กรมลดโลกร้อน ร่วมหารือสถาบัน GGGI ยกระดับความร่วมมือและการพัฒนาตลาดคาร์บอน

          วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม และเจ้าหน้าที่ สส. ร่วมหารือกับ มร. ซัง ฮยอบ คิม ผู้อำนวยการบริหาร (Executive Director) สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (Global Green Growth Institute: GGGI) และเจ้าหน้าที่ GGGI ณ ห้องประชุมอินทนิล ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนโครงการยกระดับมาตรฐานคาร์บอนคุณภาพสูงของอาเซียน (High-Integrity Carbon Initiative: HACI) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของประเทศไทยที่จะพัฒนามาตรฐานคาร์บอนเครดิตและสร้างตลาดการซื้อขายในภูมิภาคอาเซียน ให้เกิดเครดิตที่มีคุณภาพสูงและเชื่อถือได้ รวมทั้งแนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกับสถาบัน GGGI เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งในระดับพื้นที่ชุมพร ครั้งที่ 1/2569

          วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นำโดยนายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศละสิ่งแวดล้อม และนางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งในระดับพื้นที่ชุมพร ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมเกาะทองหลาง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีนายสกุล ดำรงเกียรติกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธาน
          โดยที่ประชุมได้นำเสนอภาพรวมโครงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง โดยการดำเนินกิจกรรมโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ประกอบด้วย 1) การจัดกรอบการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน ที่บูรณาการประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดการกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) การจัดทำแผนการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) ที่บูรณาการประเด็นด้านความหลาหลายทางชีวภาพและการจัดการกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) การจัดทำแนวทางการติดตามและประเมินผลระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งและแนวทางการดำเนินงานมิติวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง 4) การประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนและแนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ได้แก่ ระบบนิเวศป่าชายเลน หญ้าทะเล และปะการัง โดยมุ่งเน้นแนวทาง NbS 5) การจัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพและสร้างความตระหนักรู้ในการบริหารจัดการระบบนิเวศทะเลและชายฝั่งเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ในการนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและให้ความเห็นต่อการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ การแต่งตั้งคณะทำงานในพื้นที่นำร่องจังหวัดชุมพร และแผนการดำเนินงานของโครงการฯ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร พร้อมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PATPA Asia Regional Workshop 2026

          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมกับ Partnership on Transparency in the Paris Agreement (PATPA) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ PATPA Asia Regional Workshop 2026 ระหว่างวันที่ 24 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพมหานคร โดยมี Mr. Oscar Zarzo Head of PATPA Secretariat กล่าวต้อนรับ และดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย Dr. Timo Menniken Country Director of GIZ Thailand, Mr. Adam Coin Counsellor (Economic) of Australian Embassy in Thailand และ Mr. Joseph Teo Chief Negotiator for Climate Change of Ministry of Sustainability and the Environment of Singapore ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมฯ โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้ จำนวน 20 ประเทศ รวมทั้งสิ้น 55 คน
          การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ ข้อจำกัด ปัญหา และอุปสรรค ประสบการณ์ในการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปีฉบับที่ 1 (The First Biennial Transparency Report: BTR1) และการทบทวนรายงาน BTR1 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Technical Expert Review: TER) ตามกรอบความโปร่งใสขั้นสูง (Enhanced Transparency Framework : ETF) ตลอดจนการจัดการเรียนรู้ร่วมกันและฝึกอบรมเชิงเทคนิคเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะ และความพร้อมในการจัดทำรายงานความโปร่งใสรายสองปีฉบับที่ 2 โดย อธิบดี สส. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับความโปร่งใสในการจัดทำ BTR1 สู่ BTR2 รวมทั้งการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เปลี่ยนจากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติ โดยการประชุมครั้งนี้เน้นการเปลี่ยนผ่านจากประสบการณ์ในการจัดทำ BTR1ไปสู่การเตรียมพร้อมสำหรับการจัดทำรายงาน BTR2 ซึ่งความโปร่งใสถือเป็นหลักการสำคัญของความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการผลักดันการดำเนินงานด้านภูมิอากาศในระดับโลก แม้จะยังมีความท้าทายในด้านการจัดการข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจก การติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัว การดำเนินงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือผ่านการสร้างเครือข่ายในระดับภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่า “จะไม่มีประเทศใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ในการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญนี้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม B-READY

การรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของกรมฯ ที่สอดคล้องกับการประเมิน B-READY

  1. กลไกลราคาคาร์บอนภาคสมัครใจ ( Voluntary Carbon Pricing) ไทยมีความร่วมมือด้านกลไก คาร์บอนเครดิตภายในความตกลกปารีส (Paris Agreement) กับประเทศต่างๆ ได้แก่ สมาพันธ์รัฐสวิส สาธารณรัฐสิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยมีการลงนามในข้อตกลงเพื่อถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตตามกลไกข้อ 6.2 ของความตกลงปารีสและดำเนินการตามกรอบความร่วมมือแล้ว
    >> ดูรายละเอียดเพิ่มเติม dcce.go.th/article6
  2.  กลไกราคาคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory Carbon Pricing) กรมอยู่ระหว่างการเสนอร่างพระราชบัญญัติฯ ซึ่งมีภาษีคาร์บอน ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และกลไกปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน
    >> ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NDU5OURHQV9MQVdfRUPTLRFTkQ=

กรมลดโลกร้อน มอบรางวัล Miss Climate Change ในงานประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมงานประกวด นางสาวไทย 2569 รอบตัดสิน (Final Competition) ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 พร้อมประกาศผล Miss Climate Change 2025 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกียรติเข้าร่วมงานดังกล่าว และเป็นผู้มอบโล่และสายสะพายให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 ที่ได้รับเลือกเป็น Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน ได้แก่
นางสาวจิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทย ประจำปี 2569
นางสาวฤชาทร กิตติพรพานิช รองชนะเลิศอันดับ 1
นางสาวปวีณา เนียมรักษา รองชนะเลิศอันดับ 2
นางสาวณัฐวดี กาญจนโอภาษ รองชนะเลิศอันดับ 3
นางสาวรุ่งระวี ฉิมชาญเวช รองชนะเลิศอันดับ 4
ซึ่ง Miss Climate Change 2025 ทั้ง 5 คน จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญและขับเคลื่อนกิจกรรมในการสร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้เกิดเป็นกระแสสังคมในวงกว้าง นำไปสู่สังคมทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ส่งเสริมการดำเนินงานเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังไฟป่าลดหมอกควัน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism)

            กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือข่ายลุ่มน้ำภูมินิเวศดอยอินทนนท์ เครือข่ายกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์การเกษตร ที่พักดอยอินทนนท์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย จัดการประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) และกิจกรรม “รวมพลัง ต้านคนเผาป่า ลดโลกเดือด” บูรณาการความร่วมมืออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และพื้นที่โดยรอบ ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า ลดปัญหาหมอกควัน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ณ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และศูนย์เรียนรู้การจัดการอย่างมีส่วนร่วมอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรม
          การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดในพิธี พร้อมด้วยนางสาวอุมา ศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 300 คน ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดจังหวัดเชียงใหม่ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายภูมินิเวศดอยอินทนนท์ เครือข่าย ทสม. เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เยาวชน สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมสำคัญประกอบไปด้วย กิจกรรมรวมพลังป้องกันไฟป่า ลดหมอกควัน “รวมพลัง ต้านคนเผาป่า ลดโลกเดือด” 4 ความศรัทธา สู่การอนุรักษ์ (ศาสนาพุทธ คริสต์ ม้ง และปกาเกอะญอ) การมอบทุนสนับสนุนกิจกรรมเครือข่าย และป้ายเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ผสานความรู้และภูมิปัญญา” เฝ้าระวังไฟป่า ลดหมอกควันและการส่งเสริมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) โดยมีข้อสรุปความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้
          1)ประเด็นการจัดการไฟป่า–เชื้อเพลิงอย่างมีส่วนร่วม ระหว่างอุทยานฯ ชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่และผู้ประกอบการ ภายใต้กรอบกฎหมายและปฏิทินการเผาที่เหมาะสม เพื่อลดฝุ่น PM2.5 เพื่อรักษาคุณภาพอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักของพื้นที่ดอยอินทนนท์ รวมถึงการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าการบูรณาการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของชุมชนคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การท่องเที่ยวเติบโตควบคู่การอนุรักษ์ได้อย่างแท้จริง
          2) ประเด็นการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนโดยจัดตั้งคณะทำงานดอยอินทนนท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน Low Carbon อย่างเป็นระบบ จัดทำฐานข้อมูลกลาง แผนระยะสั้น – ยาว และยกระดับมาตรฐานที่พัก
–บริการ ควบคู่การลดคาร์บอนและกระจายรายได้ทั้งปี พร้อมใช้อัตลักษณ์ชาติพันธุ์และความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างต้นแบบพื้นที่นำร่องที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างที่ปรึกษาจัดทำรายงานและประเมินผลการดำเนินงานเสริมสร้างพลังความร่วมมือดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา ประกวดราคาจ้างผลิตและเผยแพร่รายการออนไลน์ สร้างการรับรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านสื่ออนไลน์ยอดนิยม