เดือน: กุมภาพันธ์ 2569
กรมลดโลกร้อน ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อหาแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP)

ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ส่งผลให้ประเทศไทยมีพันธกิจสำคัญในการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) เพื่อขับเคลื่อนค่านิยมหลักของภาครัฐระบบเปิด อันได้แก่ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากล และที่ประชุมได้พิจารณาหารือในประเด็นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Issues) ได้แก่
1) ด้านการปรับตัว (Climate Adaptation) อธิบดี สส. ได้นำเสนอภารกิจของหน่วยงาน เช่น การทำดัชนีความเสี่ยงในระดับพื้นที่ การสร้างเครือข่ายด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถบูรณาการกับยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ก.พ.ร.
2) ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation) สส. ได้สนับสนุนข้อมูลเพื่อจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ให้กระทรวงพลังงาน เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เป็นธรรม
3) พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์นำร่อง (Strategic Areas) ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน ได้แก่ สระบุรี (Saraburi Low Carbon and Resilience City) น่าน (NAN Mindfulness and Resilience City) กรุงเทพมหานคร อ่าวพังงา และคุ้งบางกะเจ้า อธิบดี สส. ได้เสนอแนะว่าการดำเนินงานในพื้นที่ควรตอบโจทย์ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ และการประเมินการสนับสนุนทั้งด้านการเงินที่จำเป็น รวมทั้งการปรับปรุงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ สส. จะสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อให้การจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและเกิดผลเป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากลต่อไป
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”




ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green (รอบที่ 7)
ตามที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (G – Green) โดยดำเนินการสนับสนุนสถานประกอบการ และหน่วยงาน รวมถึงผู้บริโภคระดับประชาชน และใช้กระบวนการประเมินรับรองความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญลักษณ์ G – Green เป็นเครื่องมือให้เกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ มีการจัดการดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และพร้อมรับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีภูมิคุ้มกัน มุ่งสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 นั้น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาหน่วยงานที่ยื่นเอกสาร หลักฐานเพื่อขอขึ้นทะเบียนหน่วยงานรับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green และผ่านการพิจารณา คุณสมบัติจากเอกสารหลักฐานของหน่วยงานที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน รับดำเนินงานตรวจประเมินรับรอง G – Green ดังนี้ จึงประกาศรายชื่อหน่วยงาน ดังนี้
1. บริษัท อินโนกรีน จำกัด
2. บริษัท นภา กรีนเอิร์ท แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
กรมลดโลกร้อน ร่วมลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และหน่วยงานในสังกัด ร่วมลงนามคำรับรองฯ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมและผ่านระบบ Video Conference
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้มอบแนวทางการดำเนินงานให้ทุกหน่วยงานทำงานภายใต้แนวคิด “ทส. หนึ่งเดียว” บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นและจังหวัด เพื่อลดอุปสรรคทางด้านงบประมาณและขั้นตอนการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคส่วนอื่นและประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมให้ความสำคัญกับการทำงานตามตัวชี้วัด (KPIs) ที่ต้องบูรณาการร่วมกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกระทรวงไปจนถึงระดับบุคคล เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้มีมาตรฐานและประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านกลยุทธ์การลดความสูญเสียจากไฟป่าควบคู่กับการปลูกป่าเสริม และการแก้ไขปัญหา PM 2.5 พร้อมเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตที่ดินรัฐเพื่อขจัดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ขณะเดียวกันได้ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยการเพิ่มความคล่องตัวในการอนุมัติอนุญาตโดยเฉพาะการเร่งรัดคำขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า เพื่อให้หน่วยงานราชการและท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนโครงการได้ตามเป้าหมาย รวมไปถึงการมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) ทำหน้าที่เป็นตัวแทนกระทรวงฯ ในการรายงานความคืบหน้าต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



ขอเชิญร่วมอบรมหลักสูตร “กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านภูมิอากาศเพื่อพัฒนาแผนด้านการปรับตัว ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับจังหวัดและท้องถิ่น”
กรมลดโลกร้อน ร่วมกับ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอเชิญร่วมอบรมหลักสูตร “กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านภูมิอากาศเพื่อพัฒนาแผนด้านการปรับตัว
ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับจังหวัดและท้องถิ่น”
หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร ?
– บุคลากรจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัด
– องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
– สถาบันการศึกษา
– บุคลากรจากหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
🗓 วันที่ 19 – 20 มีนาคม 2569
🕣 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แบงคอก กรุงเทพฯ
✅ การเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการตาม (ร่าง) พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …
✅แนวทางการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Climate Risk Assessment: CRA)
✅การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุภัยและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
✅การระบุการเปิดรับ ความอ่อนไหว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงต่อภัยจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ
🎓รับใบประกาศนียบัตรจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
💸 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
📌 สมัครได้ที่: https://datacenter.dcce.go.th/training/course-search/?type=1
🗓 กำหนดการและรายละเอียด: https://drive.google.com/file/d/1PKeO2de7ORn2geU9z0x04jfq9tGVSXkq/view?usp=sharing
กรมลดโลกร้อน เปิดตัวโครงการ Climate Action ระดับชุมชน 14 พื้นที่ทั่วประเทศ

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”


ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อวัสดุคอมพิวเตอร์ จำนวน 7 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน (CPU) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
กรมลดโลกร้อนมอบประกาศนียบัตรแต่งตั้ง Climate Change Ambassador 2026

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ผู้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร Climate Change Ambassador 2026 โดย นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นผู้มอบประกาศนียบัตรดังกล่าว ให้แก่ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2569 ทั้ง 39 คน งานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย พลเรือเอก ปกครอง มนธาตุผลิน นายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด นางสาวระเบียบ ภูผา ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแขกผู้มีเกียรติที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ กรุงเทพมหานคร
ในปีนี้ กรมลดโลกร้อน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมวางแนวทางกับกองประกวดนางสาวไทย แต่งตั้งให้นางสาวไทย ใน 39 จังหวัด ดำรงตำแหน่ง Climate Change Ambassador เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนบนแนวทางของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน โดยจะมีการคัดเลือก Climate Change Ambassador จำนวน 5 คน เพื่อเป็น Miss Climate Change 2026 ซึ่งจะประกาศผลในการประกวดนางสาวไทย 2569 รอบตัดสิน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ชั้น 5.5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และถ่ายทอดทั้งระบบดิจิตอล แพลตฟอร์มของทางกองประกวด
“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”



