ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา ประกวดราคาจ้างจัดกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding

กรมลดโลกร้อน ร่วมให้ข้อมูลการปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวและการวิเคราะห์ต้นทุนและราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) ในการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ

          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมให้ข้อมูลในการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ โดยมี นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นประธานคณะทำงานฯ ณ ห้องประชุมปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ชั้น 6 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
          ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช ได้ชี้ให้เห็นถึงการผลักดันกลไกทางเศรษฐศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) และภาษีคาร์บอน (Carbon tax) เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย NDC 3.0 ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 47% ภายในปี ค.ศ. 2035 และมุ่งสู่ Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 กลไกดังกล่าวจะช่วยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการปล่อยคาร์บอน กระตุ้นให้ภาคพลังงาน อุตสาหกรรม และคมนาคมหันไปใช้เทคโนโลยีสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน รวมทั้งแนวทางการขอรับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศ และกลไกทางการเงินภายใต้ (ร่าง) พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ที่จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงาน เช่น กองทุนภูมิอากาศ และมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (Thailand Taxonomy) เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ต้อนรับเยาวชนจากโครงการ JENESYS

          เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.) ให้การสนับสนุนกิจกรรมภายใต้โครงการ Japan – East Asia Network of Exchange for Students and Youths (JENESYS) ระยะที่ 3 เครือข่ายแลกเปลี่ยนเพื่อความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน โดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดกิจกรรม นายกิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อ การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย พร้อมด้วยนางพรศรี มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สป.ทส. เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
         กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานผู้กำหนดนโยบายของประเทศไทย ทั้งในประเด็นความท้าทายและการกำหนดเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับประเทศ และการผลักดันมาตรการและกลไกที่เกี่ยวข้องเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำระดับประเทศและระดับภูมิภาคต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


กรมลดโลกร้อน ผนึกกำลัง อววน. ขับเคลื่อนกรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2570 – 2575 มุ่งสร้างนวัตกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

          เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายระดับสากล ในการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกรมฯ ได้เข้าร่วมนำเสนอผลักดันจนที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “ข้อเสนอนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.)” ตามกรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2570 – 2575 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมรองรับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
          สำหรับกรอบและแผนงานวิจัยระยะ 5 ปีฉบับนี้ มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งจากในประเทศ ต่างประเทศ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนงานใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย การลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนปฏิบัติการของประเทศ การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนางานวิจัยเชิงระบบที่เน้นความสำคัญเร่งด่วน โดยทางกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้วางแนวทางให้แผนงานดังกล่าวทำหน้าที่เป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางงานวิจัยและพัฒนากำลังคนทักษะสูง เพื่อให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาวผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
          นอกจากนี้ เพื่อให้การนำแผนงานไปสู่การปฏิบัติเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกรมฯ ได้ร่วมขับเคลื่อนการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมฯ กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อร่วมกันบริหารจัดการและจัดสรรงบประมาณผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) โดยจะเริ่มใช้กรอบวิจัยนี้เป็นเกณฑ์พิจารณาจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังการขับเคลื่อนระบบงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


ข้อมูลสาระสำคัญในสัญญา ประกวดราคาจ้างพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาในการจัดการเรียนรู้ด้านการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding

กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ วช. จับมือเครือข่ายภาคี หนุน “ชุมชนคาร์บอนต่ำ” นำร่องต้นแบบคุณธรรมสู่ Net Zero

          วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานสัมมนา “เริ่มด้วยใจ เปลี่ยนผ่านไทยสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ ระยะ 2” ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช. 1 โดยมี รศ. ดร.สุนิดา อรุณพิพัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ เป็นผู้กล่าวถึงที่มา และได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ UNIDO, JICA และ DCCE เครือข่าย ทสม. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยมีกิจกรรมการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ 8 ชุมชนคาร์บอนต่ำต้นแบบ และเวทีเสวนา “ถอดบทเรียนคุณธรรม: สู่เส้นทาง Net Zero ของไทย” เพื่อสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างยั่งยืน
         ในการนี้ นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผลงานวิจัยและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน พร้อมให้สัมภาษณ์ในประเด็น ชุมชนคาร์บอนต่ำกับการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศ และโอกาสในการยกระดับสู่เชิงนโยบาย รวมถึงขยายผลได้ในระดับประเทศ และระดับสากล โดยเน้นย้ำว่าชุมชนคาร์บอนต่ำคือส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

          เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม และเจ้าหน้าที่กรม ร่วมประชุมหารือกับ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวเกศรัชฎา กลั่นกรอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ และเจ้าหน้าที่ กทม. รวมทั้งนายประทีป สุทธิปริญญานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีน โซลูเทค จำกัด นายณัฐพันธ์ กลิ่นเกษร วิศวกรสิ่งแวดล้อมอาวุโส บริษัท กรีน โซลูเทค จำกัด เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย บริษัทฯ ได้นำเสนอเทคโนโลยีระบบบําบัดน้ำเสีย MEMVEX (Microbial Ecosystem Molecular Ventilation Exchanger) ที่เป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศประสิทธิภาพสูงในพื้นที่จำกัดโดยใช้อุปกรณ์แลกเปลี่ยนหมุนเวียนอากาศระดับโมเลกุล ซึ่งเอื้อให้เกิดระบบนิเวศของจุลินทรีย์ที่ดีเหมาะสําหรับการบําบัดน้ำเสียที่มีความหลากหลาย ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันในการดำเนินโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อรับน้ำเสียบริเวณบึงประชาสัมพันธ์ 1 กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทฯ จะลงทุนติดตั้งและบริหารจัดการระบบ MEMVEX พร้อมระบบวัดผลแบบ Real-Time พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ต่อไป

          “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กรมลดโลกร้อน ร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานโครงการต้นแบบปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

กรมลดโลกร้อน จัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร นโยบาย และแผนด้านดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

          เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) นโยบาย และแผนด้านดิจิทัล กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม DCIO ประจำกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารกรม และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม โดยมีบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันต่อแนวทางการดำเนินโครงการ รับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภายใน และเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นในการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร แผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล การพัฒนาและบูรณาการระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางและพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กรด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับภารกิจและยุทธศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกระบวนการทำงาน ข้อมูล ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพยืดหยุ่นและยั่งยืน ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 80 คน
          ในการนี้ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้มอบนโยบายและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้งานทดแทนการทำงานแบบเดิมเพื่อพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกสำนัก/ศูนย์/กองที่ต้องให้การสนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ ใน 3 ด้าน กับทีมงานผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อให้การจัดทำโครงการสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถใช้ EA เป็นพิมพ์เขียวในการพัฒนาองค์กร รวมถึงมีแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลที่สอดคล้องกับการพัฒนาองค์กรที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบตามที่มุ่งหวังไว้ต่อไป ดังนี้
          1. การจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) ทั้งข้อมูลในด้านด้านภารกิจและกระบวนงาน (Business Domain) ด้านข้อมูล (Data Domain) ด้านระบบงาน (Application Domain) และดานเทคโนโลยี (Technology Domain)
          2. การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านดิจิทัล ทั้งการปรับปรุงแผนปฏิบัติการดิจิทัลฉบับปัจจุบัน คือปี 2567-2570 ร่างแผนดิจิทัลและร่างแผนปฏิบัติการไซเบอร์ ประจำปี 2571-2575 ให้มีความทันสมัย ครบถ้วน และสอดคล้องกับบริบทขององค์กร
          3. การจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Database) ให้เป็นฐานข้อมูลกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกลาง ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) เพื่อคัดเลือกเฉพาะข้อมูลที่พร้อมใช้งาน และการพัฒนาเครื่องมือ Business Intelligence (BI) เพื่อจัดทำ Dashboard นำเสนอข้อมูลเพื่อการบริหารและการตัดสินใจในเชิงนโยบาย รวมทั้งการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วต่อประชาชนผู้ใช้บริการ
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



กรมลดโลกร้อน ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากเนปาล

          วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากกระทรวงป่าไม้และสิ่งแวดล้อม แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สาขาพลังงาน สาขาเกษตรและป่าไม้ (AFOLU) สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) สาขาการจัดการของเสีย สาขาการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ และเจ้าหน้าที่จากโครงการเสริมสร้างศักยภาพเชิงสถาบันและเชิงเทคนิคเพื่อดำเนินการตามกรอบการดำเนินงานด้านความโปร่งใสภายใต้ความตกลงปารีส (The Capacity-building Initiative for Transparency: CBIT) พร้อมนี้ นางสาวฌนุษกุล สุภิรักษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน นางสาวนภาพร ตั้งถิ่นไท ผู้อำนวยการกลุ่มการเงินและการลงทุนด้านภูมิอากาศ กองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ และผู้แทนกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้
          การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านภูมิอากาศในระดับนโยบาย การเงินด้านภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการดำเนินงานตามกรอบความโปร่งใส อาทิ ระบบการตรวจวัด รายงาน และการทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) การดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ของประเทศ ภายใต้ LT-LEDS ของประเทศไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายตามกรอบอนุสัญญาฯ และความตกลงปารีส ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเนปาล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกันในระดับภูมิภาค
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”