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PATPA Asia Regional Workshop 2026

          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมกับ Partnership on Transparency in the Paris Agreement (PATPA) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PATPA Asia Regional Workshop 2026 ระหว่างวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพมหานคร โดยมี Mr. Oscar Zarzo Head of PATPA Secretariat กล่าวต้อนรับ และดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย Dr. Timo Menniken Country Director of GIZ Thailand, Mr. Adam Coin Counsellor (Economic) of Australian Embassy in Thailand และ Mr. Joseph Teo Chief Negotiator for Climate Change of Ministry of Sustainability and the Environment of Singapore ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมฯ โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้ จำนวน 20 ประเทศ รวมทั้งสิ้น 55 คน
          การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ ข้อจำกัด ปัญหา และอุปสรรค ประสบการณ์ในการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปีฉบับที่ 1 (The First Biennial Transparency Report: BTR1) และการทบทวนรายงาน BTR1 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Technical Expert Review: TER) ตามกรอบความโปร่งใสขั้นสูง (Enhanced Transparency Framework : ETF) ตลอดจนการจัดการเรียนรู้ร่วมกันและฝึกอบรมเชิงเทคนิคเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะ และความพร้อมในการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปีฉบับที่ 2 โดย อธิบดี สส. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับความโปร่งใสในการจัดทำ BTR1 สู่ BTR2 รวมทั้งการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เปลี่ยนจากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติ โดยการประชุมครั้งนี้เน้นการเปลี่ยนผ่านจากประสบการณ์ในการจัดทำ BTR1ไปสู่การเตรียมพร้อมสำหรับการจัดทำรายงาน BTR2 ซึ่งความโปร่งใสถือเป็นหลักการสำคัญของความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการผลักดันการดำเนินงานด้านภูมิอากาศในระดับโลก แม้จะยังมีความท้าทายในด้านการจัดการข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจก การติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัว การดำเนินงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือผ่านการสร้างเครือข่ายในระดับภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่า “จะไม่มีประเทศใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ในการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน มอบรางวัล Miss Climate Change ในงานประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมงานประกวด นางสาวไทย 2569 รอบตัดสิน (Final Competition) ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 พร้อมประกาศผล Miss Climate Change 2025 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกียรติเข้าร่วมงานดังกล่าว และเป็นผู้มอบโล่และสายสะพายให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 ที่ได้รับเลือกเป็น Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน ได้แก่
นางสาวจิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทย ประจำปี 2569
นางสาวฤชาทร กิตติพรพานิช รองชนะเลิศอันดับ 1
นางสาวปวีณา เนียมรักษา รองชนะเลิศอันดับ 2
นางสาวณัฐวดี กาญจนโอภาษ รองชนะเลิศอันดับ 3
นางสาวรุ่งระวี ฉิมชาญเวช รองชนะเลิศอันดับ 4
ซึ่ง Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญและขับเคลื่อนกิจกรรมในการสร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกิดเป็นกระแสสังคมในวงกว้าง นำไปสู่สังคมทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ส่งเสริมการดำเนินงานเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังไฟป่าลดหมอกควัน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism)

            กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือข่ายลุ่มน้ำภูมินิเวศดอยอินทนนท์ เครือข่ายกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์การเกษตร ที่พักดอยอินทนนท์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย จัดการประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) และกิจกรรม “รวมพลัง ต้านคนเผาป่า ลดโลกเดือด” บูรณาการความร่วมมืออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และพื้นที่โดยรอบ ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า ลดปัญหาหมอกควัน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และศูนย์เรียนรู้การจัดการอย่างมีส่วนร่วมอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรม
          การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดในพิธี พร้อมด้วยนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 300 คน ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดจังหวัดเชียงใหม่ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายภูมินิเวศดอยอินทนนท์ เครือข่าย ทสม. เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เยาวชน สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมสำคัญประกอบไปด้วย กิจกรรมรวมพลังป้องกันไฟป่า ลดหมอกควัน “รวมพลัง ต้านคนเผาป่า ลดโลกเดือด” 4 ความศรัทธา สู่การอนุรักษ์ (ศาสนาพุทธ คริสต์ ม้ง และปกาเกอะญอ) การมอบทุนสนับสนุนกิจกรรมเครือข่าย และป้ายเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ผสานความรู้และภูมิปัญญา” เฝ้าระวังไฟป่า ลดหมอกควันและการส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) โดยมีข้อสรุปความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้
          1)ประเด็นการจัดการไฟป่า–เชื้อเพลิงอย่างมีส่วนร่วม ระหว่างอุทยานฯ ชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่และผู้ประกอบการ ภายใต้กรอบกฎหมายและปฏิทินการเผาที่เหมาะสม เพื่อลดฝุ่น PM2.5 เพื่อรักษาคุณภาพอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักของพื้นที่ดอยอินทนนท์ รวมถึงการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าการบูรณาการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของชุมชนคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การท่องเที่ยวเติบโตควบคู่การอนุรักษ์ได้อย่างแท้จริง
          2) ประเด็นการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนโดยจัดตั้งคณะทำงานดอยอินทนนท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน Low Carbon อย่างเป็นระบบ จัดทำฐานข้อมูลกลาง แผนระยะสั้น – ยาว และยกระดับมาตรฐานที่พัก
–บริการ ควบคู่การลดคาร์บอนและกระจายรายได้ทั้งปี พร้อมใช้อัตลักษณ์ชาติพันธุ์และความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างต้นแบบพื้นที่นำร่องที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ร่วมให้ข้อมูลการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวและการวิเคราะห์ต้นทุนและราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) ในการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ

          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมให้ข้อมูลในการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยมี นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นประธานคณะทำงานฯ ณ ห้องประชุมปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ชั้น 6 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้ชี้ให้เห็นถึงการผลักดันกลไกทางเศรษฐศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) และภาษีคาร์บอน (Carbon tax) เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย NDC 3.0 ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 47% ภายในปี ค.ศ. 2035 และมุ่งสู่ Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 กลไกดังกล่าวจะช่วยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการปล่อยคาร์บอน กระตุ้นให้ภาคพลังงาน อุตสาหกรรม และคมนาคมหันไปใช้เทคโนโลยีสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน รวมทั้งแนวทางการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศ และกลไกทางการเงินภายใต้ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ที่จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงาน เช่น กองทุนภูมิอากาศ และมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (Thailand Taxonomy) เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ต้อนรับเยาวชนจากโครงการ JENESYS

          เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.) ให้การสนับสนุนกิจกรรมภายใต้โครงการ Japan – East Asia Network of Exchange for Students and Youths (JENESYS) ระยะที่ 3 เครือข่ายแลกเปลี่ยนเพื่อความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน โดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดกิจกรรม นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อ การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย พร้อมด้วยนางพรศรี มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สป.ทส. เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
         กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานผู้กำหนดนโยบายของประเทศไทย ทั้งในประเด็นความท้าทายและการกำหนดเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับประเทศ และการผลักดันมาตรการและกลไกที่เกี่ยวข้องเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำระดับประเทศและระดับภูมิภาคต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง อววน. ขับเคลื่อนกรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2570 – 2575 มุ่งสร้างนวัตกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายระดับสากล ในการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกรมฯ ได้เข้าร่วมนำเสนอผลักดันจนที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “ข้อเสนอนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)” ตามกรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2570 – 2575 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมรองรับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
          สำหรับกรอบและแผนงานวิจัยระยะ 5 ปีฉบับนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งจากในประเทศ ต่างประเทศ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนงานใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย การลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนปฏิบัติการของประเทศ การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนางานวิจัยเชิงระบบที่เน้นความสำคัญเร่งด่วน โดยทางกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้วางแนวทางให้แผนงานดังกล่าวทำหน้าที่เป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางงานวิจัยและพัฒนากำลังคนทักษะสูง เพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
          นอกจากนี้ เพื่อให้การนำแผนงานไปสู่การปฏิบัติเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกรมฯ ได้ร่วมขับเคลื่อนการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมฯ กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อร่วมกันบริหารจัดการและจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยจะเริ่มใช้กรอบวิจัยนี้เป็นเกณฑ์พิจารณาจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังการขับเคลื่อนระบบงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”