กรมลดโลกร้อน ร่วมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Climate Budget Tagging ครั้งที่ 1


วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Budget Tagging) ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ลาดพร้าว บาย ยูเฮชจี สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม) และหน่วยงานภายในของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) รวมประมาณ 40 คน การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือภายใต้โครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง (Climate, Coastal, and Marine Biodiversity: CCMB) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ผ่านการสนับสนุนภายใต้โครงการ International Climate Initiative (IKI)
          ภาคเช้าเป็นการเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติด้านการจัดทำงบประมาณแผ่นดินที่ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการนำเสนอและตอบข้อซักถามของ ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “กรอบนโยบายและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” และนายวุฒิพันธ์ ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ 2 ซึ่งร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของสำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการติดตามและประเมินผล”
          ภาคบ่ายเป็นการรับฟังการนำเสนอในหัวข้อ “Introduction to Climate Finance and Green Budget Tagging” ซึ่งมุ่งอธิบายแนวคิดพื้นฐานของการเงินด้านภูมิอากาศและการจัดทำ Climate Budget Tagging พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงข้อดีและข้อจำกัดในการจัดทำและดำเนินการในบริบทของสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของ Ms. Tamara Kern ผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ)
          การประชุมข้างต้นจะจัดทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งได้วางแผนดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2569 โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานความเข้าใจในมิตินโยบาย ระบบงบประมาณ และการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสอดรับกับหลักการจัดสรรงบประมาณในระดับสากล
 “ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


 

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างดำเนินโครงการสร้างจิตสำนึกและพัฒนาเครือข่ายอนุรักษ์คลองแสนแสบ ประจำปี 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาในการจัดการเรียนรู้ด้านการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding

สส. ส่งมอบปฏิทินเก่าและกล่องพัสดุเหลือใช้เพื่อผู้พิการทางสายตา

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมอบหมายให้ นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม พร้อมด้วยนางสาวณัฐวรรณ ชมอินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานจริยธรรม ส่งมอบปฏิทินเก่าและกล่องพัสดุเหลือใช้ ให้กับศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด จังหวัดนนทบุรี จำนวน 100 กิโลกรัม ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมการทำความดี ตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมของสำนักงานเลขานุการกรมและหน่วยสนับสนุน ซึ่งปฏิทินเก่าที่รวบรวมได้ดังกล่าว นำไปผลิตเป็นสื่อการเรียน การสอน ช่วยเหลือผู้พิการ ทางสายตา และยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 210 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ (e-bidding)

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างผลิตและเผยแพร่สื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาจ้างประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2569

กรมลดโลกร้อน ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อหาแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP)

          วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) นำโดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก นายปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ เลขานุการกรม และเจ้าหน้าที่ ร่วมประชุมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำโดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. และนายสุมิทธิ์ เกศวพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate and Environment) เพื่อยกระดับภาครัฐระบบเปิดด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องประชุมบัวหลวง (401) ชั้น 4 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
          ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ส่งผลให้ประเทศไทยมีพันธกิจสำคัญในการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) เพื่อขับเคลื่อนค่านิยมหลักของภาครัฐระบบเปิด อันได้แก่ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากล และที่ประชุมได้พิจารณาหารือในประเด็นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Issues) ได้แก่
          1) ด้านการปรับตัว (Climate Adaptation) อธิบดี สส. ได้นำเสนอภารกิจของหน่วยงาน เช่น การทำดัชนีความเสี่ยงในระดับพื้นที่ การสร้างเครือข่ายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถบูรณาการกับยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ก.พ.ร.
          2) ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation) สส. ได้สนับสนุนข้อมูลเพื่อจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ให้กระทรวงพลังงาน เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เป็นธรรม
          3) พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์นำร่อง (Strategic Areas) ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน ได้แก่ สระบุรี (Saraburi Low Carbon and Resilience City) น่าน (NAN Mindfulness and Resilience City) กรุงเทพมหานคร อ่าวพังงา และคุ้งบางกะเจ้า อธิบดี สส. ได้เสนอแนะว่าการดำเนินงานในพื้นที่ควรตอบโจทย์ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ และการประเมินการสนับสนุนทั้งด้านการเงินที่จำเป็น รวมทั้งการปรับปรุงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
     ทั้งนี้ สส. จะสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อให้การจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและเกิดผลเป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากลต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”