กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

          วันนี้ (12 ธ.ค.68) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพิธีแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัดกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีดังกล่าวกว่า 200 คน

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรมลดโลกร้อนจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

Thailand Pavilion @ COP30 เปิดเวทีเสวนา NbS และการออกแบบ สร้างความเท่าเทียมและเสริมความยืดหยุ่นเมือง

           เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่าย ได้เปิดเวทีเสวนาใน Thailand Pavilion @ COP30 ณ เมืองเบเล็ง สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ซึ่งวันนี้มีหัวข้อเสวนาที่น่าสนใจหลายหัวข้อ
           ช่วงเช้าเวลา 11.00 น. (เวลาบราซิล) เปิดเวทีในหัวข้อ “Undoing the Damage, The Retrofit Urban Revolution with Nature: Action Pathways for Livable, Thriving, and Resilient Cities โดยมีตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านสังคมเมืองและภูมิสถาปนิก มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และบทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคล ในการร่วมกันแก้ไขความเสียหาย การปฏิวัติสังคมเมืองที่ปรับปรุงใหม่ด้วยธรรมชาติ และแนวทางการปฏิบัติเพื่อเมืองที่น่าอยู่และยืดหยุ่นทางด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากประเทศสิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ในการเปลี่ยนผ่านจาก grey infrastructure ไปสู่ green infrastructure อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อสามารถพิจารณาปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมของบริบทของประเทศไทย และสะท้อน “หากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองสามารถจ้างสถาปนิกมาออกแบบที่พักอาศัยของตนเองได้ พวกเขาก็ย่อมควรที่จะจ้างภูมิสถาปนิกมาออกแบบเมืองของพวกเราทุกคนได้เช่นกัน”
ในชุมชนหรือเมืองเปราะบาง เช่น Kibera (Nairobi) และ Villa 20 (Buenos Aires) ที่ชาวบ้านร่วมกันปรับปรุงพื้นที่ด้วยพืชพื้นถิ่นและโครงสร้างสีเขียวขนาดเล็ก ช่วยลดความร้อน ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และสร้างความสามัคคีในชุมชน แสดงให้เห็นว่า Nature-based Solutions (NbS) สามารถขับเคลื่อนจากชุมชนได้จริง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายเมืองที่ยั่งยืน รวมทั้งพื้นที่สาธารณะสีเขียว คือ แนวทาง NbS ที่สร้างความเท่าเทียมและเสริมความยืดหยุ่นเมือง ช่วยควบคุมน้ำท่วม ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ดูดซับคาร์บอน และเพิ่มสุขภาวะของประชาชน ลงทุนเพียง 1 ดอลลาร์สามารถให้ผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมมากกว่า 4–10 เท่า โดยสิงคโปร์เป็นตัวอย่างในการวางแผนเมืองในระยะยาวเพื่อมุ่งสู่ “City in Nature” โดยผสานแนวทาง NbS ในการจัดการน้ำท่วม การขยายพื้นที่สีเขียวและทางเชื่อมสวนสาธารณะ ภายใต้ SG Green Plan 2030 เพื่อสร้างเมืองที่ น่าอยู่ ยืดหยุ่น และยั่งยืน ด้วยการวางแผนบูรณาการระยะ 40–50 ปี
ช่วงบ่ายเริ่มการเสวนาในหัวข้อ ““Nature at Work: Advancing Climate Resilience through Ecosystem-Based Solutions” โดยมีตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิในวงการภูมิสถาปนิกจากประเทศแคนาดาและบราซิล รวมถึงตัวแทนจากภาคหน่วยงานราชการไทย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เสวนาในการใช้แนวทางธรรมชาติ ผ่านระบบนิเวศที่สมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความสำคัญในการบูรณาการระหว่างหลากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายทางด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เน้นย้ำ “ธรรมชาติจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อเราทำงานร่วมกับธรรมชาติเช่นกัน นอกจากนี้ ธรรมชาติไม่ใช่เรื่องของค่าใช้จ่าย หากแต่มันคือการลงทุนที่สำคัญ”
“การออกแบบเมืองอย่างยั่งยืน” ต้องอาศัย วิทยาศาสตร์และธรรมชาติร่วมกัน โดยใช้ระบบนิเวศเป็นพื้นฐานของการออกแบบ สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านภูมิอากาศและเศรษฐกิจสีเขียว
ตัวอย่างแนวทาง Ecosystem-Based Adaptation (EbA) ของประเทศไทย โดยบูรณาการธรรมชาติ ข้อมูล และชุมชน เพื่อเสริมความยืดหยุ่นด้านน้ำในลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก ผ่านการประเมิน CRVA และร่วมออกแบบมาตรการ 11 ด้านกับชุมชน ผลลัพธ์ช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วม-แล้ง เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และยกระดับสู่แผนแม่บทลุ่มน้ำ 22 แห่ง ธรรมชาติถูกมองเป็น “การลงทุน” เพื่อความยั่งยืน ไม่ใช่ต้นทุน
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการประชุม COP 30 และความเคลื่อนไหวใน Thailand Pavilion ได้ทาง Facebook กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ทุกวันตลอดการประชุม
       “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




เปิดรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่ออบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13)

กรมลดโลกร้อน เปิดรับสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่ออบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13) แล้ว!


กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 13 (ปธส.13) ระหว่างเดือนมกราคม– เดือนมิถุนายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักบริหารระดับสูงจัดการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนแบบองค์รวม และบูรณาการตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และภาคเอกชน จำนวน 70 ท่าน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 12 – 30 ธันวาคม 2568 โดยสามารถศึกษารายละเอียดจากคู่มือการรับสมัคร และสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่ออบรมผ่านระบบออนไลน์ตาม QR Code

แบบฟอร์มรับสมัคร
https://shorturl.at/vpqsJ

คู่มือการสมัคร
https://shorturl.at/xAO3d

#ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน
#DCCE
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

สส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และเจ้าหน้าที่ จัดพิธีบำเพ็ญ กุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาดพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมแสดงความอาลัย ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ สิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน

“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

          วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ณ ห้องประชุม ชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำนโยบายการทำงานของ ทส. ต้องสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดำเนินงาน เพื่อความโปร่งใส รวดเร็ว และตรวจสอบได้ พร้อมมุ่งพา ทส. ให้มีความก้าวหน้า ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นลำดับแรก บนพื้นฐานของความถูกต้อง และเป็นธรรม มุ่งเน้นการบูรณาการในการทำงานของหน่วยงานภายใต้ ทส. ภายใต้ ทส.หนึ่งเดียว เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งขอให้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ตลอดจนหลักการทรงงานและพระราชดำรัส ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้เป็นหลักสำคัญในการดำเนินงาน
          ในการนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ได้แจ้งให้หัวหน้าหน่วยงานภายใต้สังกัด ทส. ทราบถึงนโยบายสำคัญของท่านสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ นโยบายคนอยู่กับป่า การจัดทำและปรับปรุงกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ ฝุ่น PM2.5 เป็นต้น
ทั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอสรุปผลการดำเนินงานสำคัญของแต่ละหน่วยงาน ซึ่ง ดร.รวีวรรณ ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญเร่งด่วน อาทิ การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า หมอกควัน การบูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่ Net Zero Emissions การยื่นเอกสารเสนอแหล่งมรดกโลกของไทย การผลักดันกฎหมายที่สำคัญ เช่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ พ.ร.บ. ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น การเสนอของขวัญปีใหม่ 2569 เพื่อประชาชน จาก ทส.
          การบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบ E-ticket เพื่อความโปร่งใสและปลอดภัย การจัดการขยะอาหาร Zero Food Waste การแก้ไขปัญหาคนกับป่า การจัดการไม้ของกลางและไม้มีค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด การถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยด้านน้ำ การยกระดับการบริหารจัดการน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภคและการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรม การสำรวจและจัดทำแผนที่แร่ธาตุหายาก และการขับเคลื่อนแผนแม่บทด้านแร่ธาตุของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาระบบตลาดเพื่อส่งเสริมและรองรับผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากการศึกษาวิจัย และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ ทส. ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
         

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

“ปลัด ทส. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช” มอบนโยบายหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ย้ำชัด “มุ่งพา ทส. ให้ก้าวหน้า..มองประโยชน์ประเทศเป็นลำดับแรก..ยึดหลักธรรมาธิปไตย และน้อมนำพระบรมราโชวาทเป็นหลักในการทำงาน”

 

ประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่งนักวิชาการสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 อัตรา รับสมัครระหว่างวันที่ 11 – 19 ธันวาคม 2568

ประกาศรับสมัครงาน ตำแหน่ง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 อัตรา

กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะครั้งที่ 1 (สอบข้อเขียน) และกำหนดวัน เวลา สถานที่ ในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ เพื่อเป็นพนักงานราชการทั่วไป

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ ขนาดไม่น้อยกว่า 290,400 บีทียู พร้อมติดตั้ง ชั้น 6 จำนวน 4 ชุด ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ประกาศผู้ชนะ ซื้อเครื่องปรับอากาศ